4,441
VIEWS

ตามดู “ลาซาด้า” ทำตลาดแบบ O2O อย่างไร ในเมื่อไม่มีร้านค้าแบบออฟไลน์

May 24, 2019 R.Somboon

เทรนด์ของตลาดค้าปลีกทั่วโลกรวมถึงบ้านเราในช่วงเวลาถัดจากนี้ไป ไม่ใช่แค่ออนไลน์หรือออฟไลน์ที่แยกจากกัน แต่ต้องเป็นการ Seamless ทั้ง 2 ช่องทางเข้าด้วยกันเป็น ออฟไลน์ ทู ออนไลน์ หรือ ออนไลน์ ทู ออฟไลน์ ที่เรียกกันว่า O2O ทั้งนี้ก็เพื่อมอบประสบการณ์ในการช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อให้กับลูกค้าที่ปัจจุบันต้องการประสบการณ์ในการช้อปที่ยกระดับไปอีกขั้น

ทำให้เราได้เห็นผู้เล่นในตลาดค้าปลีกระดับโลก และในบ้านเรา ต่างก็มุ่งมาที่การทำตลาดแบบ O2O ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือ ผู้เล่นที่เริ่มต้นจากการทำค้าปลีกแบบออฟไลน์ อาทิ กลุ่มเซ็นทรัล และเดอะมอลล์ ต่างเน้นให้ความสำคัญกับการทำตลาดในรูปแบบดังกล่าวแทบทั้งสิ้น

เช่นเดียวผู้เล่นที่เป็นออนไลน์ หรือบรรดาอีคอมเมิร์ซชื่อดังของโลก ไม่ว่าจะเป็นอะเมซอน หรืออาลีบาบา ต่างก็มีการเข้ามาเทคโอเวอร์ร้านค้าปลีกที่เป็นฟิสิกคัล สโตร์ รวมถึงการลงทุนทำร้านค้าปลีกที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อที่จะทำให้การมอบประสบการณ์ในการช้อปปิ้งให้กับลูกค้าของตัวเองแบบไร้รอยต่อนั่นเอง

ขณะที่ในบ้านเรานั้น การขยับจัดอีเวนท์ใหญ่ของลาซาด้า คืองาน “Lazada Women’s Festival” อินสไตล์ได้ทุกเทรนด์ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 พฤษภาคม 2562 ณ ลานควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ คือภาพสะท้อนของการครีเอทอีเวนท์ของลาซาด้า ในการเข้ามาสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบ O2O ให้กับลูกค้าคนไทย

เป็นครั้งแรกที่ลาซาด้า มีการเข้าไปจัดอีเวนท์ในศูนย์การค้า ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ มีการเนรมิตโซนนิทรรศการที่ลาซาด้าได้นำนวัตกรรมของอาลีบาบามาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าสาวๆ โดยนำ Magic Mirror กระจกวิเศษเปลี่ยนลุคสุดล้ำครั้งแรกในประเทศไทยที่สามารถทดลองสีเครื่องสำอาง และลองเสื้อผ้าผ่านกระจกได้แบบไม่ต้องพึ่งห้องลอง เป็นการตอบโจทย์ Pain Point ของการช้อปปิ้งออนไลน์ที่ต้องการลองสินค้าก่อนสั่งซื้อ ขณะเดียวกันยังโชว์สินค้าจากกว่า 40 แบรนด์ทั้งจาก LazMallและ LazInStyle ให้ลูกค้าได้เลือกช้อปปิ้งกัน

ลูกเล่นที่ลาซาด้านำมาใช้ในงานนี้อีกอย่างก็คือ การทำในส่วนที่เป็น See Now, Buy Now ไลฟ์สตรีมแฟชั่นโชว์ ณ ลานควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ซึ่งเป็นอีกกลยุทธ์ที่อาลีบาบาใช้ได้ผลมาแล้วในการทำตลาดในประเทศจีน

