9,180
VIEWS

ค้าปลีกไซส์เล็กกลายร่างเป็น Community Hub รับเทรนด์ผู้บริโภคช้อปใกล้บ้าน

Apr 26, 2019 R.Somboon

การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์ หรือ Demographic change โดยเฉพาะกับในมุมของการสูงวัยขึ้นของประชากรและครอบครัวที่เล็กลง (Ageing Population and Shrinking Household) เข้ามาส่งผลกระทบต่อตลาดค้าปลีกในทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในบ้านเรา ที่ทำให้แลนด์สเคปของอุตสาหกรรมค้าปลีกเปลี่ยนแปลงไป

แน่นอนว่า เข้ามาส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยสิ่งหนึ่งที่เป็นความต้องการของพวกเขาก็คือ ความต้องการประสบการณ์ใหม่ๆ ในการช้อปปิ้งที่ร้านค้าปลีกมอบให้ตลอดเวลา

ประสบการณ์ใหม่ที่พวกเขาต้องการนี้ ไม่เว้นแม้แต่การช้อปในร้านค้าปลีกขนาดเล็กอย่างคอนวีเนียนสโตร์ ที่ไม่เพียงแค่การนำเสนอสินค้าในรูปแบบเดิมๆ เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในการช้อปปิ้งใหม่ๆ ให้กับลูกค้า

 เมื่อปัจจัยด้านประชากรศาสตร์เปลี่ยนไปในแง่ของการสูงวัยขึ้นของประชากรและขนาดครอบครัวที่เล็กลงแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป คือ ผู้บริโภคจะซื้อแต่ของที่จำเป็น และเมื่อมีความต้องการเท่านั้น  พร้อมทั้งมีการออกไปทานอาหารนอกบ้านเพิ่มมากยิ่งๆ ขึ้น โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวที่เป็นประชากรที่อยู่ในตัวเมือง ยิ่งกว่านี้ ไม่นิยมทำการจับจ่ายล่วงหน้า และไม่มีการเตรียมการประกอบอาหาร  โดยส่วนใหญ่จะซื้ออาหารสำเร็จรูประหว่างทาง โดยเฉพาะอาหารสด จะซื้อและปรุงเพื่อรับประทานในวันเดียวกันเท่านั้น

ร้านสะดวกซื้อมีการพัฒนาตัวเองให้เป็นคอนเน็คชั่นพอยท์ (Point of Connection) เป็นประตูเปิดตัวเองให้เป็นคอมมูนิตี้ฮับ (Community Hub) ที่มีบริการต่างๆ อย่างกว้างขวาง และเมื่อก้าวเข้าสู่ความนิยมในการจับจ่ายผ่านดิจิทัลแล้ว ร้านสะดวกซื้อแนวคิด คอมมูนิตี้ฮับ (Community Hub) นี้จึงเข้ามามีบทบาทต่อการเป็นศูนย์กลางการส่งมอบสินค้า และประสบการณ์ใหม่ๆ ในการช้อปปิ้งให้กับลูกค้า

ตัวอย่างในเรื่องของการปรับตัวเพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ ในฐานะของการเป็นคอมมูนิตี้ ฮับของชุมชนที่เห็นโดดเด่นในบ้านเราก็คือ การปรับรูปแบบวิธีการนำเสนอสินค้าของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มีการปรับให้เข้ากับชุมชนที่แต่ละสาขาเข้าเปิด

นอกจากการพัฒนาตัวเองเป็นเน็ตเวิร์คในการให้บริการต่างๆ แล้ว เซเว่น อีเลฟเว่น ยังผลักดันตัวเองให้ก้าวขึ้นไปเป็นคอนวีเนียน ฟู้ด สโตร์อย่างเต็มตัว โดยมีการพัฒนาโมเดลร้านคอนวีเนียนสโตร์ของตัวเองออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างการส่งโมเดลร้านในรูปแบบที่เป็น “ดูเพล็กซ์” ร้าน 2 ชั้น ซึ่งเป็นสาขาที่มีทั้งรูปแบบของสแตนด์อะโลนบิ๊กไซส์ พร้อมที่จอดรถ และการเข้าไปเปิดสาขาในออฟฟิศบิวดิ้งชั้นนำที่อยู่ในเมือง พร้อมทั้งปรับรูปแบบการนำเสนอให้มีพื้นที่สำหรับนั่งทานอาหารในร้าน เพื่อรับกับไลฟ์สไตล์ของคนทำงานในออฟฟิศนั้นๆ ที่เริ่มจะมีออฟฟิศไทม์ที่เปลี่ยนไป คือไม่ได้จำกัดช่วงเวลาของการทำงานแค่ 8.00-17.00 น. เหมือนในอดีตที่ผ่านมา

