รวมไฮไลท์รถเด่นในงาน Bangkok International Motor Show 2019

Apr 03, 2019 S.Meenarat

งานแสดงนวัตกรรมด้านยานยนต์ The 40th Bangkok International Motor Show 2019 ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สุนทรียภาพทางอารมณ์” หรือ “ENJOYMENT OF AUTOMOBILES” โดยในปีนี้มีค่ายรถยนต์ชั้นนำจำนวน 33 รายเข้าร่วมจัดแสดงภายในงาน

BrandAge Online ได้รวบรวมไฮไลท์ในงานนี้มาให้รับชมกัน

 

ASTON MARTIN

VALKYRIE AMR Pro ไฮบริดไฮเปอร์คาร์ ที่ผลิตจำกัดเพียง 25 คันทั่วโลก โดย VALKYRIE AMR Pro ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน วี12 สูบ วางกลาง 6.5 ลิตร (NA-Naturally Aspirated) พร้อม “Rimac Energy Recovery System” เทคโนโลยีไฮบริดที่พัฒนาจากรถแข่งฟอร์มูลาวัน ให้กำลังสูงกว่า 1,100 แรงม้า อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. (0-60 ไมล์/ชม.) ภายใน 2.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 402 กม./ชม.  สนนราคาคือ  300 ล้านบาท

 

Audi

ไฮไลท์เด่นที่ห้ามพลาดของบูธอาวดี้ (Audi) มีรถยนต์เด่นๆ ที่เข้าตาหลายรุ่น ได้แก่

Audi i-tron 55 Quattro ถือเป็นการก้าวไปอีกขั้นของแบรนด์อาวดี้ในครั้งนี้ คือ การเปิดตัวยนตกรรมรถยนต์พลังงานไฟฟ้า e-tron ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก ด้วยสนนราคา 5,099,000 บาท จุดเด่นอยู่ที่ระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro ไฟฟ้า มีมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้ง 2 ตำแหน่ง ที่ด้านหน้า และด้านหลังเพื่อส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง ทำให้เกิดการตอบสนองที่ฉับไวในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นการออกตัว หรือว่าการเร่งแซงที่ทำได้รวดเร็ว ให้แรงม้าสูงสุด 360 แรงม้า และเพิ่มขึ้นเป็น 408 แรงม้าใน Boost Mode ขับได้ไกล 417 กม. ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง (มาตรฐาน WLTP)

New Audi TT Coupé ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมที่นับเป็นไอคอนของ อาวดี้ ที่ได้รับความนิยมสูงสุด มีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ดุดันมากยิ่งขึ้น ด้วยชุดตกแต่งภายนอกแบบ S Line ดีไซน์ใหม่ล่าสุดของกันชนด้านหน้า และสเกิร์ตข้างสีแพลตินัมเกรย์แบบด้าน กระจังหน้าขนาดใหญ่ได้รับการออกแบบใหม่ด้วยดีไซน์แบบรังผึ้ง (Honeycomb) สีไททาเนียมแบล็ก สอดรับกับกันชนด้านหลังดีไซน์ใหม่ ตามหลักอากาศพลศาสตร์ในรูปแบบของการวิ่งผ่านของกระแสลม ชายล่างของกันชนด้านหลัง (Diffuser) ตกแต่งด้วยสีแพลตตินัมเกรย์แบบด้าน ตอกย้ำความสปอร์ตเร้าใจ ราคา 3.299 ล้านบาท

Audi A7 Sportback ยนตกรรมสไตล์สปอร์ตคูเป้ 5 ประตู ที่ได้รับออกแบบอย่างประณีตพิถีพิถัน รูปทรงภายนอก โดดเด่น สง่างาม คมเข้มด้วยเส้นสายแห่งดีไซน์ที่ทรงพลังสื่อถึงพละกำลังอย่างเต็มเปี่ยม อีกทั้งยังเป็นยนตรกรรมที่สะท้อนความสำเร็จของทีมวิศวกรออกแบบของอาวดี้ ที่สามารถผสานรวมความเป็นสปอร์ตคูเป้ และความล้ำสมัยได้อย่างลงตัว ล่าสุดได้รับการออกแบบพัฒนาเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าให้มากขึ้น คือ รุ่น Audi A7 Sportback 45 TFSI quattro เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 245 แรงม้า ราคา 4.399 ล้านบาท

SUV Q series สุดยอดพรีเมียม SUV ตระกูล Q series ที่ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มที่ขายดีที่สุด มียอดจองสูงสุด นำโดย Audi Q8 เรือธงรุ่นล่าสุดของ Audi SUV ตามมาด้วย Audi Q7 ที่นอกจากจะคว้ารางวัล Best Luxury SUV จากนิตยสาร What Car ของประเทศอังกฤษ ยังกวาดรางวัล คาร์ ออฟ เดอะเยียร์ ประจำปี 2019 มาครองถึง 3 รางวัล และ Audi Q5 ที่ได้รับคะแนนความพึงพอใจจากผู้ขับขี่สูงสุดในกลุ่ม SUV ขนาดกลาง จากรายงานของ เจ.ดี.พาวเวอร์    

Audi  A6  Avant 55 TFSI Quattro S Line สุดยอดยนตรกรรมแบบ Avant อัตลักษณ์ของอาวดี้ที่สะท้อนความสำเร็จ และได้รับความนิยมอย่างสูงในยุโรป เพราะขับสนุก สะดวกสบายทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางท่องเที่ยว หรือกิจกรรมสันทนาการ โดย Audi  A6  Avant 55 TFSI Quattro S Line ถูกออกแบบใหม่ตามแนวคิด New Audi Design Language ที่มีทั้งความสวยงาม โฉบเฉี่ยว สปอร์ต ราคา 4.999 ล้านบาท

Audi A8L 55 TFSI Quattro ลักชัวรี่ซีดาน รถเรือธงของ Audi ที่สะท้อนทิศทางแห่งศักราชใหม่ของการออกแบบยนตรกรรม Audi ใหม่ ที่ล้ำสมัยทุกมิติ หรูหรา สปอร์ต และดีไซน์สะกดใจ งดงามทุกมุมมอง และคว้ารางวัลมากมาย รวมถึงรางวัล World Luxury Car 2018  และรางวัลสุดยอดนวัตกรรม จาก JEC World 2018 จากกรุงปารีส โดย Audi  A8L 55 TFSI Quattro Premium ราคา 6.799 ล้านบาท และรุ่น  Audi A8L 55 TFSI Quattro PRESTIGE ราคา 7.999 ล้านบาท

Audi R8 สุดยอดไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์คาร์ Audi R8 ที่สะท้อนถึงความก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีของอาวดี้ ที่สุดแห่งสปอร์ตทรงพลังหนึ่งเดียว กับ Audi R8 Coupe V10 5.2 FSI Quattro ราคา 18.999 ล้านบาท

 

Bentley

Bentley All New Continental GT Convertible เจนเนอเรชั่นที่ 3 ของ ของรุ่น GT Convertible ที่ผ่านการดีไซน์ ผสานเทคโนโลยีเชิงวิศวกรรม และการตกแต่งทุกรายละเอียดอย่างประณีต ด้วยวัสดุของตัวรถ ที่ออกแบบใหม่ สร้างความหรูหราและสง่างามที่สุดในโลก ส่งผลให้ จีที คอนเวอร์ทิเบิล เป็นเสมือนแก่นแท้ของของแบรนด์อันหรูหราแม้จะเปิด หรือ ปิดประทุนก็ตาม

All New Continental GT Convertible เพิ่มสุนทรียภาพแห่งการขับรถเปิดประทุน ด้วยสมรรถนะสุดเร้าใจ ผ่านเครื่องยนต์เบนซิน ดับเบิลยู12 สูบ 6.0 ลิตร อันทรงพลัง ทำงานร่วมกับเกียร์ดูอัล-คลัตช์ 8 จังหวะขุมพลังใหม่ถูกควบคุมด้วยกล่องอีซียูที่ใช้เทคโนโลยีล่าสุด ทำแรงม้าได้ถึง 635 PS หรือ 626 bhp แรงบิด 900 นิวตันเมตรอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 333 กม./ชม. โดย “ออล-นิวคอนติเนนทัล จีที คอนเวอร์ทิเบิล” หลังคาผ้าปรับปรุงใหม่ ใช้เวลาเปิด-ปิดเพียง 19 วินาที ขณะรถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ทำให้ คอนติเนลทัล จีที คอนเวอร์ทิเบิล กลายร่างจากคูเป้สุดหรูสู่รถแกรนด์ทัวเรอร์เปิดประทุนด้วยการกดปุ่มเดียว ส่วนหลังคามีให้เลือก 7 สี ซึ่งรวมถึงวัสดุผ้าสักหลาดหนานุ่ม ที่มีให้เลือกเป็นครั้งแรก

 

