จาก “อีเนื้อแดง” สู่ “พวงมณี” ขนาดทุเรียนยังต้องรีแบรนด์

May 19, 2019 P.Narata

หากพูดถึงส่วนประสมสำคัญเรื่องการ Branding ในมุมของการตั้ง ชื่อแบรนด์ นั้นก็จัดว่า มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะสินค้าที่หยิบเข้าปาก หรือสินค้าเพื่อการบริโภค เพราะนอกจากเรื่องคุณภาพ และรสชาติของตัวสินค้าที่ต้องโดดเด่นโดนใจ ถัดมาก็คือความน่าสนใจของชื่อที่ใช้เรียกขาน ว่าจะดึงดูดความสนใจได้มากน้อยขนาดไหน

ในช่วงนี้ที่เป็นฤดูกาลของการบริโภค ทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ไทยที่มีสนนราคาไล่เรียงกันไป ตั้งแต่กิโลกรัมละหลักร้อยบาทไปจนถึงราคาหลักหมื่นบาทต่อลูก และนอกจากการตามหาทุเรียนเนื้อดีเกรดพรีเมี่ยม ปัจจุบันคอทุเรียนยังนิยมบริโภคทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านที่หาได้ค่อนข้างยาก ทำให้มีราคาสูงกว่าทุเรียนในท้องตลาดทั่วไป 2 – 4 เท่าตัว

 

วันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับทุเรียนพันธุ์พื้นบ้าน หรือสายพันธุ์โบราณพันธุ์หนึ่ง ที่แม้จะเป็นทุเรียนพันธุ์เล็ก ขนาดกะทัดรัด แต่รสชาติจัดว่าเยี่ยมยอด จึงยืนหนึ่งเป็นเบอร์ต้นๆ ของสายพันธุ์ยอดนิยมมาหลายปีแล้ว 

 

คุณยายมณี เฉลิมพงษ์ เจ้าของสวนพวงมณี

พวงมณี คือ สายพันธุ์ทุเรียนที่กำลังจะกล่าวถึง เพราะด้วยรสชาติที่หวานมัน มีกลิ่นหอมละมุน เนื้อสุกละเอียดเหนียวนุ่ม ไม่มีเส้นใย กลิ่น และรสชาติเหมือนอยู่กึ่งกลางระหว่างหมอนทองและชะนี แม้ว่าจะมีเม็ดที่ค่อนข้างใหญ่เนื้อน้อย แต่ก็เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่คนรักทุเรียนตามหา และหวังจะมีโอกาสได้ลิ้มลองสักครั้ง ส่งผลให้ความนิยมในการบริโภคทุเรียนพวงมณีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า ก่อนหน้าที่พวงมณีจะมีชื่อสวยหรูดูแพงแบบทุกวันนี้ พวงมณีก็เคยมีชื่อบ้านๆ ที่เรียกขานกันง่ายๆ ตามสไตล์คนท้องถิ่น เป็นชื่อที่ฟังดูน่ารัก แถมยังสะท้อนลักษณะพิเศษของเนื้อทุเรียนที่มีสีเหลืองอมส้มในแบบที่คนท้องถิ่นมักมองเป็นสีส้มๆ แดงๆ จนเป็นที่มาของชื่อ อีเนื้อแดง 

 

...แล้วจาก อีเนื้อแดง กลายมาเป็น พวงมณี ได้อย่างไร?

 

สมัยก่อน คุณพ่อ (ศิริ เฉลิมพงษ์-ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว) ได้นำทุเรียนพันธุ์นี้ไปร่วมงานประกวดผลไม้ที่จังหวัดระยอง ก็ได้รางวัลติดต่อกันถึง 3 ปี ปกติจะส่งประกวดในกลุ่มเบญจพรรณคือไม่ระบุสายพันธุ์ แต่ปีสุดท้ายคณะกรรมการก็ถามว่า ทุเรียนของเราเป็นพันธุ์อะไร ตอนนั้นยังมีชื่อเรียกว่า อีเนื้อแดง ก็ไม่อยากบอกเพราะชื่อไม่เพราะ ทางกรรมการจึงถามถึงลักษณะพิเศษคืออะไร และเจ้าของสวนชื่ออะไร พ่อตอบว่า ลักษณะเด่นของสายพันธุ์นี้จะให้ผลดก ออกลูกเป็นกระจุกเป็นพวงใหญ่ ส่วนเจ้าของชื่อ มณี คือชื่อของแม่ กรรมการงานจึงใส่ชื่อให้ว่า พวงมณีจึงใช้ชื่อนี้ตั้งแต่นั้นมา

