JWD ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ยกระดับสู่ผู้เชี่ยวชาญซัพพลายเชนอาเซียน

Apr 30, 2019 M.Pussapol

JWD ทรานส์ฟอร์มธุรกิจรับมือลอจิสติกส์แข่งขันรุนแรง  ชูกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรข้ามชาติเน้นความครบวงจร  ผสานการใช้เทคโนโลยีเป็นแกนหลักพัฒนาและดำเนินธุรกิจ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงสามารถนำเงินไปลงทุนในธุรกิจดาวรุ่งทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตมั่นคงยั่งยืน

ชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟลอจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD  เปิดเผยว่า ในวาระครบรอบ 40 ปี เพื่อรับมือการแข่งขันของธุรกิจลอจิสติกส์ที่รุนแรงมากขึ้น รวมถึงอิทธิพล Digital Disruption ที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว บริษัทจึงมีการปรับโครงสร้างธุรกิจ  ประเด็นหลักเป็นการทรานส์ฟอร์มจากผู้ให้บริการลอจิสติกส์ขั้นปลายน้ำ (บริการคลังและขนส่งสินค้า) ที่มีการแข่งขันราคาที่รุนแรง ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการซัพพลายเชนแบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบให้กับลูกค้า กระบวนการผลิตและแปรรูปสินค้า การมีแบรนด์สินค้าอาหารในมือ นอกจากนั้น ยังมีแผนการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านลอจิสติกส์อื่นๆ อันถือเป็นต้นน้ำของบริการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้าและตอบโจทย์ผู้บริโภคไปพร้อมกัน

ชวนินทร์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับปี 2562 เป็นต้นไป JWD จะก้าวสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษซัพพลายเชนระดับอาเซียน ซึ่งรวมถึงการให้บริการครบวงจรมากขึ้น พร้อมขยายความ

“ธุรกิจลอจิสติกส์ในอดีต แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง บางบริษัทถนัดขนส่งก็เน้นทำขนส่งอย่างเดียว ถ้าทำคลังสินค้าก็จะให้เช่าคลังสินค้าอย่างเดียว ปัจจุบันลูกค้าก็มองเห็นในเรื่องของการให้บริการครบวงจรมากขึ้น เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ JWD มุ่งหวังจะพัฒนา ไม่เฉพาะในเมืองไทย แต่เป็นในอาเซียนด้วย”

ทั้งนี้โครงสร้างธุรกิจใหม่ของ JWD ดำเนินการภายใต้  4 แกนหลัก ประกอบด้วย กลุ่ม 1 ธุรกิจลอจิสติกส์ กลุ่ม 2 ธุรกิจอาหาร กลุ่ม 3 ธุรกิจไอที และกลุ่ม 4 ธุรกิจอินเวสต์เม้นต์

โอกาสใหม่ มาพร้อมโครงสร้างรายได้ใหม่

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JWD ให้ข้อมูลว่า โครงสร้างธุรกิจเดิมของ JWD เน้นเรื่องคลังสินค้า กับการบริหารพื้นที่ (Yard Management) ส่วนโครงสร้างใหม่ ธุรกิจลอจิสติกส์  มีเป้าหมายเพิ่มบริการที่หลากหลายเพื่อครอบคลุมบริการครบวงจรรองรับลูกค้าทั้งแบบ B2B และ B2C  อาทิ การขนส่งเครื่องจักรกลหนักที่ตอบรับโครงการลงทุนต่างๆ ใน   อีอีซี

บริการขนส่งอีคอมเมิร์ซ  มีการร่วมทุนกับ  CJ LOGISTICS จากเกาหลีใต้ จัดตั้งบริษัท CJL JWD Logistics  เพื่อให้บริการลอจิสติกส์แบบ B2B โดยอาศัยเน็ตเวิร์คที่แข็งแกร่งของ CJ

นอกจากนั้น ในส่วนของ  B2C  ลงทุนสร้างศูนย์กระจายและคัดแยกสินค้า บริเวณบางนา-ตราด กม.10 ประมาณ 500,000 ชิ้นต่อวัน สามารถให้บริการลูกค้าได้ถึง  650-4,420 รายต่อวัน มีกำหนดการเปิดให้บริการเดือนพฤษภาคม 2562

บริการ Self-Storage (เก็บของส่วนตัวให้เช่าสำหรับลูกค้าในเมือง) ปัจจุบันมีอยู่ 2 สาขา คือที่กรุงเทพกรีฑา เปิดมาแล้ว 4 ปี และสยาม เปิดดำเนินการปลายปีที่แล้ว ผลประกอบการน่าพอใจ Occupancy Rate จาก 44% เพิ่มเป็น 66%

 JWD มีแผนขยายเป็น 10 แห่ง และตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดด้านพื้นที่ให้บริการภายในปี 2020 รวมถึงการขยายเข้าไปในอินโดนีเซีย และเวียดนามด้วย

มีการจัดตั้งบริษัท เจดับเบิลยูดี บ็อกเส็ง ลอจิสติกส์(ประเทศไทย)จำกัด เพื่อร่วมลงทุนในธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก ที่ต้องอาศัยความชำนาญพิเศษ (Project Cargo) ในประเทศไทยแบบครบวงจร

ธุรกิจนี้สอดคล้องกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นบริเวณ EEC เช่น โครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจโรงกลั่น โรงไฟฟ้า การขนส่งอุปกรณ์รถไฟฟ้า ท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 ที่มีเรื่องของถังบรรจุก๊าซเพิ่มเติม  ฯลฯ