BMW

BMW X7 M50d รถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ผสานความล้ำสมัยและความคล่องตัวในดีไซน์ที่แปลกใหม่เข้าไว้ด้วยกัน โดดเด่นด้วยมิติรถที่กว้างขวาง ออกแบบห้องโดยสารด้วยลายไม้สีดำเงา ให้บรรยากาศในสไตล์เรียบหรู ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ พร้อมเทคโนโลยี M Performance Twin Power Turbo ที่ส่งพละกำลังสูงสุด 294 กิโลวัตต์ / 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตรที่ 2,000 – 3,000 รอบต่อนาที ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาพร้อมกับท่อไอเสียในสไตล์ M Sport เส้นสายสไตล์ปราดเปรียวและคล่องตัว เน้นองค์ประกอบของความประณีตและความเรียบง่าย และล้ออัลลอย BMW Individual ขนาด 22 นิ้ว ลาย Y-spoke มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 5 สีคือสีดำ Black Sapphire สีดำ Carbon Black สีขาว Mineral White สีน้ำเงิน Phytonic Blue และสีเทา Arctic Grey Brilliant Effect

ราคาจำหน่าย: 8,999,000 บาท

BMW Series 3 ใหม่ มาในดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวสะดุดตา ตอกย้ำความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ด้วยเส้นสายที่แข็งแกร่งและคมชัด พร้อมด้วยประสิทธิภาพของชุดเบรกที่เหนือชั้น จุดศูนย์ถ่วงต่ำ และการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 นอกจากนี้ ตัวรถยังมีน้ำหนักที่เบาลงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 55 กิโลกรัม จากการใช้วัสดุอะลูมิเนียมในชิ้นส่วนและโครงสร้างต่างๆ เสริมสมรรถนะการขับขี่ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำถึง 0.26 ลดลง 0.03 จากรุ่นก่อนหน้า

มีด้วยกัน 2 รุ่นได้แก่ BMW 320d Sport และ BMW 330i M Sport โดยทั้ง 2 รุ่นรองรับระบบ Driving Experience Control ที่มีรูปแบบการขับขี่ให้เลือกทั้งในโหมด COMFORT, SPORT และ ECO PRO

BMW 320d Sport ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์พละกำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ / 190 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาทีจากเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ราคาจำหน่าย 2,959,000 บาท

BMW 330i M Sport มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ส่งกำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ / 258 แรงม้าที่ 5,000 – 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,550 – 4,400 รอบต่อนาที เร่งความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 5.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ราคาจำหน่าย 3,359,000 บาท

BMW Z4 รถสปอร์ตโรดสเตอร์สุดคลาสสิก ตัวถังเปิดประทุน แบบ 2 ที่นั่ง ปีนี้มีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ BMW Z4 sDrive30i M Sport และ BMW Z4 M40i

BMW Z4 sDrive30i M Sport มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทคโนโลยี BMW Twin Power Turbo ให้พละกำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์/ 258 แรงม้า และเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 5.4 วินาที ราคาจำหน่าย  3,999,000 บาท

BMW Z4 M40i เสริมความแรงด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบที่ส่งพลังถึง 250 กิโลวัตต์ / 340 แรงม้าลงสู่ล้อหลัง เร่งความเร็ว 0-100 ได้ภายใน 4.5 วินาที ขณะที่ระบบ Driving Experience Control ราคาจำหน่าย 4,999,000 บาท

ทั้ 2 รุ่น สามารถปรับแต่งลักษณะการขับขี่ให้ตรงกับทุกความต้องการ ทั้งในโหมด COMFORT ไปจนถึงความแม่นยำและเฉียบคมสไตล์สปอร์ตในโหมด SPORT และ SPORT+ ทุกสัดส่วนของบีเอ็มดับเบิลยู Z4 ใหม่ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อเสริมความคล่องแคล่วและเพรียวลมบนท้องถนน กระจายน้ำหนักสู่ล้อหน้าและล้อหลังที่อัตราส่วน 50:50

 

Chevrolet

Chevrolet Captiva รถอเนกประสงค์ รุ่นใหม่นี้ครบครันความคุ้มค่าด้วยในราคาจำหน่ายเริ่มต้นต่ำกว่า 1 ล้านบาท ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ การออกแบบภายนอกที่ดูโฉบเฉี่ยวมีสไตล์และพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง ถือเป็นหนึ่งในรถอเนกประสงค์ที่มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางที่สุดในตลาด มีทั้งรุ่น 5 ที่นั่งและ 7 ที่นั่ง มาพร้อมกับหลังคาพาโนรามิกซันรูฟและไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่

 

