3,360
VIEWS

ทำฟู้ดคอร์ทยุคนี้ต้องมีแบรนด์ MBK ปั้น “ฟู้ด เลเจนด์ส” ลุยเปิดนอกศูนย์ของตัวเอง

May 07, 2019 R.Somboon

หากมองย้อนไปเมื่อปี 2528 ศูนย์อาหารยุคแรกๆ ที่อยู่ในศูนย์การค้า และเป็นที่รู้จักของคนกรุงเทพฯ คงหนีไม่พ้น ศูนย์อาหารหรือฟู้ดคอร์ทที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้ามาบุญครองที่ปัจจุบันถูกเรียกติดปากว่า MBK

การสร้างชื่อขึ้นมาของศูนย์อาหารแห่งนี้ก็คือ เป็นที่แรกๆ ที่รวบรวมเอาร้านสตรีทฟู้ดชื่อดังของบ้านเรามาไว้ในศูนย์ ซึ่งหลายคนคงจำร้านหอยทอดอรัญญา ที่เจ้าของคือนางเอกสาวชื่อดังในอดีตอย่างอรัญญา นามวงศ์ได้เป็นอย่างดี

ในยุคแรกของการทำศูนย์อาหารของ MBK ยังคงเป็นแค่ศูนย์อาหาร โดยยังไม่มีการตั้งชื่อแบรนด์อย่างจริงจัง ก่อนที่จะมีการตั้งชื่อแบรนด์ศูนย์อาหารของตัวเองว่า “เอ็ม บี เค ฟู้ด ไอแลนด์” และเมื่อร้านอาหารสตรีทฟู้ดของบ้านเรามาแรง จึงเป็นที่มาของการรีแบรนด์ครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี โดยเปลี่ยนชื่อมาเป็น “เอ็ม บี เค ฟู้ด เลเจนด์ส” ที่มีความหมายถึงความเป็นตำนานของศูนย์อาหารของบ้านเรา นัยอย่างหนึ่งก็คือสร้างภาพจำของการเป็นศูนย์อาหารที่รวบรวมเอาร้านสตรีทฟู้ดชื่อดังของเมืองไทยมาไว้ที่ในศูนย์อาหารที่เอ็ม บี เค เป็นรายแรกๆ ของเมืองไทยที่สร้างศูนย์อาหารภายใต้   กลยุทธ์ดังกล่าว

เป็นเสมือนการสร้างความแตกต่างที่จับต้องได้ ซึ่งเป้าหมายสำคัญที่แฝงอยู่ก็คือการผลักดันธุรกิจศูนย์อาหารของตัวเองออกนอกศูนย์การค้าเอ็ม บี เค โดยจะประเดิมที่แรกที่สามย่าน มิตรทาวน์ โครงการมิกซ์ยูสของโกลเด้นแลนด์ ที่จะเปิดภายในเดือนกันยายน 2562 นี้

 

 

สมเกียรติ มรรคยาธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์อาหาร เอ็ม บี เค ฟู้ด เลเจนด์ส บอกกับเราว่า การทำศูนย์อาหารในปัจจุบัน ต้องการสร้างคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน เพื่อสร้างความแตกต่างจากบรรดาศูนย์อาหารที่มีอยู่ ซึ่งเมื่อมองมาที่ศูนย์อาหารของเอ็ม บี เค เอง พบว่า จุดแข็งอย่างหนึ่งที่ลูกค้าจำได้ดีก็คือการเป็นศูนย์อาหารระดับตำนานที่รวบรวมเอาร้านสตรีทฟู้ดชื่อดังของเมืองไทยมาไว้ในศูนย์ จึงเป็นที่มาของการรีแบรนด์มาใช้ชื่อ เอ็ม บี เค ฟู้ด เลเจนด์ส ที่หมายถึงความเป็นตำนาน หรือเฮอริเทจของศูนย์อาหาร

“เรามองถึงการขยายธุรกิจศูนย์อาหารออกไปนอกศูนย์การค้าเอ็ม บี เค โดยจะใช้ชื่อแบรนด์ใหม่ที่รีแบรนด์มาเมื่อปีที่แล้ว พร้อมกับปรับให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ของแต่ละแห่งที่จะขยายเข้าไป อย่างสาขาแรกจะใช้ชื่อ สามย่าน ฟู้ด เลเจนด์ส ซึ่งแมตช์กับคอนเซ็ปต์ของสามย่าน มิตรทาวน์ได้อย่างลงตัว”

ศูนย์อาหารสามย่านฟู้ดเลเจ้นด์ส (SAMYAN FOOD LEGENDS) จะเปิดพื้นที่กว่า 1,275 ตารางเมตร ภายใต้เงินลงทุนกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งจะรวบรวมร้านอาหารระดับตำนานในสามย่าน สะพานเหลือง และเยาวราชที่คนไทยรู้จักได้ดีมาเปิดให้บริการ อาทิ เพ้งคั่วไก่ ทูเดย์สเต็ก ไฮเช็งลูกชิ้นปลา ก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้นายเล้า ต้มเลือดหมูนายยิ๊ง ข้าวแกงนายอู๋ขนมหวานเช็งซิมอี๊ โป่วเทียมเฮง ข้าวขาหมูตรอกซุง  ในราคาเริ่มต้นที่ 35 บาท โดยศูนย์อาหารแห่งนี้จะมีร้านสตรีทฟู้ดชื่อดังที่เป็นตำนานประมาณ 17 ร้าน และจะมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อรองรับกับ Cashless Payment เต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็นอีกความแตกต่างๆ ที่ถูกนำมาใส่ไว้ในศูนย์อาหาร