ภาพเปรียบเทียบทุเรียนพวงมณีกับสายพันธุ์อื่น

จิตรา หนึ่งในทายาทของ สวนพวงมณี ตั้งอยู่ที่ตำบลคมบาง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ต้นกำเนิดของทุเรียนสายพันธุ์พวงมณี ย้อนอดีตให้ฟังถึงที่มาของชื่อพวงมณี ปัจจุบันคุณแม่ หรือ คุณยายมณี เฉลิมพงษ์ ผู้เป็นเจ้าของสวน ยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่สวนแห่งนี้ และในวันนี้คุณยายมณีก็มีอายุถึง 90 ปีแล้ว แต่ยังคงแข็งแรงออกมาต้อนรับขับสู้ลูกค้าได้อย่างกระฉับกระเฉง

พี่จิตรา เล่าให้ฟังอีกว่า ครอบครัวของตนทำสวนทุเรียนที่ตกทอดกันมานับร้อยปี สมัยที่คุณแม่ยังสาวก็ได้รับมรดกเป็นที่ดินสวนทุเรียนจำนวน 20 ไร่ หลังจากที่แม่แต่งงานกับพ่อก็ได้ซื้อที่ดินที่เป็นแปลงติดกันกับสวนเดิมเพิ่มเติมอีก 5 ไร่ และเป็น 5 ไร่ ที่มีต้นทุเรียนอีเนื้อแดงติดมาด้วย

อีเนื้อแดงในวันนั้น กลายมาเป็นพวงมณีในวันนี้ พร้อมมีรางวัลเป็นเครื่องการันตีจากกองประกวดอยู่บ่อยครั้ง ชื่อเสียงของพวงมณีจึงเริ่มเป็นที่รู้จัก และทำให้เพื่อนบ้านไปจนถึงคนในท้องที่อื่นๆ เดินทางมาขอตอนกิ่งพันธุ์กันไม่ขาดสายจนเกิดการขยายพันธุ์ไปอย่างแพร่หลาย ซึ่งพวงมณีต้นแรกที่อยู่ในสวนแห่งนี้มีอายุเก่าแก่ร่วม 100 ปี เปรียบเสมือนต้นแม่ของสายพันธุ์พวงมณีที่มีอยู่ในท้องตลาด และทุกวันนี้ก็ยังผลิดอกออกผลให้ได้ลิ้มชิมรสกันอยู่ทุกปี

พวงมณี เป็นทุเรียนสายพันธุ์เล็ก น้ำหนักผลเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 – 2.5 กิโลกรัม ที่สวนพวงมณีเคยทำได้ใหญ่สุด 3 กิโลกรัม ผลมีลักษณะเป็นทรงรี ปลายผลแหลม ฐานผลป้าน หนามตรง ด้วยความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจากชื่อเสียงที่ชวนให้ลิ้มลอง ส่งผลให้ราคาของพวงมณีขยับจากอดีตที่เคยขายได้กิโลกรัมละ 27 - 30 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 200 – 300 บาท ในปัจจุบัน

คนรู้จักพวงมณีมานานแล้ว ช่วงก่อนมีคนนิยมปลูกกันมาก แต่เพราะมีขนาดผลเล็กให้น้ำหนักเนื้อน้อยไม่เหมือนหมอนทอง คนจึงปลูกน้อยลง ซึ่งคนเริ่มกลับมารู้จักพวงมณีอีกครั้งก็ประมาณช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาก หลังจากที่สวนพวงมณีเริ่มเปิดให้คนเข้าเที่ยวชมสวน และเปิดให้บริการบุฟเฟ่ต์ทุเรียนในช่วงหน้าทุเรียน

 