โมเดลในรูปแบบดังกล่าวนี้ จะเน้นนำเสนอสินค้าอาหาร - เครื่องดื่ม เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่เป็นนักช้อป และพนักงานออฟฟิศ โดยภายในร้านมีการเสริมเก้าอี้บาร์รับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่เพื่อนั่งทานอาหารในร้าน นอกจากนี้ยังมีมุมที่เรียกว่า “ฟู้ดเพลซ” ที่มีทั้งเมนูปรุงสด และอาหารพร้อมรับประทาน ขนมหวาน  กาแฟ และเครื่องดื่มต่างๆ ใน ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 12-60 บาท พร้อมมีโต๊ะ-เก้าอี้ สำหรับนั่งรับประทาน

จากข้อมูลของสมาคมผู้ค้าปลีกไทยที่เคยออกมาให้เมื่อปีที่ผ่านมา พบว่า ร้านค้าปลีกประเภทสะดวกซื้อ หรือคอนวีเนียนสโตร์ เติบโต 2-3%  ยังมีการขยายตัวสูง หากเทียบจำนวนประชากรและปริมาณร้านสะดวกซื้อที่เปิดให้บริการในไทยร่วม 2 หมื่นสาขา ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบเกาหลีใต้ ประชากรประมาณ 50 ล้านคน มีร้านสะดวกซื้อกว่า 3 หมื่นสาขา โดยตัวเลขส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกที่รวบรวมเมื่อกลางปี 2561 ที่ผ่านมาจะแบ่งเป็น ร้านค้าดั้งเดิม 32.4% ไฮเปอร์มาร์เก็ต 18.4% ร้านสะดวกซื้อ 17% นอนเชนซูเปอร์มาร์เก็ต 8.4% กลุ่มเชนซูเปอร์มาร์เก็ต 3.7% ช่องทางออนไลน์ 1.2% และที่เหลืออื่น ๆ

ร้านค้าปลีกไซส์เล็กกำลังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี เพราะสามารถเข้ามารองรับกับไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งที่เปลี่ยน ไปของคนไทย โดยเฉพาะในมุมของการซื้อสินค้าเพื่อตอบโจทย์ในชีวิตประจำวัน แน่นอนว่า การมอบประสบการณ์ใหม่ในการช้อปให้กับลูกค้าผ่านการสร้างโมเดลร้านในรูปแบบใหม่ๆ ที่อิงกับผู้บริโภคในแต่ละชุมชน โดยทำหน้าที่เป็นคอมมูนิตี้ ฮับ ของชุมชนนั้นๆ จะกลายเป็นแนวทางการทำตลาดที่เข้ามาขับเคลื่อนให้ร้านค้าปลีกไซส์เล็ก มีบทบาทสำคัญต่อการจับจ่ายในยุคใหม่นี้อย่างแท้จริง

 

3 สิ่งที่เปลี่ยนไป

ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ค้าปลีกไทย และนักวิชาการด้านค้าปลีกของบ้านเรา ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ด้วยขนาดครอบครัวที่เล็กลง รวมถึงความต้องการความสะดวกสบายในการซื้อสินค้า ทำให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนมาซื้อสินค้าในร้านค้าขนาดเล็กใกล้บ้านมากขึ้น ทำให้ร้านค้าปลีกขนาดเล็กยังคงมีเทรนด์การเติบโตที่ดี ตามการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การช้อปของผู้บริโภค

เขายังบอกอีกว่า หากย้อนหลังไปเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว ร้านค้าปลีกไซส์ใหญ่อย่างไฮเปอร์มาร์เก็ต จะเป็นช่องทางขายยอดนิยมของคนไทย เพราะมีการมอบประสบการณ์ในการช้อปที่สามารถดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าในสโตร์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเรื่องของ “ราคา” ที่เป็นแรงดึงดูดสำคัญ

แต่ในปัจจุบัน ตลาดเริ่มเปลี่ยนไป โดยมีปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้าชาวไทยคือ