ISUZU

“อีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่นพิเศษ! ดิ ออนิคซ์” (ISUZU MU-X THE ONYX… NEW SENSATION IGNITED) รถอเนกประสงค์ระดับหรูด้วยชุดแต่ง ONYX DESIGN EDITION ห้องโดยสารโทนเข้มที่แต่งด้วย AMBIENT LIGHT ช่วยเพิ่มมิติในบรรยากาศ พร้อมความสะดวกสบายเต็มพิกัด ตอบสนองทุกสไตล์การขับขี่ด้วยระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ มาพร้อมเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ สมรรถนะสูงแรงแต่ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยอีกระดับ

“อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” ปิกอัพ 2 ประตู และ 4 ประตู กับความสมบูรณ์แบบที่ผสานเทคโนโลยี และความโดดเด่นเป็นหนึ่งเดียว ด้วยโฉมใหม่ สปอร์ต ล้ำสมัย และมีระดับ สะท้อนภาพลักษณ์ยานยนต์ปิกอัพแห่งอนาคต หรูหรากับดีไซน์ห้องโดยสารเบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีน้ำตาล กว้างขวางและสะดวกสบาย ดีไซน์ภายนอกโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ต เท่ทุกมุมมอง

“อีซูซุ วี-ครอส MAX 4x4” สีแดงเอทนา (Etna Red) ลุคใหม่ของปิกอัพสปอร์ตออฟโรด บึกบึน ทรงพลัง เท่ทุกมุมมอง สปอร์ตอย่างมีระดับ ห้องโดยสารหรูหรายิ่งขึ้น ยกระดับความสะดวกสบายขั้นสุด กับชุดแต่ง MAX 4x4 ดีไซน์ใหม่ เปลี่ยนทุกอุปสรรคให้เป็นความเร้าใจถึงขีดสุด ด้วยสุดยอดแห่งสมรรถนะความแกร่งที่พิสูจน์แล้วจากการแข่งขันครอสคันทรีสุดโหดระดับนานาชาติ และความแรงของเครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์

“อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรีส์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” ที่มาทั้งรุ่น SPEED Cab 4 สีแดงเอทนา ไมกา (Etna Red Mica) สุดขีดความสปอร์ต ดุดัน ท้าทายทุกประสาทสัมผัส และรุ่น Hi-Lander 4 ประตู สีขาวมุก (Everest Pearl White) สปอร์ตพรีเมียมที่ผสานความหรูหราอย่างลงตัว ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้า ชุดแต่งสเกิร์ตด้านหน้าในรุ่น Hi-Lander และชุดสเกิร์ตรอบคันในรุ่น SPEED Cab 4  และสติกเกอร์คาดหน้า-หลัง พร้อมสัญลักษณ์ดีไซน์ “X” และ Red Line ดีไซน์ต่อเนื่องรับกับไฟหน้า และเส้นสปีดสีแดงยาวรอบคันพร้อมสัญลักษณ์ “ISUZU” สีแดง

 

FOMM

FOMM One Compact MPEV รถนั่งส่วนบุคคลขนาดเล็ก 4 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยระบบพลังงานไฟฟ้า 100% มิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า In-Wheel Motor เทคโนโลยี่ล่าสุดจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้การสูญเสียพลังงานของมอเตอร์น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับมอเตอร์ทั่วไป ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเพียง 30 สตางค์ต่อกิโลเมตร ด้วยการชาร์จไฟฟ้าจากระบบไฟบ้านเพียง 6 ชั่วโมง คิดเป็นค่าใช้จ่ายเพียง 42 บาท สามารถวิ่งได้ไกลถึง 160 กิโลเมตร (WLTC)

 

HONDA

ฮอนด้า แอคคอร์ด เจนเนอเรชั่นที่ 10 อีกขั้นแห่งยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน มาพร้อม 2 ขุมพลังขับเคลื่อน ได้แก่

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ประสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังมากกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร และให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ 16.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งมากกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรในรุ่นเดิม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรองรับน้ำมัน E85 ได้

และระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) ระบบ Full Hybrid ที่ทำงานด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 97 กรัม/กิโลเมตร และมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง

มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) มาพร้อมสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ได้แก่ สีไอวอรี่เบจ สีดำ และสีน้ำตาล โดยมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น HYBRID TECH ราคาไม่เกิน 1,800,000 บาท รุ่น HYBRID ราคาไม่เกิน 1,650,000 บาท และรุ่น TURBO EL ราคาไม่เกิน 1,500,000 บาท

 

