เซ็นทาราเดินหน้าแผนความยั่งยืน แบนพลาสติกใช้ครั้งเดียว ลดจำนวนอาหารเหลือ สนับสนุนชุมชน

Apr 04, 2019 -None-

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ประกาศแผนยั่งยืนปี 2562 ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ การเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง การลดปริมาณอาหารที่เหลือทาน และการสนับสนุนผลิตผลจากเกษตรกรและชุมชนในท้องถิ่น

การเลิกใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้งภายในสิ้นปี 2562

การแบนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งนับเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “เซ็นทารา เอิร์ธแคร์” ที่มุ่งส่งเสริมให้แขกผู้เข้าพักและนักท่องเที่ยวลดปริมาณขยะ ร่วมประหยัดพลังงาน และสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยแผนกลยุทธ์ยั่งยืนปี 2562 ของเซ็นทารามุ่งให้ความสำคัญกับการเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง  โดยเริ่มจาก หลอดน้ำดื่ม ถุงใส่ผ้าส่งซักในห้องพัก บรรจุภัณฑ์อาหาร ขวดน้ำที่ห้องออกกำลังกายและริมสระว่ายน้ำ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในห้องน้ำ เซ็นทาราจะเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เหล่านี้เป็นวัสดุที่นำกลับมาใช้ได้อีก หรือย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เซ็นทารามุ่งมั่นดำเนินธุรกิจในเครือทุกแห่งภายใต้หลักจริยธรรมและความยั่งยืน พร้อมมอบประสบการณ์การบริการลูกค้าที่เหนือระดับด้วยไมตรีจิตแบบไทย” นายธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าว “เราให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันยุทธศาสตร์และการพัฒนาด้านความยั่งยืนในผลิตภัณฑ์และการบริการของทุกโรงแรมและรีสอร์ทที่เราดำเนินธุรกิจอยู่ เพื่อสร้างคุณค่าในระดับสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจในทุกที่ที่เซ็นทาราตั้งอยู่ นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นที่จะร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ยั่งยืน และดีต่อสังคม เพื่อส่งต่อไปยังรุ่นลูกหลานในอนาคต”

เซ็นทาราได้เริ่มยกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเมื่อปี 2561 ทั่วโรงแรมและรีสอร์ทที่เปิดให้บริการทั้ง 39 แห่ง โดยทดแทนพลาสติกเหล่านั้นด้วยบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ และทำจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งแบบที่ผลิตจากธรรมชาติ ย่อยสลายได้เอง และพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยเซ็นทาราตั้งเป้าหมายยกเลิกพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้งทั้งหมดภายในสิ้นปี 2562 นี้

 

โดยระยะแรก เซ็นทาราเริ่มทะยอยยกเลิกการใช้หลอดพลาสติกตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เนื่องจากหลอดพลาสติกทั่วไปใช้เวลานานถึง 200 ปีในการย่อยสลาย และเปลี่ยนเป็นหลอดดื่มน้ำที่ย่อยสลายทางชีวภาพได้ (bio-straws) ภายใน 6 เดือน หากโรงแรมและรีสอร์ทในเครือทั้งหมดเปลี่ยนมาใช้หลอดดื่มน้ำแบบใหม่นี้ได้อย่างสมบูรณ์ก็จะช่วยลดปริมาณขยะหลอดพลาสติกได้ถึงเกือบ 2.2 ล้านหลอดต่อปี

ระยะที่สอง เซ็นทาราได้เปลี่ยนถุงพลาสติกส่งผ้าซักในห้องพักแขกมาเป็นถุงผ้าแทน โดยได้เริ่มแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2561 ซึ่งเซ็นทาราจะยึดหลักปฏิบัตินี้ในทุกโรงแรมและรีสอร์ทที่เปิดให้บริการอยู่รวมถึงที่จะเปิดให้บริการในอนาคตด้วย ทั้งยังจะเดินหน้าลดเลิกการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกในรูปแบบอื่นๆ ตลอดต่อเนื่องทั้งปี 2562 นี้จนเสร็จสิ้นตามแผน

การลดปริมาณอาหารที่เหลือทิ้ง

ในส่วนแผนงานความยั่งยืนด้านการลดปริมาณขยะอาหารเหลือของเซ็นทารา ได้แก่ การลดปริมาณอาหารที่เหลือทิ้ง ด้วยการซื้อผักสด ผลไม้สด และสมุนไพรต่างๆ จากผู้ปลูกหรือเกษตรกรในชุมชน เพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาจากการขนส่งและภาคอุตสาหกรรมการผลิตวัตถุดิบเหล่านั้น