1.พวกเขามองถึงเรื่องของความสะดวกสบายในการช้อป ซึ่งการมาที่สโตร์แล้วช้อปเป็นจำนวนมาก น่าจะไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการอีกต่อไปแล้ว เพราะมีการสร้างฟอร์แมตของร้านค้าปลีกที่ทำให้เข้าถึงการซื้อได้ง่ายขึ้นแบบทุกที่ทุกเวลา ทั้งฟอร์แมตที่เป็นร้านค้าปลีกขนาดเล็กกระจายเข้าไปในชุมชนต่างๆ และตัวช้อปปิ้งออนไลน์ที่มีส่วนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้ออย่างมาก

ตัวอย่างในเรื่องของความสะดวกในการช้อปนั้น ยังรวมถึงเรื่องของการเดินทางที่โครงสร้างของเมืองเปลี่ยนไป ขณะที่ในสมัยก่อน จำนวนคนหารด้วยจำนวนรถจะมีแค่ 20% แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 80% ทำให้เป็นเรื่องที่ยากลำบากในการฝ่าการจราจรที่ติดขัดเพื่อเข้ามาช้อปปิ้งเพียงอย่างเดียว

2.ประสบการณ์ในการช้อปกับไฮเปอร์มาร์เก็ตที่เคยสร้างความตื่นตาในอดีตก็คือเรื่องของการขายสินค้าราคาถูกแบบ Everyday Low Price กลายเป็นเรื่องเบสิกที่ไม่มีความแปลกใหม่ไปแล้ว ทำให้ผู้เล่นทั้ง 2 ราย ต่างหันมาใช้กลยุทธ์ราคาในรูปแบบที่ช็อกไพรซ์ เพื่อกระตุ้นการซื้อ อย่างกรณีของเทสโก้ โลตัสที่สร้าง Perception ในการเป็นร้านค้าปลีกราคาถูกด้วยแคมเปญ โรลแบ็ค

3.โครงสร้างของขนาดครอบครัวที่เปลี่ยนไป เป็นครอบครัวขนาดเล็ก ทำให้ไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าเพื่อสต๊อกแบบเกินความจำเป็นในการใช้ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี ผู้บริโภคต้องประหยัด

 

บิ๊กซี โลตัส

เขย่าตลาดค้าปลีกไซส์เล็ก

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ผู้เล่นในตาดไฮเปอร์มาร์เก็ตอย่างเทสโก้ โลตัส และบิ๊กซี ต่างก็มองเห็นเทรนด์การเติบโตของร้านค้าปลีกไซส์เล็ก จึงให้ความสำคัญกับการลงทุนในค้าปลีกไซส์เล็กอย่างต่อเนื่อง

สาขาในรูปแบบของเอ็กซ์เพรสของเทสโก้ โลตัส ยังคงถูกให้ความสำคัญ โดยจะมีการลงทุนเปิดสาขาใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการปรับเปลี่ยนเวลาการเปิด – ปิด สาขาในบางโลเกชั่นที่อยู่นอกเขตเมืองให้มีการปิดบริการในช่วง 23.00 น. แต่เทสโก้ โลตัส ก็ยังคงลงทุนเปิดสาขาใหม่ในตัวเลขปีละ 80 – 100 สาขา

เช่นเดียวกับบิ๊กซี ที่จะให้ความสำคัญกับการเปิดมินิบิ๊กซีมากขึ้น โดยมีแผนที่จะเปิดเพิ่มในตัวเลขกลมๆ ถึง 200 สาขา สิ่งที่น่าสนใจก็คือ บิ๊กซีมีแผนที่จะปรับคอนเซ็ปต์ของมินิบิ๊กซีใหม่ เพื่อให้แข่งขันกับคอนวีเนียนสโตร์รายอื่นๆ ได้ บิ๊กซีรูปแบบใหม่น่าจะเห็นได้ภายในปี 2562

ส่วนหนึ่งของการปรับนั้น น่าจะเป็นการเติมเต็มตัวสินค้าเข้าไปเพื่อให้รับกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคที่มองถึงการใช้ร้านค้าปลีกขนาดเล็กใกล้บ้านเป็นที่สต๊อกสินค้า เมื่อสินค้าขาดก็จะใช้วิธีการซื้อจากร้านค้าปลีกใกล้บ้านแทนที่จะซื้อมาสต๊อกไว้เป็นจำนวนมาก

ร้านค้าปลีกไซส์เล็ก ได้ก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนไปแล้ว และนั่นจะทำให้ค้าปลีกในเซ็กเม้นต์นี้ ยังคงมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง....

 

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn