6,677
VIEWS

ที่เงินติดล้อ – พนักงานคือ Brand Maker

May 16, 2019 -None-

ธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถนับเป็นธุรกิจที่มีผู้เล่นหลากหลายทั้งระดับประเทศและระดับท้องถิ่น หากแต่ยังไม่มีผู้เล่นรายใดที่ให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์และสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างจริงจัง  เพราะจุดตัดที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกรับบริการมักขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อนั่นเอง จึงเป็นช่องว่างให้เงินติดล้อริเริ่มสร้างแบรนด์รวมถึงสื่อสารจุดเด่นในการทำธุรกิจที่โดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง เป็นที่มาสู่การครองอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค ในหมวดสินเชื่อทะเบียนรถ จากผลสำรวจ Thailand’s Most  Admired  2019  ที่จัดโดยนิตยสาร BrandAge

จากภารกิจการสร้างแบรนด์ที่ทำมาต่อเนื่องยาวนานเกือบ 10 ปี สู่การ Rebranding ครั้งใหญ่ในปี 2561 ที่ผ่านมา โดยการตัดคำว่า “ศรีสวัสดิ์” ออกเพื่อแก้ปัญหาความสับสนกับแบรนด์คู่แข่งเหลือเพียง “เงินติดล้อ” ซึ่งเป็นที่จดจำและสื่อถึงธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถได้อย่างชัดเจน

คุณภคมน ตุลยาพิศิษฐ์ชัย ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายดิจิทัลและสื่อสารการตลาด เล่าว่า เงินติดล้อเริ่มสร้างแบรนด์เป็นครั้งแรกในปี 2553 หลังจากที่ธนาคารกรุงศรีได้ซื้อกิจการ “ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ” นี้ต่อจาก AIG Consumer Finance ซึ่งได้ซื้อธุรกิจนี้มาจากไฟแนนซ์ท้องถิ่น ในปี 2550 โดยได้ออกโฆษณาที่นำ Key Branding Element ในเรื่องของความรวดเร็วในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อมาเป็นไฮไลท์ในการสื่อกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยใช้ตัวแสดงที่เป็นตัวแทนของโปรไฟล์ลูกค้า และสื่อออกมาในโทนตลก เรียกเสียงหัวเราะ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่โฆษณาได้ออกอากาศ คือมีลูกค้ามาเข้าคิวที่สาขาพร้อมเล่มทะเบียนรถ ซึ่งเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าสามารถเปลี่ยนมาเป็นเงินให้ชีวิตหมุนต่อได้ในยามฉุกเฉิน  โฆษณาชุดดังกล่าวนอกจากจะสร้างการรับรู้ของแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 20% เป็น 95% ภายใน 2 ปี ยังทำหน้าที่ช่วยให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายถึงประโยชน์ของทะเบียนรถ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ซึ่งมาตอบโจทย์ความต้องการใช้เงินแทนที่สินเชื่อนอกระบบ

แม้แบรนด์เงินติดล้อจะสามารถปลดล็อก Pain Point ของลูกค้าในเรื่อง Speed จนสร้างการรับรู้ในวงกว้างได้ แต่ด้วยธรรมชาติของธุรกิจที่ไม่มี Barrier to Entry ในการสกัดกั้นผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด ขณะที่ผู้เล่นที่มีอยู่ก็สามารถออกผลิตภัณฑ์หรือบริการที่คล้ายคลึงกันออกมาเงินติดล้อจึงหันมาสร้างความโดดเด่นที่แตกต่าง เป็นที่มาของการกลับมาค้นหา Brand Essence ของตัวเองและค้นพบว่าแก่นของแบรนด์เงินติดล้ออยู่ที่การมีเป้าหมาย หรือเจตนารมณ์ที่จะอยากช่วยลูกค้า ด้วยการส่งมอบบริการที่จริงใจ โปร่งใส และเป็นธรรมซึ่งถือเป็นการช่วยยกระดับมาตรฐานการทำธุรกิจของอุตสาหกรรมสินเชื่อทะเบียนรถไปในตัว

เราทำการบ้านเรื่องนี้อย่างจริงจัง เริ่มจากที่ MD ของเราชอบหนังสือ Start with why ของ Simon Sinek และจากทฤษฎี The Golden Circle เราพบว่า Why ของเงินติดล้อคือคนของเรา ที่มีความมุ่งมั่นอยากช่วยให้ลูกค้ามีชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้เรากลับมาสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ที่สามารถหล่อหลอม Why ของเงินติดล้อตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงพนักงานสาขาทั่วประเทศได้ พร้อมทั้งจัดตั้งหน่วยงาน Happiness Culture ขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อทำหน้าที่สร้างความสุขให้กับพนักงาน ด้วยความเชื่อว่า หากพนักงานมีความสุขก็จะทำงานด้วยใจจนสามารถส่งมอบบริการที่ดีในแบบที่ลูกค้าสัมผัสได้ว่าต่างจากคู่แข่งอย่างแท้จริง ดังนั้น ถ้ามีโอกาสเข้ามาที่เงินติดล้อ จะสามารถสัมผัสได้ว่า พนักงาน ทุกคนมีความตั้งใจ และใส่ใจในการดูแลลูกค้าของเรา ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ลูกค้าที่มาใช้บริการจะรู้สึกได้”

