Employer Branding มีประโยชน์ต่อ “เนสท์เล่” อย่างไร

Apr 10, 2019 BrandAge Team

บริษัท Nestlé ผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับอาหารและสุขภาพ ได้หันมาใช้โซเชียลมีเดียเพื่อการสรรหาพนักงานหน้าใหม่ทั้งในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ซึ่งการที่หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอาหารหันมาใช้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการหาพนักงานนั้น นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว วันนี้ ทีม WorkVenture ของเราจึงขอหยิบเรื่องราวของทาง เนสท์เล่ มาให้ทุกท่านร่วมวิเคราะห์ไปด้วยกัน

กลยุทธ์ Employer Branding ในโลกออนไลน์ ของเนสท์เล่

เนสท์เล่ได้สร้างเว็บไซต์หางานใน UK ภายใต้สโลแกน Nestlé & You โดยลิงก์ไปที่ Facebook และ Twitter ตลอดเวลา ทำให้ผู้คนสามารถกดค้นหางานและสมัครเข้ามาได้อย่างง่ายดาย ในขณะเดียวกัน เนสท์เล่ใน USA ก็ได้สร้างหน้าเว็บเพจสำหรับสมัครงานขึ้นมาเช่นกัน โดยแบ่งเป็น Professional Jobs สำหรับผู้ที่ต้องการทำงาน และ Campus Opportunities สำหรับนักศึกษาที่ต้องการโอกาสในการเรียนรู้ ซึ่งได้เชื่อมโยงกับทั้ง Facebook LinkedIn และ YouTube นอกจากนี้ ทางเนสท์เล่ยังสร้างเพจแยกกันไปในแต่ละประเทศ โดยมุ่งเน้นที่หน้าเว็บไซต์สำหรับสมัครงาน แม้ในตอนนี้จะมีเพียง UK และ US เท่านั้นที่ได้ใช้กลยุทธ์การโฆษณาในโซเชียลมีเดียอื่น ๆ

Facebook & Instagram

เนสท์เล่ได้สร้างโปรไฟล์ Facebook ไว้สองเพจ ได้แก่เพจฝั่ง US และ UK ซึ่งเพจของทางสหราชอาณาจักรนั้น จะมีการโพสต์ Job Of The Week ทุกสัปดาห์ ตลอดจนนำเสนอบทความและคำถามต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม ทำให้เกิดการเข้าถึงกลุ่มผู้ชมในระดับที่น่าพึงพอใจ นอกจากนี้ยังมีเมนูลัด Welcome และ Careers ที่จะแสดงรายชื่อตำแหน่งทั้งหมดที่สามารถสมัครได้ในเว็บไซต์ของเนสท์เล่ นอกจากนี้ยังมีโซน Business Areas และ Nestlé Culture ที่ให้ข้อมูลด้านตำแหน่งงาน และวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทเนสท์เล่ที่รวมไปถึงชุดยูนิฟอร์ม ที่สำคัญ ข้อมูลเหล่านี้ยังเป็นปัจจุบันเสมอ ๆ ด้วยการอัปเดทอย่างต่อเนื่อง

ทางฝั่ง Facebook ของเนสท์เล่ในสหรัฐอเมริกานั้น มียอด Like ที่น้อยกว่าฝั่งสหราชอาณาจักร และมีการอัปเดทตลอดจนการโพสต์ที่น้อยกว่า ซึ่งข้อมูลที่โพสต์บนทั้ง Facebook และ Twitter นั้น เรียกได้ว่าเป็นข้อมูลเดียวกัน มีแตกต่างแค่ในด้าน Hashtag ที่ใช้

Twitter

เนสท์เล่ได้สร้างโปรไฟล์ใน Twitter ไว้สองเพจ ได้แก่เพจฝั่ง US และ UK ซึ่งเพจของทางสหราชอาณาจักรนั้น ได้มีการโพสต์ตำแหน่งงานและเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน Twitter ได้ Mention และ Retweet โดย 1 วันจะมีการโพสต์ทั้งหมด 1-2 ครั้ง ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1,000 คน ซึ่งหากมีการโพสต์ที่บ่อยครั้งกว่านี้ ย่อมทำให้จำนวนผู้ติดตามและผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์กับทางเนสท์เล่สูงขึ้นเช่นกัน

 

 

 

ทางฝั่ง Twitter ของเนสท์เล่ในสหรัฐอเมริกา มุ่งเน้นการโพสต์ข้อมูลในด้านวิศวกรรม งานบริหารทรัพยากรมนุษย์ สายการผลิต การตลาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งนับว่าเป็นการเพิ่มชื่อเสียงให้กับทางบริษัทมากกว่าการให้โอกาสแก่ผู้หางาน ทว่า จำนวนผู้ติดตามกลับมีมากกว่า Twitter ของทางฝั่งสหราชอาณาจักรถึง 80% อาจจะเป็นเพราะการโพสต์เนื้อหาเหมือนกับที่ใช้ใน Facebook และการใช้ Hashtag ที่เข้าถึงได้ง่าย จึงเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างได้ในระดับที่น่าสนใจ

YouTube

เนสท์เล่ได้รวมทุกเวอร์ชั่นของเพจในแต่ละประเทศ มาเป็น YouTube ช่องเดียว โดยให้ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ แบรนด์ การจ้างงาน กิจกรรมเพื่อสังคม และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งทำให้การเข้าถึงข้อมูลเป็นไปในวงกว้าง และได้ผลลัทธ์ที่ดียิ่งขึ้นดังเช่นในวีดิโอตัวอย่างนี้

เห็นแบบนี้แล้ว ถ้าทุกท่านอยากจะลองนำเทคนิค Employer Branding มาใช้กับบริษัทตนเองกันไหม? บางแพลตฟอร์มอย่าง Facebook และ YouTube ล้วนเป็นของที่ใช้งานง่าย และมีฐานผู้ชมเป็นกลุ่มคนทำงานค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าเป็น Twitter อาจจะในมีฐานผู้ชมในประเทศไทยไม่ตรงจุดสักเท่าไร

หรือถ้าสนใจเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับการทำ Employer Branding ล่ะก็ สามารถเข้ามาคุยกับ WorkVenture หรือติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่  http://employers.workventure.com/

Strategy

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.