สมเกียรติ บอกว่า บริษัทต้องการสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจที่ 2 คือธุรกิจศูนย์อาหาร และร้านอาหาร ต่อจากธุรกิจหลักคือข้าวมาบุญครอง ซึ่งแม้ธุรกิจข้าวมาบุญครองจะยังคงทำรายได้หลัก 80 - 85% แต่ธุรกิจข้าวมาบุญครองก็มีการเติบโตที่ไม่คงที่ขึ้นอยู่กับราคาข้าวในแต่ละช่วงเวลา ธุรกิจร้านอาหาร และศูนย์อาหารจะเข้ามาสร้างการเติบโตในแง่ของผลกำไรที่มีสมดุลมากขึ้น โดยวางเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้จาก 300 ล้านบาทในปีที่แล้ว เป็น 400 ล้านบาทในปีนี้ และในระยะยาวต้องการที่จะเพิ่มสัดส่วนของธุรกิจร้านอาหาร และศูนย์อาหารเป็น 40%  

 

นอกจากแบรนด์ เอ็ม บี เค ฟู้ด เลเจนด์ส แล้ว บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) ยังมีการเข้าไปรับบริหารศูนย์อาหารให้กับแคท เทเลคอม โดยจะมีจำนวนร้านอาหารอยู่ในศูนย์ประมาณ 8 ร้าน ซึ่งเป็นอีกธุรกิจที่เข้ามาช่วยเติมเต็มให้กับธุรกิจร้านอาหาร และศูนย์อาหารได้อย่างลงตัว

“สามย่านฟู้ดเลเจ้นด์ส ถูกวางไว้เป็นศูนย์อาหารต้นแบบในการขยายสาขาออกไปนอกศูนย์การค้าเอ็ม บี เค โดยมองถึงการจับมือร่วมกับพันธมิตร โดยเฉพาะโกลเด้นแลนด์ ในการเข้าไปทำศูนย์อาหารในโครงการใหม่ๆ จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่คู่ค้าร้านอาหารให้ความเชื่อมั่น และผู้บริโภคให้ความมั่นใจ ถึงคุณภาพและมาตรฐานในการบริการของบริษัท ซึ่งสะท้อนผ่านยอดผู้ใช้บริการในปัจจุบันกว่า 2,000,000 คนต่อปี”

ทำศูนย์อาหารต้องมีแบรนด์

การสร้างคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจนผ่านทางการทำ Branding ศูนย์อาหารนั้น กำลังเป็นแนวทางที่ผู้เล่นที่เป็น “ฟู้ด โอเปอเรเตอร์” ในบ้านเราหลายรายนิยมทำกัน ซึ่งฟู้ด โอเปอเรเตอร์ หลักๆ ของบ้านเราจะมีอยู่ 3 ราย คือ เอ็ม บี เค กลุ่มซีพี และฟู้ด รีพับลิค แบรนด์ระดับเอเชียที่เข้าไปทำศูนย์อาหารในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน ฮ่องกง หรือจีน

ในบ้านเรา ฟู้ด รีพับบลิค มีสาขาอยู่ที่สยามเซ็นเตอร์ เซ็นทรัล พลาซ่า พระราม 9 และเมกา บางนา ซึ่งศูนย์อาหารแบรนด์นี้จะมีคอนเซ็ปต์หรือจุดเด่นที่แตกต่างจากศูนย์อาหารอื่นๆ ตรงที่จะมีการรวบรวมร้านอาหารในแนวของเอเชียมาไว้รวมกันในศูนย์ โดยจะมีการดีไซน์คอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละสาขา อย่างสาขาที่เซ็นทรัล พระราม 9 นี้ จัดในคอนเซ็ปต์ คลาสสิก โมเดิร์น โอเรียนทอล นำเอามนต์เสน่ห์อันคลาสสิกของตะวันออกมาสร้างบรรยากาศแห่งความอร่อย เป็นการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากศูนย์อาหารอื่นๆ ในบ้านเรา

 

สมเกียรติ บอกว่า การบริหารศูนย์อาหารไม่ใช่เรื่องที่ทำกันง่ายๆ เพราะนอกจากจะต้องมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับบรรดาร้านอาหารที่คนรู้จักเพื่อดึงเข้ามาเป็นแม่เหล็กหลักในศูนย์แล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือ จะทำให้ร้านอาหารพันธมิตรเหล่านั้นสามารถเติบโตไปพร้อมกับศูนย์ได้ โดยเอ็ม บี เค เอง มีการเทรนนิ่งเพื่อช่วยพัฒนาผู้ประกอบการร้านอาหารทั้งในเรื่องของการเพิ่มทักษะให้กับบุคลากรของร้าน และการพัฒนาในด้านธุรกิจ ทำให้ร้านอาหารส่วนใหญ่ที่อยู่ในศูนย์อาหารของเอ็ม บี เค ยังคงอยู่กันมาอย่างยาวนาน

“หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจศูนย์อาหารในปัจจุบันก็คือ ต้องมีคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน รวมถึงต้องมีความแตกต่างๆ จากศูนย์อาหารอื่นๆ ที่มีอยู่ ซึ่งการรีแบรนด์ศูนย์อาหารของเอ็ม บี เค อยู่ในจังหวะที่ค่อนข้างดี โดยเฉพาะกับการที่ร้านสตรีท ฟู้ด กำลังได้รับความนิยมจากทั้งต่างชาติ และคนไทยรุ่นใหม่ เราในฐานะของการเป็นตำนานในเรื่องนี้จึงได้รับแรงส่งเป็นอย่างดีในการทำแบรนด์”

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.