การมอบอาหารที่เกินปริมาณบริโภคในแต่ละวันแต่ยังคุณภาพดีให้แก่องค์กรการกุศลในชุมชนใกล้เคียงที่ตั้งของโรงแรม การคัดแยกขยะและมอบขยะอินทรีย์ให้เกษตรกรได้นำไปใช้เพื่อย่อยสลายเป็นปุ๋ยต่อไป และการเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ ด้วยการผสมผสานก๊าซมีเทนเข้ากับคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อนำไปใช้ทดแทนพลังงานจากถ่านหินหรือน้ำมัน

ในปี 2561 เซ็นทาราได้ทำงานร่วมกับองค์กรการกุศลไทยมากมาย อาทิ ฮาร์เวสท์ เอสโอเอส เพื่อรวบรวมนำเอาวัตถุดิบและอาหารที่เกินปริมาณบริโภคแต่ยังมีคุณภาพดี รวมทั้งสิ้นกว่า 28,000 กิโลกรัมไปทำการคัดแยกและบริจาคให้กับผู้ยากไร้ ซึ่งปริมาณอาหารที่เซ็นทาราบริจาค สามารถเปลี่ยนเป็นอาหารให้ผู้ยากไร้ได้มากถึง 86,000 มื้อ เทียบเท่ากับการช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศโลกได้ถึง 54,000 กิโลกรัม

นอกจากนี้  โรงแรมได้ทยอยติดตั้งเครื่องผลิตเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพแปรรูปขยะอินทรีย์จากห้องอาหาร ห้องครัว และขยะจากการจัดสวน ซึ่งสามารถเปลี่ยนขยะอินทรีย์ เพื่อเป็นเชื้อเพลิงแอลพีจีคำนวณจากเมื่อสิ้นปี 2561 เครื่องผลิตเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพนี้ได้ย่อยขยะอินทรีย์ไปแล้วกว่า 5,700 กิโลกรัม ซึ่งสามารถผลิตเป็นก๊าซชีวภาพเทียบเท่ากับเชื้อเพลิงแอลพีจีได้ถึง 262 กิโลกรัม

การเสริมความแข็งแกร่งให้ชุมชน

แผนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนปี 2562 ของเซ็นทารามุ่งผลักดันการส่งเสริมชุมชนเกษตรกรและผู้ผลิตในท้องถิ่นที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราแต่ละแห่งตั้งอยู่ โดยทำงานร่วมกับเกษตรกรและฟาร์มขนาดเล็กเพื่อเพาะปลูกและจัดส่งวัตถุดิบในการประกอบอาหารให้แก่โรงแรม

บริษัทให้ความสำคัญกับการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากการขนส่ง โดยโรงแรมแต่ละแห่งในเครือหันมาซื้อวัตถุดิบจากผู้ผลิตหรือผู้ปลูกในท้องถิ่นเป็นหลักถึงกว่าร้อยละ 70 ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนใกล้เคียงแล้ว ยังทำให้วัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารมีคุณภาพสดใหม่อยู่เสมออีกด้วย

ด้านสิ่งแวดล้อม เซ็นทาราทำงานร่วมกับเอิร์ธเช็ค องค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินผลการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับองค์กรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีมาตรฐานสูงมาปรับใช้ในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา จำนวน 15 แห่งที่ได้รับประกาศนียบัตรรับรองด้านสิ่งแวดล้อมดีเด่นจากเอิร์ธเช็ค และอีก 4 แห่งอยู่ในขั้นตอนการประเมิณผล ทั้งหมดนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สเรือนกระจกอย่างครบวงจรมากขึ้นไปอีกขั้น

จากความเป็นผู้นำด้านการบริหารองค์กรอย่างยั่งยืน เมื่อไม่นานนี้ เซ็นทารา (ชื่อในตลาดหลักทรัพย์ CENTEL) จึงได้รับการยกย่องจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้เป็นบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล ในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และมีจริยธรรม

โรงแรมต่างๆ ในเครือของเซ็นทารายังตั้งใจจริงในด้านการอนุรักษ์และลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจนได้รับการยกย่องจากหน่วยงานรัฐบาล อาทิ เซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน และเซ็นทราบายเซ็นทารา มาริส รีสอร์ท จอมเทียน พัทยา ที่ได้รับรางวัลตรา สัญลักษณ์ G-Green Hotel ระดับประเทศในฐานะโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมระดับดีเยี่ยม ประจำปี 2562  จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn