P&G รุกวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเตรียมล้อนช์แบรนด์ใหม่ 10 แบรนด์

Apr 29, 2019 P.Patikom

Procter & Gamble (P&G) ขยายศูนย์วิจัยนวัตกรรมในสิงคโปร์ เตรียมลอนช์ 10 แบรนด์ใหม่ 
 
ยักษ์ใหญ่สินค้าคอนซูเมอร์ของโลกค่ายนี้ กำลังลงทุนเพิ่มอีก 12 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายศูนย์นวัตกรรมของ P&G ที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์นวัตกรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของ P&G เพื่อสร้างความผูกพันที่แข็งแกร่งมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นระหว่างการตลาดและการวิจัยและพัฒนา (R&D)
 
การขยายศูนย์นวัตกรรมในสิงคโปร์ของ P&G นี้ เพราะ P&G มีแผนจะเปิดตัวแบรนด์ใหม่ 10 แบรนด์เข้าสู่ตลาดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า  James Kaw ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรม P&G ในสิงคโปร์ กล่าวกับ The Drum ว่า "การดำเนินการในเรื่องนี้ เป็นการพิสูจน์ถึงคุณค่าของทีมการตลาดและทีมวิจัยและพัฒนาของ P&G, การลงทุนในศูนย์นวัตกรรมในเอเชียของ P&G แห่งนี้ ถือเป็นความมุ่งมั่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโครงการของศูนย์นวัตกรรมนอกสหรัฐอเมริกาของ P&G 
 
Kaw อธิบายว่า "เราทำงานมากเป็น 10 เท่าในเรื่องจำนวนการทดลอง เราทำงานครบวงจร เราพูดคุยกับผู้บริโภค  เราทำงานกับส่วนผสมและวัสดุใหม่ และส่งต่อความคิดริเริ่ม นวัตกรรม ให้กับแบรนด์ของเราที่วางตลาด ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมในสิงคโปร์ของเรา มุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงาม, ผม, ผิวหนัง และผลิตภัณฑ์กลุ่ม Personal Care"
 
ผลงานจากทีมงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของศูนย์นวัตกรรม P&G ที่สิงคโปร์แห่งนี้ เช่น แอพ “Skin Advisor” ของ Olay ที่ได้รับความนิยมมาก มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย แอพนี้ให้ผู้ใช้ถ่ายเซลฟี่ใบหน้าของตน แล้วเทคโนโลยี AI ของแอพจะวิเคราะห์ผิวหนังบนใบหน้าอย่างละเอียด และจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Olay ที่เหมาะสมที่สุดกับผิวหน้าของพวกเขา
 
นอกจากนั้นยังมีการทดลองในด้านต่างๆ เช่น หุ่นยนต์ที่พัฒนา “แขน” ที่สามารถใช้ในการแปรงผมเป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อใช้ในการทดสอบผลิตภัณฑ์ของ P&G เป็นต้น 
 
นอกเหนือจากการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับแบรนด์ที่มีอยู่ของ P&G แล้ว ทีมงานของ Kaw ซึ่งมี 500 คน ตั้งแต่นักวิทยาศาสตร์และวิศวกร ไปจนถึงนักวิเคราะห์ข้อมูล ได้รับมอบหมายให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นธุรกิจพันล้านดอลลาร์ยุคต่อไป ที่จะเจาะตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชีย, นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าในปี 2030 อีกประมาณ 10 ปีข้างหน้า ผู้บริโภคในเอเชียจะใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าคอนซูเมอร์สูงถึงเกือบ 60% ของการใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าคอนซูเมอร์ของผู้บริโภคทั่วโลก
 
แบรนด์ใหม่ของ P&G ทั้ง 10 แบรนด์ ที่กำลังจะออกสู่ตลาดในอีกไม่นานเกินรอ จะเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการดูแลผิว, เส้นผม และความงาม โดยการผ่านศูนย์บ่มเพาะ GrowthWorks ที่ P&G ทำงานร่วมกับบริษัท Startups หลายแห่ง เพื่อพัฒนาแบรนด์ใหม่เหล่านั้น
 
ในการพัฒนานวัตกรรม เพื่อนำแบรนด์ใหม่ออกสู่ตลาด Kaw ให้ความสนใจตลาดสองกลุ่ม ที่มีศักยภาพสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่  
 
