7,255
VIEWS

จากเคเอฟซีถึงสตาร์บัคส์ “บิ๊กดีล” ที่สะท้อนภาพการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแบรนด์

May 24, 2019 R.Somboon

กลายเป็นข่าวใหญ่ในรอบสัปดาห์ที่สร้างความฮือฮาให้โลกการตลาดเมืองไทย สำหรับ “บิ๊กดีล” ในการขายสิทธิ์การบริหารร้านสตาร์บัคส์ในประเทศไทยมูลค่า 15,000 ล้านบาท ให้กับ บริษัท Coffee Concepts ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Maxim’s Caterers Limited จากฮ่องกง และ F&N Retail Connection Co. Ltd ในเครือบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ของเจ้าสัวเจริญ

Fully License ซึ่งจะทำให้บริษัทร่วมทุนอย่าง Coffee Concepts มีอำนาจบริหารร้าน Starbucks ทั้งหมดในไทยแบบเบ็ดเสร็จ โดยสตาร์บัคส์ที่เข้าตลาดเมืองไทยเมื่อปี 2541 เปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัล ชิดลม ปัจจุบันมีสาขาทั้งสิ้น 372 จะให้ไลเซ่นที่เรียกว่า Fully License ซึ่งจะทำให้บริษัทร่วมทุนอย่าง Coffee Concepts มีอำนาจบริหารร้าน Starbucks ทั้งหมดในไทยแบบเบ็ดเสร็จ  

 

 

ดีลที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่เซอร์ไพร์สอะไรมากนัก เพราะสตาร์บัคส์มีการใช้โมเดลในการให้สิทธิ์หรือการให้ไลเซ่นในหลายประเทศมาแล้ว Maxim’s Caterers Limited ก็คือพาร์ทเนอร์รายหนึ่งที่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้มาแล้วจากตลาดที่ฮ่องกง ตั้งแต่ปี 2000 และยังมีหุ้นในสตาร์บัคส์ สาขากัมพูชา สิงคโปร์ และเวียดนาม โดยเป็นผู้ดำเนินกิจการร้านค้าสตาร์บัคส์มากกว่า 400 แห่งใน 5 ตลาดใหญ่ของเอเชีย

ประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าวนี้ เมื่อบวกเข้ากับความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายของไทยเบฟ ที่พร้อมจะนำมา Synergy เพื่อช่วยสนับสนุนการทำตลาดของสตาร์บัคส์ในไทยได้อย่างเต็มที่ เมื่อประกอบเข้ากับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับวัฒนธรรมและแบรนด์สตาร์บัคส์ ทำให้ดีลนี้เป็นการดีลที่ 1+1+1 ได้ผลลัพธ์กลับมาอย่างมหาศาล

กล่าวสำหรับสตาร์บัคส์เอง การให้ไลเซ่นกับพาร์ทเนอร์นั้น ถือเป็นเทรนด์ของแบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ของโลกที่นิยมทำกัน เพราะเมื่อเข้ามาบุกเบิกพร้อมกับลงทุนสร้างเครือข่ายสาขาได้ในระดับที่มากพอ ก็จะถอยไปดูแลเรื่องของการตลาดแทน ด้วยการขายธุรกิจในประเทศนั้นๆ และหันไปสร้างรายได้จากไลเซ่นแทน เป็นการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแบรนด์อย่างแท้จริง

 

ข้อดีของการทำธุรกิจในโมเดลนี้ก็คือ เจ้าของแบรนด์ ไม่ต้องกังวลถึงเรื่องการใส่เงินลงทุนเข้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายเครือข่ายธุรกิจ จึงสามารถทุ่มเทสรรพกำลังไปโฟกัสที่ตลาดที่มีศักยภาพได้มากกว่า อย่างในครั้งนี้ สตาร์บัคส์ จะหันไปให้ความสำคัญกับการบุกตลาดจีนอย่างเข้มข้นมากขึ้น