กลุ่ม 2 ธุรกิจอาหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า จุดที่มีนัยสำคัญ คือ  JWD  เข้าซื้อหุ้น 60% ของ CSLF  ซึ่งเป็นผู้นำด้านการให้บริการซัพพลายเชนอาหารรายใหญ่ของไต้หวันที่มีความเชี่ยวชาญมากว่า 30 ปี และมีแบรนด์ของตัวเอง  จึงสามารถให้บริการฟู้ดซัพพลายเชนโซลูชั่น ตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบสำหรับลูกค้า กระบวนการแปรรูปและจัดเตรียมวัตถุดิบพร้อมปรุง อาทิ ไข่เหลวบรรจุขวด อบขนมปัง และเบเกอรี่

โดยความก้าวหน้าสำคัญ คือ ผักหั่นฝอย ได้รับสัญญากับแมคโดนัลด์ ไต้หวัน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2019 นอกจากนั้น บริการนี้ยังเหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้า Quick Services Restaurantsซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ บริการจัดเก็บและกระจายสินค้า รวมทั้งเป็นตัวแทนนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกี่ยวกับอาหารจากทั่วโลก  

“เรามองว่า ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่อยู่ใน Ecosystem เดียวกันกับธุรกิจของเรา จะเป็นส่วนเสริมในการที่จะทำให้ธุรกิจห้องเย็นในต่างประเทศที่ขยายไปแล้ว มีสินค้าที่เราสามารถเติมเต็มได้ ตรงนี้จะเป็นอีกขาหนึ่ง ที่มองว่า ตั้งแต่ปี 2020-2022 ธุรกิจกลุ่มอาหารและซัพพลายเชนจะเติบโตค่อนข้างมาก และน่าจะมีสัดส่วนรายได้ถึง 25% ของรายได้รวมทั้งหมด”

กลุ่ม 3 ธุรกิจไอที ใช้เทคโนโลยีเป็นแกนหลักในการพัฒนาและดำเนินธุรกิจ มุ่งพัฒนาด้านการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติที่สำคัญ (Business Intelligence) เพื่อใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลางช่วยให้สามารถตัดสินใจในการทำงานได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ สามารถพยากรณ์ความต้องการของลูกค้าได้ล่วงหน้า รวมทั้งสร้างให้เกิดโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า

กลุ่ม 4 ธุรกิจอินเวสต์เม้นต์ เน้นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนที่เกี่ยวเนื่องกับลอจิสติกส์ รวมทั้งการลงทุนใหม่ๆ ในธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตในอนาคต

ชวนินทร์ กล่าวว่า โครงสร้างธุรกิจใหม่ของบริษัทฯ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันก็จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืนยิ่งขึ้น ปัจจุบัน JWD ได้ขยายบริการลอจิสติกส์เข้าสู่ตลาดหลักและตลาดใหม่ของอาเซียนครบ 9 ประเทศตามเป้า ได้แก่ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย  

JWD  ใช้เงินลงทุน 527 ล้านบาท เข้าไปถือหุ้น 23.66% กลุ่มบริษัท TRANSIMEX CORPORATION  ซึ่งเป็นบริษัทอันดับ 3 ของธุรกิจลอจิสติกส์ในเวียดนาม

ส่วนในมาเลเซีย และสิงคโปร์ ดำเนินการร่วมกับ JV Partner จากเกาหลีใต้ คือ CJ LOGISTICS  ขณะที่ในฟิลิปปินส์มีแผนเข้าลงทุนบริการห้องเย็นภายในปีนี้  ทิศทางต่อไปคือ การขยายบริการฟู้ดซัพพลายเชนเจาะเข้าไปในแต่ละประเทศ รวมถึงการขยายโอกาสไปในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะจีนและไต้หวัน

ชวนินทร์ เพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน  JWD มีพื้นที่ให้บริการรวมมากกว่า 1 ล้านตารางเมตร บริการบริหารคลังสินค้ามากกว่า 5.9 ล้านตันต่อปี บริการรับฝากและบริหารสินค้าประเภทรถยนต์ประมาณ 20% หรือเกือบ 500,000 คัน

ปี 2561 บริษัทมีรายได้รวมประมาณ 3,200 ล้านบาท ปี 2562 ตั้งเป้าเติบโต 20%  รวมถึงคาดว่าธุรกิจใหม่ๆทั้งหมดจะสร้างรายได้ชัดเจนมากขึ้น ทำให้ปี 2565 จะมีรายได้ประมาณ 7,000 ล้านบาท สัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจ     ลอจิสติกส์ 60% ธุรกิจอาหาร 25% ที่เหลือเป็นธุรกิจไอทีและธุรกิจอินเวสต์เม้นต์รวมกัน  โดยชวนินทร์ ให้ความเห็นว่า    การทรานส์ฟอร์มธุรกิจ JWD เริ่มมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2561 แม้เพิ่งเริ่มต้นแต่ก็ช่วยให้รายได้เติบโตถึง 32%  และคาดว่าจะชัดเจนยิ่งขึ้นตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป

“การเริ่มต้นปีที่ 40 จะเห็นว่า เราไม่ใช่บริษัทวัยกลางคน เราอยากมุ่งเน้นว่า เราจะโตรวดเร็วกว่า 39 ปีที่ผ่านมา จากโครงสร้างธุรกิจใหม่ที่วางไว้ทั้ง 4 ส่วน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JWD สรุป

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.