กรุงไทยแนะทางลัดทางรอด SMEs ด้วยหลากหลายตัวช่วยจากภาครัฐ

May 08, 2019 -None-

ธนาคารกรุงไทย ชี้ทางออกของผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องเผชิญความท้าทายของความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี องค์ความรู้ใหม่ๆในการดำเนินธุรกิจและอำนาจในการต่อรอง ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขยายตลาด และเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยหนึ่งในทางลัดที่เป็นตัวช่วย SMEs คือการเข้าร่วมโครงการและอาศัยความช่วยเหลือจำนวนมากจากหน่วยงานภาครัฐที่พร้อมสนับสนุนและส่งเสริม

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สายงาน Global Business Development and Strategyธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในการทำบทวิจัยเรื่อง “เปิดทางลัด SMEs ด้วยตัวช่วยดีๆ จากภาครัฐ” พบว่า ปัญหาที่ผู้ประกอบการ SMEsไทยต้องเผชิญในปัจจุบัน คือการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของภาวะแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนข้อเสียเปรียบจากธุรกิจที่มีขนาดเล็ก โดยอุปสรรคหลัก ได้แก่ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทางเทคโนโลยี ทำให้ความคาดหวังของลูกค้าซับซ้อนขึ้น การขาดประสบการณ์และความรู้ในบางมุม เช่น การเข้าสู่ตลาดออนไลน์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง อีกทั้งการเข้าถึงแหล่งเงินทุนยาก ซึ่งทำให้ SMEs ต้องการความช่วยเหลือใน 3 ด้านสำคัญ คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัยตรงกับความต้องการของผู้บริโภค การเจาะตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อให้ได้ยอดขายเพิ่มมากขึ้น และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนดอกเบี้ยไม่สูงมาก

“ที่ผ่านมาภาครัฐตระหนักถึงปัญหาของSMEsและได้ดำเนินโครงการเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นตัวช่วย จึงอยากแนะนำให้ผู้ประกอบการSMEs ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านี้อย่างเต็มที่ โดยอาจเริ่มจากศูนย์สนับสนุนและช่วยเหลือ SMEs ของกระทรวงอุตสาหกรรม (SSRC) ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่ให้คำปรึกษาในเรื่องหลักๆ และสามารถเชื่อมโยงไปยังโครงการของหน่วยงานอื่นๆ ลดความจำเป็นที่ต้องติดตามว่าหน่วยงานใดมีทรัพยากรอะไรบ้าง หรือ One-Stop Service Center (OSS Center) ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่มีบริการในลักษณะเดียวกัน โดยมีศูนย์OSS ครอบคลุม 76 จังหวัด”

ณัฐพร ศรีทอง หัวหน้าส่วน ซึ่งร่วมทำบทวิจัยในครั้งนี้ กล่าวเสริมว่า SMEs ที่ต้องการตัวช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และยกระดับการผลิตสู่มาตรฐานสากล รวมทั้งสร้างความแตกต่าง เพื่อเป็นจุดขายนั้น สามารถติดต่อศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (Industrial Transformation Center: ITC) เพื่อขอรับคำปรึกษาด้านการผลิตแบบครบวงจร ทั้งการวิเคราะห์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ จัดหาผู้ผลิต บริการด้านวิศวกรรม การรับรองมาตรฐานและการทดสอบตลาด รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต ส่วนกรณีต้องการบุกตลาดออนไลน์ ในยุค Platform Economy สามารถเข้าร่วมโครงการและติดต่อหน่วยงานภาครัฐ เช่น  โครงการ SME Online by OSMEP ที่บ่มเพาะ SMEsจนถึงทำการตลาดจริง Platform Thaitrade.com ซึ่งเป็นช่องทางการขายสินค้าไปต่างประเทศ และNew Economy Academy (NEA)แหล่งรวบรวมความรู้และหลักสูตรอบรมต่างๆ

“จะเห็นว่าตลาดซื้อขายออนไลน์ หรือ e-Commerce  ของไทยในปีที่ผ่านมา มีมูลค่ากว่า 3.2 ล้านล้านบาท ขยายตัว 14% โดยเฉพาะรูปแบบ B2C ครองแชมป์อันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน แต่การประสบความสำเร็จต้องมีความพร้อมหลายด้าน โดยเฉพาะการทำ Digital Marketing จึงน่าจะใช้ตัวช่วยจากภาครัฐ สำหรับการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ภาครัฐมีโครงการดีๆ  ทั้งการช่วยเหลือด้านหลักประกันผ่าน บสย.โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเช่น สินเชื่อสำหรับ SMEs ในกลุ่ม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve)สินเชื่อสำหรับการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการวิจัยและพัฒนา (R&D)ตลอดจนสินเชื่อสำหรับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์พลังงาน”

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.