ขณะที่ผู้ซื้อสิทธิ์เองก็ไม่ต้องไปลงทุนแบบนับหนึ่งใหม่ แถมได้แบรนด์ และโนว์ฮาวในการบริหารจัดการจากเจ้าของแบรนด์ดังได้อีก เรียกได้ว่าเป็นวิน วิน เกม ที่ได้ทั้ง 2 ฝ่าย

ดีลในรูปแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในประเทศไทย ตัวอย่างที่ใกล้สุดก็คือการเข้าไปซื้อธุรกิจในประเทศไทยจากเคเอฟซีของไทยเบฟ ที่ดำเนินการภายใต้บริษัทในเครือ คือบริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (QSA)

เคเอฟซีเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมา โดยเปิดสาขาแรกเปิดที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ในปี 1984 เจ้าของธุรกิจคือ บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Yum! Brands Inc.

แบรนด์เคเอฟซี ค่อนข้างแข็งแกร่งในบ้านเรา ผ่านการสร้างแบรนด์มาแบบครบถ้วนกระบวนความ ประกอบกับ ไก่ทอด ถือเป็นประเภทอาหารที่มีขนาดตลาดใหญ่สุดของร้านอาหาร QSR ตามความนิยมการบริโภคไก่ของคนไทย โดยมูลค่าตลาดถึงกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท ดีดตัวเลขดูแล้ว น่าจะมีสัดส่วนถึงเกือบครึ่งของตลาด QSR ที่มีมูลค่ารวมกันมาก กว่า 3 หมื่นล้านบาท

เมื่อเจ้าสัวเจริญขยับเข้ามาในตลาดนี้ จึงเป็นที่สนใจของทุกคน แน่นอนว่า ก่อนดีลจะเกิดขึ้นเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว มีไม่น้อยที่เข้าใจว่า เคเอฟซี ขายกิจการให้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นการขายสาขาซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ลงทุนไปก่อนหน้านั้น ตามแนวทางการทำธุรกิจของยัมในทั่วโลกที่หันมาใช้การขยายธุรกิจผ่านระบบแฟรนไชส์ แทนที่จะลงทุนเองเหมือนในช่วงหลายปีก่อนหน้านั้น

 

การใช้ระบบแฟรนไชส์มาเป็นตัวขยายนี้ จะทำให้เคเอฟซี ไม่ต้องใช้เงินลงทุนขยายสาขา เพราะเป็นหน้าที่ของแฟรนไชส์ในการลงทุนเอง ทำให้เคเอฟซีสามารถหันมาดูแลในเรื่องของการตลาด และการพัฒนาเมนูต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ 

ไทยเบฟสามารถต่อยอดจากดีลที่ซื้อสิทธิ์เคเอฟซีได้มากมาย อย่างการนำร้านเคเอฟซี เข้าไปเป็นแม่เหล็กส่วนหนึ่งของ “ฟู้ดโซน” ที่เปิดอยู่ในอาคารแสงโสมของคุณเจริญ เป็นการเติมเต็มให้กับ “ฟู้ดโซน” ได้เป็นอย่างดี

หากมองตามแนวโน้มของอาคารสำนักงานของบ้านเราแล้วจะพบว่า เทรนด์ในเรื่องของ “มิกซ์ยูส” ยังคงมาแรง ทำให้อาคารสำนักงานใหม่ๆ ไม่ได้มีค่าพื้นที่สำนักงานให้เช่าเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ในส่วนที่เป็นการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ทั้งร้านค้าปลีก ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม ที่ในส่วนหลังเป็นตัวช่วยเติมเต็มชั้นดี และคุณเจริญเองก็มีอาคารสำนักงานอยู่ในมือเป็นจำนวนมาก พร้อมที่จะนำมาช่วยต่อยอดให้กับการทำธุรกิจนี้ได้ส่วนหนึ่ง

ทั้งหมดนั้น สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อแบรนด์แข็งแกร่ง และเป็นที่ต้องการของตลาดก็สามารถใช้แบรนด์เป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ โดยไม่ต้องควักเงินลงทุนเพิ่ม แต่ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากสิ่งที่ลงทุนไปได้อย่างเต็มๆ.....

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.