ทุเรียนพวงมณีต้นแรก แห่งจังหวัดจันทบุรี

นอกจากพวงมณี ที่สวนแห่งนี้ยังมีทุเรียนสายพันธุ์โบราณอีกหนึ่งสายพันธุ์ คือ พันธุ์ฉัตรมงคล เป็นทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านที่ติดมากับที่ดิน 5 ไร่ ที่คุณยายมณีเคยซื้อไว้เมื่อครั้งยังสาวๆ แต่ปัจจุบันไม่ได้เน้นขยายพันธุ์จึงมีผลผลิตค่อนข้างน้อย ความแตกต่างของพวงมณี และฉัตรมงคล คือ พวงมณี มีรสชาติออกหวานแหลม ส่วนฉัตรมงคลจะหวานคล้ายก้านยาว ลักษณะเนื้อแห้ง และมากกว่าพวงมณี พูมีสีเหลืองสวยงาม ผลทรงกลมออกไปทางรูปหัวใจ 

วันนี้ทุเรียน พันธุ์ฉัตรมงคล จึงกลายเป็นสายพันธุ์หายากที่มีเฉพาะที่สวนพวงมณีแห่งนี้ โดยราคาของฉัตรมงคลทางสวนจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 300 – 400 บาท ส่วนพวงมณีราคากิโลกรัมละ 150 - 200 บาท 

 

จำไม่ได้แล้วว่าชื่อเดิมของฉัตรมงคลคืออะไร เพราะเรียกฉัตรมงคลมาตั้งนานแล้ว อายุเก่าแก่ร่วมๆ ร้อยปีเหมือนพวงมณี และปัจจุบันได้ดำเนินการขอหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนให้กับทุเรียนพันธุ์ "พวงมณี" และ "ฉัตรมงคล" จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไว้เรียบร้อยแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งที่สวนมีฉัตรมงคลเพียง 2 ต้น เพราะก่อนหน้านี้ปลูกขายแล้วตลาดค่อนข้างเงียบ แม่เลยตัดต้นนำไม้ไปถวายวัดสร้างกุฏิให้พระได้หลายหลัง ส่วนพวงมณีในสวนของเรามีประมาณ 100 ต้น ทั้งต้นเล็ก และต้นใหญ่ ต้นใหญ่ๆ จะให้ผลดกติดผลทีหลายร้อยลูก” 

เนื้อและสีของทุเรียนฉัตรมงคล

นอกจากทุเรียนพันธุ์พื้นบ้าน พวงมณี และ ฉัตรมงคล ที่สวนพวงมณียังมีทุเรียนสายพันธุ์ยอดนิยมอื่นๆ อีก เช่น หมอนทอง ก้านยาว และชะนี รวมถึงผลไม้ตามฤดูกาลต่างๆ เช่น เงาะ มังคุด ลองกอง สละ และกล้วย โดยทุกๆ วัน จะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเที่ยวชมสวนพวงมณีกันอย่างไม่ขาดสาย ทางสวนให้เข้าชมฟรีไม่มีค่าบริการ และสามารถซื้อผลไม้ของทางสวนติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากได้

โดยในช่วงเดือนเมษายนพฤษภาคมของทุกปี เป็นช่วงฤดูกาลของทุเรียน ทางสวนก็จะมีบุฟเฟ่ต์ทุเรียนกินแบบไม่อั้น โดยคิดค่าบริการเฉพาะบุฟเฟ่ต์ทุเรียนหัวละ 400 บาท

ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยังไม่ได้หยุดพักเลยสักวัน เพราะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาที่สวนเยอะมาก บางคนมาบุฟเฟ่ต์ทุเรียนที่สวนติดต่อกันมา 3 ปี แล้ว ตอนนี้คิวจองบุฟเฟ่ต์ทุเรียนเต็มแล้ว และมีเหลือแต่หมอนทองที่ยังไม่ได้ตัดอีกต้นใหญ่ๆ ส่วนผลไม้อื่นๆ ก็ยังมี ยังสามารถมาเที่ยวชมสวนได้อยู่แม้ว่าทุเรียนจะหมดไปแล้ว

 

สำหรับใครที่สนใจบุฟเฟ่ต์ทุเรียน หรืออยากลิ้มลองรสชาติต้นตำรับของทุเรียนพวงมณี และฉัตรมงคล คงต้องรอฤดูกาลใหม่ในปีหน้า สามารถติดตามเรื่องราวของสวนพวงมณี หรือจองคิวบุฟเฟ่ต์ล่วงหน้าได้ทางเฟสบุ๊คสวนพวงมณี 

ภาพ: สวนพวงมณี และคุณบุญพีร์ พันธ์วร

 

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.