ทิวลิปบานที่ระยอง จาก Zero Waste สู่ Creative Economy

Apr 18, 2019 S.Vutikorn

แนวความคิดเรื่อง Zero Waste หรือการลดปริมาณของเหลือใช้, ของเสียในกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมให้เหลือศูนย์ หรือไม่ก็นำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์อื่นๆ นั้นมีมาพักใหญ่แล้ว

ในประเทศไทยหลายองค์กรก็เริ่มนำเอาแนวคิดดังกล่าวไปปรับใช้ในกระบวนการผลิตของตัวเอง อาทิ กลุ่มบริษัทด้านพลังงานยักษ์ใหญ่อย่างปตท. ก็มีการทำในหลายโรงงาน และหลายกระบวนการผลิต

หนึ่งในนั้นก็คือ โรงแยกก๊าซธรรมชาติที่จังหวัดระยอง

ความน่าสนใจของโครงการนี้ ก็คือ ผลผลิตที่เกิดจากโครงการนี้สามารถนำไปต่อยอดผ่านแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่าง “การท่องเที่ยว” ได้อย่างลงตัว

 ต้องเข้าใจกันก่อนว่าประเทศไทยมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มาเป็นแหล่งพลังงานสำรอง เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในกระบวนการแยกก๊าซจะมี “พลังความเย็น” จำนวนมากที่เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการเปลี่ยนสถานะ LNG เป็นก๊าซ

ทางปทต. มองว่าน่าจะนำพลังงานความเย็นนี้กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศทางใดทางหนึ่ง จนเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการวิจัยไม้เมืองหนาว ตามโครงการในพระราชดำริฯ ในปี พ.ศ. 2553

แนวคิดหลักของโครงการนี้ คือการนำเอาพลังงานความเย็นมาลดอุณหภูมิในโรงเรือน เพื่อทดลองเพาะปลูกไม้เมืองหนาว รวมถึงยังมีการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติมาเร่งการเจริญเติบโตของพืช

โครงการนี้ ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากหลายหน่วยงานในการคิดค้นและวิจัย จนประสบผลสำเร็จ อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.), คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และสถานเอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

ปี พ.ศ. 2555 ปตท. ได้ทดลองปลูกต้นลิลลี่และทิวลิป ในโรงเรือนประหยัดพลังงานต้นแบบ ซึ่งถือเป็นการต่อยอดจากงานวิจัยศึกษาการเพาะหัวพันธุ์ไม้เมืองหนาว เพื่อสร้างผลผลิตและขยายพันธุ์ได้เองในทุกฤดูโดยไม่ต้องนำเข้าพันธุ์จากต่างประเทศ

พบว่าผลการทดสอบการใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในโรงเรือนสามารถเพิ่มผลผลิตและอัตราการเจริญเติบโตได้สูงกว่าปกติมากกว่าร้อยละ 12 อีกทั้งยังสามารถนำหัวพันธุ์ทิวลิปและลิลลี่ที่ออกดอกแล้ว ไปสร้างตาดอกใหม่ เพื่อขยายพันธุ์และเพาะปลูกในรอบถัดไปได้

 

ปี พ.ศ. 2556 ปตท. ได้ศึกษาวิจัยโดยนำระบบ TES (Thermal Energy Storage) จากเครื่องทำความเย็นแบบ Chiller ทั่วไปมาออกแบบ และพัฒนาให้สามารถกักเก็บพลังงานความเย็นจากก๊าซ LNG เพื่อให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่าสูงสุด รวมทั้งศึกษาการพัฒนาอุปกรณ์กักเก็บความเย็นแบบเคลื่อนที่ได้และสารแลกเปลี่ยนความเย็น เพื่อนนำไปใช้ทำความเย็นให้กับระบบปรับอากาศและระบบอื่นๆ ในพื้นที่ห่างไกลจากแหล่งผลิต

ปี พ.ศ. 2559 ปตท. ได้ทำการต่อยอดโครงการ โดยการสร้างโรงผลิตน้ำเย็น ที่ใช้พลังงานจาก LNG สำหรับทำอุณหภูมิให้กับโรงเรือนเพาะปลูก อีกทั้งขยายพื้นที่เพาะปลูก ทั้งสตรอเบอรี่และไม้ดอกเมืองหนาว