กิจกรรมในลักษณะดังกล่าว เป็นการเดินแฟชั่นโชว์ที่จะมีการไลฟ์สตรีม และลูกค้าสามารถซื้อชุดที่นางแบบเดินแฟชั่นอยู่ก็สามารถกดสั่งสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นแบบเรียลไทม์ได้ทันที ซึ่งถือเป็นลูกเล่นทางการตลาดที่เข้ามาช่วยสร้างประสบการณ์การช้อปแบบ O2O ของยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซรายนี้

 

 

ธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด บอกกับเราว่า การครีเอทอีเวนท์ในรูปแบบนี้ ก็เพื่อที่จะเข้ามาช่วยแก้ Pain Point ให้กับลูกค้าในการช้อปปิ้งออนไลน์ที่มีบางส่วนยังไม่ตัดสินใจช้อปทันที เนื่องจากยังไม่เห็นหรือได้สัมผัสสิ่งที่จะช้อป การเข้ามาช่วยตอบโจทย์ในเรื่องดังกล่าวนี้ จะเป็นตัวช่วยในการสร้าง Engagement ได้เป็นอย่างดีทางหนึ่ง

ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทแม่ของลาซาด้าในไทยอย่างอาลีบาบา เริ่มที่จำนำโนว์ฮาวและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใส่ไว้ในการทำตลาดของลาซาด้าในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ซึ่งไทยถือเป็นตลาดหลักของอาลีบาบา จึงให้ความสำคัญกับการทำตลาดแบบเต็มกำลัง

การทำในเรื่องของไลฟ์สตรีม ถือเป็นอีกกลยุทธ์ที่เข้ามาช่วยสร้างความแตกต่างได้เป็นอย่างดี ซึ่งลาซาด้าเองก็ประสบความสำเร็จจากการถ่ายทอดคอนเสิร์ตจากศิลปินดังไปทั่วอาเซียน

แนวทางหนึ่งของการทำตลาดของลาซาด้าหลังจากนี้ไปนั้น จะใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า “Shoppertainment” ซึ่งการผนวกความบันเทิงระหว่างช้อปปิ้ง สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า ดังเช่นแคมเปญครบรอบ 7 ปีเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาที่มีการไลฟ์สตรีมคอนเสิร์ต และเปิดตัว LazGame ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าที่เข้ามาเล่นเกมจะได้คูปองส่วนลด เพื่อใช้ในการช้อปปิ้งกับลาซาด้า ถือเป็นการ Engage ลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

ลาซาด้า กำลังเทน้ำหนักมาที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนเจน Z ที่มีอายุ 18 – 24 ปี โดยการจัดอีเวนท์ในครั้งนี้ เป้าหมายจะอยู่ที่คนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะผู้หญิงเจน Z ที่จะเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ลาซาด้าในอนาคตอันใกล้ หลังจบการศึกษา และออกมาทำงาน

คนเจน Z เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี และการช้อปออนไลน์ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขา แต่คนกลุ่มนี้ เติบโตมาด้วยการถูกแวดล้อมด้วยร้านค้าปลีกหลากหลายประเภททั้งออฟไลน์ และออนไลน์ การ Engage พวกเขาเพื่อให้คุ้นเคยกับลาซาด้าจึงเป็นกลวิธีที่มองถึงการเติบโตไปพร้อมกันในระยะยาว

ที่ผ่านมา บรรดาอีคอมเมิร์ซชื่อดังต่างพยายามใช้วิธีการครีเอทอีเวนท์ต่างๆ ขึ้นมา เพื่อ Engage ลูกค้า โดยส่วนหนึ่งจะใช้เรื่องของ “อารมณ์” เข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อสร้างความผูกพัน ซึ่งการจัดงาน“Lazada Women’s Festival”อินสไตล์ได้ทุกเทรนด์ ในครั้งนี้ถือเป็นลูกเล่นใหม่ที่เข้ามาช่วยสร้างประสบการณ์การช้อปแบบ O2O โดยที่ยังไม่มีร้านค้าแบบออฟไลน์ของตัวเองเป็นครั้งแรกในตลาด จึงเป็นก้าวที่น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว

 

เปิดเทรนด์ตลาดอีคอมเมิร์ซ

ยังโตได้อีกเยอะ

ในปี 2561ว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยสร้างรายได้ประมาณ 118 พันล้านบาท โดยมีแนวโน้มจะพุ่งสูงถึง 139 พันล้านบาทในปีนี้ ส่วนปี 2563 นั้นคาดการณ์รายได้ว่าจะเติบโตขึ้นอีก 15.3% ส่วนพฤติกรรมการซื้อขายผ่านแพลต ฟอร์มอีคอมเมิร์ซนั้น พบว่าประเทศไทยมีการช้อปปิ้งออนไลน์ด้วยสมาร์ทโฟนถึง 71% ถือเป็นอันดับ 3 ของโลก การเติบโตดังกล่าวมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยเติบโตไปด้วยทั้งจำนวนผู้ซื้อผู้ขายทางออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ หากมองเข้ามาที่ Penetration ของอีคอมเมิร์ซในตลาดรีเทลของไทยแล้ว จะพบว่า ยังมีตัวเลขที่ค่อนข้างต่ำคือ ประมาณ 2% เทียบกับหลายประเทศอย่างเกาหลีและจีนที่มีตัวเลข Penetration สูงถึง 10% ทำให้มอง เห็นโอกาสในการเติบโตที่ยังมีได้อีกมาก

การขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดนั้น นอกจากการแข่งขันที่รุนแรงที่ตามมาด้วยการใส่เม็ดเงินเข้ามาทำตลาดมากขึ้นแล้ว ผู้เล่นแต่ละรายยังมองไปที่การเข้าไปเล่นในแต่ละเซ็กเม้นต์ของตลาดที่มีขนาดใหญ่ และมีโอกาสทางการ ตลาดที่เปิดกว้างรออยู่

อย่างในครั้งนี้ ลาซาด้า มีการเล่นกับเทรนด์ของ SHEconomy ที่เป็นโกลบอลเทรนด์ โดยมองว่า ผู้หญิงจะเข้ามาเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจจากการจับจ่ายของคนกลุ่มนี้

จากผลสำรวจของลาซาด้า พบว่า 85% ของยอดขายแบรนด์ต่างๆ นั้นมาจากกลุ่มผู้ซื้อผู้หญิง และมีผู้หญิง 22% ที่ช้อปปิ้งออนไลน์อย่างน้อย 1 ครั้งต่อวัน

ขณะที่การเติบโตของลาซาด้านั้น พบว่าไตรมาสแรกของปีนี้มีลูกค้าผู้หญิงเพิ่มสูงขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดเซ็กเม้นต์ LazInStyle เป็นแหล่งรวมสินค้ายอดนิยมของผู้หญิงพบเติบโตกว่า 60%

 

หากมองเข้ามาที่ตลาดของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงแล้ว จะพบว่ามีขนาดตลาดค่อนข้างใหญ่  ขนาดของตลาดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงมีค่อนข้างใหญ่ โดยตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อความงามในบ้านเรามีมูลค่าสูงถึง 1.92 แสนล้านบาท มีอัตราการเติบโต 7.3% เช่นเดียวกับตลาดแฟชั่นที่มีมูลค่าตลาด 32 พันล้านบาท ก็มีการเติบโตสูงถึง 10.5% การเข้าไปแชร์ในตลาดทั้ง 2 ด้วยส่วนแบ่งตลาดแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็สามารถทำยอดขายให้กับลาซาด้าได้จำนวนมหาศาลแล้ว

ผู้หญิงจึงเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดอย่างแท้จริง.....

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.