กลุ่มแรก คือ “ส่วนบุคคล (Personalisation)” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลิตภัณฑ์ประเภทที่เกี่ยวกับความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Beauty and Skincare) ที่ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมีความต้องการที่หลากหลายแตกต่างกัน ผู้บริโภคปัจจุบันและอนาคต ต้องการผลิตภัณฑ์ที่สามารถปรับแต่งและเข้ากับข้อกำหนดเฉพาะของตัวเอง เช่น ลักษณะผิว, รสนิยม ของผู้บริโภค 
 
กลุ่มที่ 2 คือ ตลาดผู้บริโภคกลุ่ม Baby Boomer ซึ่งปัจจุบันมีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มผู้บริโภคสูงวัยแล้ว และเป็นกลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ ซึ่ง P&G จะต้องวางตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้
 
P&G ที่เป็นยักษ์ใหญ่สินค้าคอนซูเมอร์ของโลก FMCG (Fast Moving Consumer Goods - สินค้าคอนซูเมอร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว) ยังวางยุทธศาสตร์ "สร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับผู้บริโภค (D2C - Direct-to-Consumer Relationships) เพื่อให้การเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคมีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วย, Kaw กล่าวว่า "เราต้องการเรียนรู้องค์ประกอบที่สำคัญมากของวิธีที่เราจะเข้าถึงผู้บริโภค” 
 
P&G ได้ทำโครงการทดลองหลายประการ เช่น การทดลองบริการสมัครสมาชิก Tide Pods สำหรับแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ซักผ้า Tide ที่มีมายาวนาน 
 
แบรนด์ใหม่ๆ ของ P&G ที่เกิดขึ้นจะเปิดตัวในสิงคโปร์ แล้วรุกขยายตลาดออกไปทั่วโลก  
 
Kaw กล่าวว่า “เราทำงานร่วมกับรัฐบาลโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแบรนด์มูลค่า 2-3 พันล้านดอลลาร์ นั่นคือความทะเยอทะยานในการสร้างแบรนด์ใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจในวงกว้าง แต่เราตระหนักดีว่าตลาดมีการพัฒนา และอาจจะต้องมีแบรนด์ที่เป็นแบรนด์ของภูมิภาค ที่ยังคงมีความสำคัญมาก”
 
กระบวนการนี้ยังเป็นรูปแบบใหม่ สำหรับวิธีการทำงานร่วมกันที่ดียิ่งขึ้นของผลิตภัณฑ์และการตลาด 
 
ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientists - ทำหน้าที่ในการตีความ หรือวิเคราะห์ และจัดการข้อมูลดิจิทัล Big Data องค์กรไหนที่มี “Big Data” และสามารถ “วิเคราะห์-จัดการข้อมูล” ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ องค์กรนั้นย่อมมีความได้เปรียบในการแข่งขัน) และดีไซเนอร์ (Product Designer) อาจอยู่ในแถวหน้าของแบรนด์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นจากศูนย์นวัตกรรมของ P&G ที่สิงคโปร์, Kaw เน้นย้ำว่านักการตลาดจะนั่งอยู่ที่โต๊ะ
 
“มีการนำเสนอที่หลากหลายเสมอที่เรารับรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องผลิตภัณฑ์ความงาม ที่เราต้องการโครงสร้างแบบ “Four in the box” และแน่นอนว่าเราทุกคนกำลังคิดถึงการตลาด คิดถึงการทำธุรกิจ แม้ในขณะที่เรากำลังออกแบบผลิตภัณฑ์" เขากล่าว
 
เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะอยู่ในเส้นทางเดียวกัน Kaw ได้จัดทำกิจกรรม “เชื่อมโยงและพัฒนา” ความคิดริเริ่มภายใน และ “ชุมชนแห่งการปฏิบัติ” (“Connect and Develop” Internal Initiatives and “Community of Practice Event”) ซึ่งผู้คนชาว P&G จากหลายภูมิภาคจะมารวมกันเพื่อแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกและเรียนรู้เทคโนโลยีและข้อมูลซึ่งกันและกัน
 
Marc Pritchard, CMO (Chief Marketing Officer) ของ P&G ในสหรัฐ ยังได้พูดถึงวิธีการที่จะเข้าถึงสิ่งนี้ โดยบอกว่ามันเป็นวิธีที่จะลดปริมาณงานที่ Outsource ไปยัง "ซัพพลายเออร์หรือเอเยนซี" และสร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับผู้บริโภคมากขึ้น

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.