คุณภคมน กล่าวว่า เงินติดล้อเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับบุคลากร เพราะไม่ว่าแบรนด์จะโฆษณาดีขนาดไหน หรือทำแคมเปญใหญ่เพียงใด แต่เมื่อ Moment of Truth มาถึงและไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นในทางเดียวกันกับโฆษณาก็จะทำให้เกิดความเสียหายได้

“การสร้างวัฒนธรรมองค์กรของเราเริ่มต้นตั้งแต่การสัมภาษณ์พนักงานที่จะมาร่วมงานเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสายพันธุ์เงินติดล้อ โดยดูจากทัศนคติ และ Passion ว่ามีความมุ่งมั่นอยากช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่มาทำงานเพียงเพราะต้องการเงินเดือนอย่างเดียว เมื่อรับพนักงานที่มี DNA เดียวกันแล้วเวลาจะขับเคลื่อนงานที่ต่อให้ยากแค่ไหน ก็สามารถผลักดันให้สำเร็จลุล่วงได้

เงินติดล้อเรายังให้ความสำคัญ และสนับสนุนเรื่องของ กระหายการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ และส่งคนไปเรียนรู้เรื่องต่างๆ จากที่ที่ดีที่สุดในเรื่องนั้นๆ เพื่อให้เราเข้าใจ เช่น Zappos และ Disney เพื่อนำความรู้มาปฏิบัติจริง อีกทางหนึ่งยังเปิดโอกาสให้พนักงานได้ทดลองทำ เกิดการเรียนรู้ และสามารถเจอสิ่งที่ใช่ และเอามาพัฒนาเงินติดล้อต่อ เรามีการทำ Research ในหลาย ๆ มุมให้เราเข้าใจ Movement ของธุรกิจ และใช้เทคโนโลยีมาวิเคราะห์สิ่งที่เราทำให้เรารู้ว่าจะต้องพัฒนาไปทางด้านไหนอย่างไร ซึ่งเรามองว่า เราอยากทำธุรกิจนี้ให้ดี และไม่ได้มองเพียงแค่คู่แข่งในเมืองไทย แต่มองไปถึงคนที่ทำธุรกิจเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันในประเทศอื่นๆ ด้วย”

ทั้งหมดนี้จึงไม่ผิดนักหากจะบอกว่าพนักงานทุกคนของเงินติดล้อเป็น Brand Maker ตัวจริงที่ทำให้แบรนด์ก้าวมาเป็นอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค และทำให้ Mission Impossible กลายเป็น Mission Possible โดย คุณภคมน ยกตัวอย่างโปรดักต์อนุมัติสินเชื่อไวภายใน 10 นาที ซึ่งต้องใช้การบริหารจัดการหลังบ้านที่ยุ่งยากซับซ้อนมาก แต่ทีมงานเงินติดล้อสามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อนี้ออกสู่ตลาดได้ภายในเวลาเพียง 2-3 เดือน และจากความยึดมั่นให้ชีวิตคนไทยดีขึ้น และหมุนต่อได้โดยไม่ใช้ผลประกอบการเป็นตัวตั้ง จึงเป็นที่มาของการแจกฟรีประกันอุบัติเหตุให้กับลูกค้าสินเชื่อรถจักรยานยนต์เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา จนปัจจุบันได้แจกไปแล้วกว่า 800,000 กรมธรรม์ คิดเป็นมูลค่าสินไหมทดแทนช่วยลูกค้ากว่า 80 ล้านบาท หรือแคมเปญล่าสุด “เงินติดล้อ กู้ง่าย โปะได้ ปลดหนี้เร็ว” เพราะต้องการส่งเสริมให้ลูกค้าเห็นว่าหากขยันทำงานเพิ่มรายได้ก็จะสามารถเอาเงินมาโปะใช้หนี้ จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่าง และส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กับลูกค้าจากแบรนด์เงินติดล้อ

จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาด้วยพลังและความมุ่งมั่นของทีมงานล้วนเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เงินติดล้อเป็น Trendsetter ให้กับตลาด และจะสร้างเทรนด์ใหม่ต่อไปในอนาคต

“ถ้าเราสามารถสร้างวัฒนธรรมของเราให้แข็งแรง มีกลยุทธ์ในการบริหารบุคลากรที่ดี และสามารถทำให้พนักงานเข้าใจถึงสิ่งที่แบรนด์เรายึดมั่น เช่น การทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นและหมุนต่อได้ เราก็จะสามารถส่งต่อสิ่งที่เรายึดมั่นให้กับลูกค้าได้ ไม่ว่าจะจากช่องทางไหนก็ตาม แทนที่จะให้ผู้บริหารไม่กี่คนมาผลักดัน และควบคุมคุณภาพการให้บริการ เราเปลี่ยนเป็นให้พนักงานทุกคนมาช่วยกันดูแล และแชร์เจตนารมณ์เดียวกันจะดีกว่า เพราะเมื่อลูกค้ารู้สึกดีกับเรา ก็จะรู้สึกดีกับแบรนด์เงินติดล้อไปด้วย”

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของเงินติดล้อได้ที่  https://www.ngerntidlor.com/

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.