8,085
VIEWS

เปิด 4 เหตุผล ทำไมเซเว่น อีเลฟเว่น ยังคงเน้นลงทุนเปิดสาขาปีละ 700 สาขา

May 31, 2019 R.Somboon

ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมค้าปลีกของบ้านเราน่าจะอยู่ตรงนี้ แม้ในวันนี้คนไทยจะสามารถเข้าถึงการช้อปปิ้งได้ง่ายขึ้น เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วสัมผัสที่หน้าจอสมาร์ทโฟนของตัวเอง....

แต่ผู้เล่นรายใหญ่อย่างเซเว่น อีเลฟเว่น  ยังคงมีการเดินหน้าขยายสาขาในรูปแบบของฟิสิกคัล สโตร์ หรือร้านค้าปลีกออฟไลน์ ลองไปดูกันว่า มีเหตุผลอะไรที่ทำให้สาขาในรูปแบบดังกล่าวยังคงเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเติบโตของเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย

แม้ปัจจุบัน เซเว่น อีเลฟเว่น จะมีสาขาอยู่ในบ้านเราทะลุเกินหลัก 11,000 สาขาไปแล้ว แต่กลุ่มซีพีก็ยังคงเดินหน้าขยายสาขาของเซเว่น อีเลฟเว่น อย่างน้อยๆ ปีละไม่ต่ำกว่า 700 สาขา

 

 

นอกจากเรื่องของจำนวนตัวเลขรวมของร้านค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์ในบ้านเรายังมีค่อนข้างต่ำแล้ว หากมองเข้ามาที่ 3 เหตุผลสำคัญที่ยังคงมีบทบาทและเกื้อหนุนต่อการเติบโตของร้านค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์แล้ว จะพบว่า โอกาสทางการตลาดของร้านค้าปลีกเซ็กเม้นต์นี้ยังมีอีกค่อนข้างมาก 4 เหตุผลดังกล่าวประกอบไปด้วย

1.ความเป็นสังคมเมืองของบ้านเรา ทำให้ไลฟ์สไตล์ของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก หนึ่งในนั้นก็คือ 7 วัน 24 ชั่วโมง ที่ทำให้การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ไม่มีข้อจำกัดของเวลาอีกต่อไป สะท้อนได้จากไลฟ์สไตล์ในการทำงานที่ไม่ได้ผูกติดอยู่กับ Office Hours เข้างาน 8 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น เหมือนในอดีต

ประกอบกับคนรุ่นใหม่นิยมทำงานแบบฟรีแลนซ์มากขึ้น ซึ่งออฟฟิศของพวกเขามีอยู่ในทุกสถานที่ หรือการทำงานได้ทุกเวลา ซึ่งการใช้ชีวิตแบบ 24 ชั่วโมง ส่งผลต่อการบริโภคที่ปัจจุบันคนไทยไม่ได้มีมื้ออาหารแค่ 3 มื้อ แต่ใน 1 วันอาจจะมีถึง 5 – 6 มื้อ ทั้งมื้อหลัก และมื้อรอง

ตรงนี้ส่งผลดีต่อร้านคอนวีเนียนสโตร์อย่างเซเว่น อีเลฟเว่น ที่ปัจจุบันกลายร่างเป็นร้านคอนวีเนียน ฟู้ดสโตร์ที่ขายสินค้าประเภทอาหารในสัดส่วนถึง 70% ซึ่งการมีเครือข่ายสาขาจำนวนมากที่เข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี จะเข้ามาช่วยรองรับกับไลฟ์สไตล์ดังกล่าวนี้ได้อย่างลงตัว

2.เรื่องของความสะดวกสบาย ที่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยรุ่นใหม่ไปแล้ว โดยปัจจุบัน เรื่องดังกล่าวนี้ กลายเป็นเบเนฟิตที่ขาดไม่ได้สำหรับสินค้าและบริการหลายๆ ประเภท ทำให้ร้านคอนวีเนียน สโตร์ ที่ขายความสะดวกสบายให้กับลูกค้า สามารถเข้ามาตอบโจทย์สิ่งที่พวกเขาต้องการได้เป็นอย่างดี

 

3.การมีสาขาจำนวนมาก ช่วยทำให้ภาพของการเป็นเน็ตเวิร์คของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทรงพลังมากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดในการนำร้านเซเว่น อีเลฟเว่นเข้ามาเปิดในบ้านเราของเจ้าสัว ธนินท์ เจียรวนนท์ ได้เป็นอย่างดี โดยเจ้าสัวธนินท์ มองร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ไม่ใช่แค่ร้านค้าปลีกตั้งแต่แรก แต่เป็นเน็ตเวิร์คที่ทรงพลัง เมื่อมีสเกลของสาขาที่ใหญ่หรือมากพอ

การเป็นเน็ตเวิร์คของเซเว่น อีเลฟเว่น จะมีทั้งที่เป็นเซอร์วิส เน็ตเวิร์ค และมาร์เก็ตติ้ง เน็ตเวิร์ค ในส่วนแรกนี้ ถูกต่อยอดผ่านบริษัทในเครืออย่างเคาน์เตอร์ เซอร์วิส ที่วันนี้ไม่ได้เป็นแค่จุดรับชำระค่าสินค้า และบริการต่างๆ รวมถึงการจองตั๋วเท่านั้น แต่ได้ก้าวข้ามไปเป็นแบงก์ เอเย่นต์ของหลายธนาคาร   

ขณะที่การเป็นเน็ตเวิร์คในเรื่องของมาร์เก็ตติ้งนั้น ปัจจุบัน ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เข้ามามีบทบาทต่อการลอนช์หรือเปิดตัวสินค้าใหม่ของหลายๆ แบรนด์ ที่เลือกใช้เซเว่น อีเลฟเว่น เป็นช่องทางแรกในการทดลองวางสินค้า ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีสินค้าหลายแบรนด์ที่เลือกทำโปรโมชั่นแคมเปญกับร้านเซเว่น อีเลฟเว่น แน่นอนว่า นอกจากเรื่องของยอดขายแล้ว ยังมีค่าการตลาดที่เซเว่น อีเลฟเว่นจะได้รับเพิ่มขึ้น

 

4.หมดยุคของการมีสโตร์ ฟอร์แมต หรือรูปแบบสาขาเดียวในทุกโลเกชั่นแล้ว เพราะด้วยการที่ลูกค้าแต่ละโลเกชั่นมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ต้องมีฟอร์แมตของสาขาที่หลากหลาย และแมตช์เข้าได้กับลูกค้าในแต่ละโลเกชั่นได้อย่างลงตัว

เช่นเดียวกับข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ในแต่ละโลเกชั่นที่หาได้ ก็กลายเป็นตัวที่ทำให้ต้องมีการปรับฟอร์แมตสาขาให้เข้ากับสิ่งที่มีอยู่ การมีจำนวนสาขาอยู่ในมือจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยในช่วง 1- 2 ปีที่ผ่านมา เราจะได้เห็นการขยายสาขาในรูปแบบของสาขาขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่จอดรถด้านหน้าร้านมากขึ้น เช่นเดียวกับการขยายสาขาในรูปแบบที่มีพื้นที่นั่งทานอาหารในร้านซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในอาคารสำนักงาน

สาขาขนาดใหญ่ที่มีที่จอดรถด้านหน้าร้านนั้น เป็นการปรับตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมทั้งในเรื่องของการเติบโตของชุมชนที่มีการขยายชุมชน และถนนเส้นใหม่ๆ มากขึ้น เช่นเดียวกับจำนวนรถยนต์ที่มีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งร้านคอนวีเนียนสโตร์ ที่ทำหน้าที่เป็น Community Hub ของแต่ละชุมชน จำเป็นต้องมีรูปแบบของสาขาที่เป็นเสมือนจุดรวมหรือศูนย์กลางของชุมชน

 

สาขาทั้ง 2 รูปแบบ ยังเป็นเสมือนเข้ามาทำหน้าที่ในการตอบโจทย์การเป็น “ตู้กับข้าว” ให้กับลูกค้า ที่สามารถแวะเข้ามารับประทานในร้านได้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องซื้อไปเพื่อเก็บเป็นสต๊อก เพียงแค่แวะจอดรถแล้วซื้อก่อนกลับบ้าน ทำให้เราได้เห็นสาขาแบบมีที่จอดรถบนถนนเดียวกัน จำนวนสาขา และระยะทางที่ไม่ห่างกันมากนักจนชินตาไปแล้วในช่วงหลังมานี้

ด้วยจำนวนสาขาของร้านคอนวีเนียนสโตร์ทุกแบรนด์ในบ้านเราที่ปัจจุบันน่าจะมีรวมกันไม่เกินกว่า 20,000 สาขา ซึ่งเมื่อหารด้วยจำนวนประชากรของบ้านเราทั้งหมดกว่า 67 ล้านคนแล้ว จะพบว่า ยังสามารถรองรับได้อีกมาก โอกาสทางการตลาดที่มีค่อนข้างกว้างนี้ แน่นอนว่า เซเว่น อีเลฟเว่น ในฐานะผู้นำตลาด จะเป็นตัวเร่งสปีดในการขยายสาขาให้มีมากยิ่งขึ้น.....

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.