ปี พ.ศ. 2561 ปตท. ประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยี IFV (Intermediate Fluid Vaporizer) ดึงพลังงานความเย็นจากการเปลี่ยนสถานะ LNG ในการผลิตน้ำเย็น เพื่อใช้ในการควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนเพาะปลูก รูปแบบการศึกษาวิจัยของโครงการ รวมถึงยังสามารถใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงผ่านระบบ Gas Absorption Chiller แล้วส่งความเย็นเข้าไปในโรงเรือนประหยัดพลังงานต้นแบบ บนแนวคิดการใช้พลังงานน้อยที่สุด เพื่อลดต้นทุนจากการใช้พลังงาน 

ทางด้านการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต ทางปตท. ได้มีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ในทางการตลาด ด้วยการนำผลผลิตจากโครงการทั้งสตรอเบอรี่ และพันธุ์ไม้เมืองหนาว เช่น ลิลลี่, ทิวลิป และกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส ไปทดลองจัดแสดงและทดลองวางขายในห้างสรรพสินค้า ซึ่งก็ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี ก่อนที่จะพัฒนามาสู่การจัดงาน “มหัศจรรย์ไม้เมืองหนาว : ทิวลิปบานที่ระยอง” ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ซึ่งถือเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของไทย

งานมหัศจรรย์ไม้เมืองหนาว : ทิวลิปบานที่ระยอง ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 แล้ว โดยงานมหัศจรรย์ไม้เมืองหนาว ครั้งที่ 7 ในปีที่ผ่านมามีผู้เข้าชมงานถึง 90,973 คน มียอดเงินบริจาคที่ได้จากการจัดงานทั้งหมด 3,091,738 บาท ซึ่งทางปตท.ได้มอบเงินทั้งหมดให้กับศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองมาบตาพุดสำหรับซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

สำหรับงานมหัศจรรย์ไม้เมืองหนาวครั้งที่ 8 นี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-21 เมษายน 2562 ณ สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีการนำดอกทิวลิปกว่า 120,000 และดอกไม้เมืองหนาวหลากสายพันธุ์ ที่สามารถนำมาปลูกได้ในอากาศเมืองร้อนอย่างประเทศไทย เช่น ดอกลิลลี่ ดอกแดฟโฟดิล ดอกไฮยาซินธ์ ดอกไฮเดรนเยีย ดอกดิจิทาลลิส ดอกเจอราเนียม ดอกไซคลาเมน ฯลฯ มาจัดแสดงเป็นสวนดอกไม้บนพื้นที่กว่า 4,500 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด “The Charming of Wonder Village”

โดยค่าเข้าชมงานคนละ 40 บาท ในปีนี้จะนำไปจัดซื้ออุปกรณ์และสาธารณูปโภคให้กับกองทุนสนับสนุนการจัดบริการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและพิการ เมืองมาบตาพุด โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ

ความสำเร็จของโครงการนี้ นอกเหนือจากการนำพลังงานความเย็นที่เหลือใช้ในกระบวนการแปรสภาพก๊าซ LNG กลับมาสร้างประโยชน์ให้กับภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนส่วนใหญ่ในประเทศแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเกษตรเกี่ยวกับพืชเมืองหนาวในประเทศไทย เพื่อเป็นต้นแบบให้เกษตรกรและผู้สนใจในประเทศ ได้นำไปศึกษาต่อยอดเป็นแนวทางสู่การสร้างอาชีพ และสร้างรายได้แก่เกษตรและผู้สนใจ ในการปลูกและขยายพันธุ์ไม้เมืองหนาว ซึ่งมีราคาสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดได้

ในระยะยาวยังหมายถึงการช่วยลดการนำเข้าไม้เมืองหนาวจากต่างประเทศ รวมถึงยังมีโอกาสพัฒนาไม้เมืองหนาวในประเทศไทยเป็นสินค้าส่งออกในอนาคต

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.