3,034
VIEWS

“กลุ่มสามารถ” ทรานสฟอร์ม ปรับทัพรับยุค 4.0

Aug 18, 2017 P.Narata

ผลจากการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดมือถือ ส่งผลให้ผลตอบแทนจากการขายมือถือลดน้อยลง และไม่คุ้มค่ากับการทำตลาด “กลุ่มสามารถ” จึงตัดสินใจลดขนาดธุรกิจมือถือให้น้อยลง พร้อมการเบนเข็มไปสู่ธุรกิจกลุ่มใหม่ๆ เพื่อสร้างรายได้ประจำ และอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น อาทิ Digital Trunked Radio, Digital Content และ Digital Sports เป็นต้น

เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจดิจิทัลในอนาคต กลุ่มสามารถจึงได้ทำการเปลี่ยนชื่อ “สามารถไอ-โมบาย” เป็น “สามารถดิจิตอล” และมีการเพิ่มทุน พร้อมแจก Warrant แก่ผู้ถือหุ้น อีกทั้งบริษัทยังเตรียมจัดตั้งบริษัท Samart Transolutions เพื่อรุกธุรกิจด้าน Transportations อย่างจริงจัง โดยมีบริษัท Cambodia Air Traffic Services เป็นหัวหอก และเตรียมนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2561

โดยกลุ่มสามารถประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2560 มีรายได้รวม 3,893 ล้านบาท ขาดทุนรวม 188 ล้านบาท เป็นผลกระทบจากธุรกิจมือถือเป็นหลัก โดยสายธุรกิจไอซีที นำโดย บมจ.สามารถเทลคอม มีรายได้รวมที่ 1,688 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 กำไรสุทธิ 60 ล้านบาท ทั้งนี้ ในครึ่งปีแรก สามารถเซ็นสัญญาโครงการใหม่มูลค่ารวม 3,800 ล้านบาท อาทิ โครงการจัดซื้อ และว่าจ้างบริการบํารุงรักษาระบบ Core Banking และระบบงาน Loan Origination จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นต้น ส่งผลให้มีงานในมือแล้วในปัจจุบันเกือบหมื่นล้านบาท

ด้านบมจ.วันทูวัน คอนแทคส์ นอกจากจะมีการต่อสัญญาเดิมแล้ว ยังมีสัญญาว่าจ้างใหม่ๆ รวมมูลค่าสัญญากว่า 120 ล้านบาท ส่งผลให้มีมูลค่างานในมือ ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 920 ล้านบาท ส่วนธุรกิจด้านพลังงานก็ไปได้สวย โดยบริษัท เทด้า จำกัด ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารงานก่อสร้างโครงการ สายส่ง สถานีไฟฟ้าแรงสูง แบบครบวงจร มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างในโครงการเปลี่ยนระบบไฟฟ้าอากาศเป็นระบบสายไฟฟ้าใต้ดินให้กับกฟน. และโครงการจัดหาและก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูงให้กับกฟผ. มูลค่ารวมกว่า 1,200 ล้านบาท

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงแผนงานในช่วงครึ่งปีหลัง กลุ่มสามารถมีแนวโน้มผลประกอบการเพิ่มสูงขึ้นจากสายธุรกิจ ICT Solution ซึ่งคาดว่าสิ้นปี 2560 จะมีงานในมือรวมแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท ด้านสายธุรกิจ Related Business โดยเฉพาะ บมจ.วันทูวัน คอนแทคส์ มีโอกาสเข้าประมูลในโครงการคอลล์เซ็นเตอร์ระดับชาติมูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท 

ส่วนสายธุรกิจ Mobile-Multimedia จะปรับเปลี่ยนธุรกิจจากที่เคยเน้นการขายโทรศัพท์มือถือไปสู่การขายเครื่องลูกข่าย Digital Trunked ในลักษณะ Private Network และการให้บริการข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมทั้งด้าน Lifestyle กิน ดื่ม เที่ยว กีฬา และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลตามมาอีกมากมาย จึงคาดว่าจะสามารถพลิกฟื้นขึ้นได้ในครึ่งปีหลัง และมีโอกาสสร้างรายได้ประจำที่มั่นคงมากขึ้นในอนาคต

 “เรามองการก้าวสู่ยุคดิจิทัลนี้เป็นโอกาสของการขยายผล และเริ่มต้นธุรกิจใหม่ๆ นอกจากธุรกิจในสายโมบายแล้ว ธุรกิจอื่นๆ ของกลุ่มสามารถก็ดำเนินไปได้ด้วยดี โดยเฉพาะสายไอซีที ที่ได้รับผลบวกจากการผลักดันนโยบาย Thailand 4.0 ดังนั้นผมจึงมั่นใจว่า หลังจากการผ่าตัดธุรกิจ SIM ในครั้งนี้สำเร็จ เราจะแข็งแกร่งขึ้นและพร้อมจะรุกธุรกิจใหม่ที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี และเชื่อมั่นว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง จะพลิกฟื้นกลับมาเป็นบวกได้อย่างแน่นอน”

ปัจจุบัน “กลุ่มสามารถ มุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการด้านเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าอย่างครบวงจร ภายใต้บริษัทในเครือกว่า 20 บริษัท และมี 4 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) และล่าสุด บริษัท วันทูวัน คอนแทคส์ จำกัด (มหาชน)

 

mobile

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.