Hyundai

ฮุนได โคน่า อิเล็กทริค รถยนต์พลังงานไฟฟ้าครอสโอเวอร์รุ่นล่าสุด ช่วยเรื่องประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีรูปลักษณ์ที่ทรงพลัง ผสมผสานความแข็งแกร่งของรถเอสยูวี และความแรงของระบบส่งกำลัง ได้รับการพัฒนาแนวคิดด้านการออกแบบเดียวกันกับรถยนต์ โคน่า แตกต่างที่กระจังหน้าแบบปิด เน้นความเรียบง่ายมีสไตล์

ฮุนได เอช-วัน ลิมิเต็ด ทรี รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ มาพร้อมรูปลักษณ์โฉมใหม่ล่าสุดปี 2018 ภายนอกเป็นสีขาวครีมมี่ หลังคาไฟฟ้าคู่ มูนรูฟ ระบบควบคุมไฟหน้าอัตโนมัติและล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว ส่วนภายในได้รับการออกแบบใหม่ด้วยเบาะหนังสีเทา พวงมาลัยหุ้มหนัง และลายไม้สีเทาแบบใหม่ มีจำหน่ายในประเทศไทยเพียง 300 คันเท่านั้น ด้วยราคาเพียง 1,679,000 บาท

 

Lamborghini

Lamborghini Huracán EVO ซูเปอร์สปอร์ตคาร์เครื่องยนต์ V10 รุ่นใหม่ล่าสุดของลัมโบร์กินี ที่มาพร้อมพละกำลังสูงสุดถึง 640 แรงม้า และแรงบิด 600 นิวตันเมตร นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงอย่างครบครัน ด้วยฟังก์ชั่นใหม่ของระบบ Infotainment มาพร้อมจอทัชสกรีนขนาด 8.4 นิ้ว ที่บริเวณคอนโซลกลาง สามารถควบคุมการสั่งการได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว รวมไปถึงการปรับเบาะนั่งรถยนต์ ปรับแอร์ หรือควบคุมระบบ LDVI system แบบเรียลไทม์ โดยสามารถรองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay รวมไปถึง Web Radio, Video Player และการสั่งงานด้วยคำสั่งเสียงผ่าน Siri, กล้องคู่บนจอทัชสกรีน, Telemetry Recording and Analysis และยังมี Hard Disk ความจุขนาดใหญ่อีกด้วย

ทั้งนี้ ลัมโบร์กินี ฮูราแคน อีโว ถูกยกให้เป็นไอคอนใหม่ล่าสุดของแบรนด์กระทิงดุ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะที่สามารถเลือกสีที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ทั้งการออกแบบสีรถภายในและภายนอก มาพร้อมการตกแต่งภายในที่มีความหรูหรา ด้วย Carbon Forged Composites ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ลัมโบร์กินี สนนราคาเริ่มต้นที่ 24,590,000 บาท

 

Lexus

The All-New Lexus UX ยนตรกรรมระดับหรู ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน เป็นรถคอมแพค ครอสโอเวอร์ (Compact Crossover) รุ่นล่าสุดของเลกซัสที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ของเลกซัส (GA- C) และเครื่องยนต์ไฮบริด ขนาด 2.0 ลิตร ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ และประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ที่คล่องตัว และปราดเปรียว ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนเมืองยุคใหม่

 

Maserati

ปีนี้ Maserati ยกทัพมาจัดแสดงถึง 3 รุ่นใหม่ด้วยกัน ได้แก่

Maserati New GranTurismo (มาเซราติ กรันทูริสโม) รถสปอร์ต GT 2+2 ที่นั่งปรับโฉมเปลี่ยนกระจังหน้าและกันชนหน้าหลังให้ดูสปอร์ตขึ้น เครื่องยนต์วางหน้าแบบ Mid-Front กระจายน้ำหนักหน้าหลัง 49:51% เครื่องยนต์เบนซิน V8 สูบ 4.7 ลิตร 460 แรงม้าแรงบิด 520 นิวตันเมตร แผดเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของมาเซราติ ช่วงรอบสูงส่งผ่านกำลังเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 4.8 วินาที

Maserati New Quattroport (มาเซราติ ควอตโตรปอร์เต้) ซีดานสุดหรูปรับโฉมใหม่ให้สะดุดตา เน้นเหลี่ยมสันสะท้อนความสง่างามไฟหน้า อะแด๊ฟทีฟ เมทริกซ์ แอลอีดี ลดน้ำหนักตัวถังด้วยการใช้อะลูมิเนียมและแมกนีเซียม โดดเด่นกับประตูแบบไร้ขอบหน้าต่างทั้ง 4 บานให้มุมมอง Sport แบบรถคูเป้ อีกทั้งยังมีการกระจายน้ำหนักหน้าหลังดีเยี่ยม 50:50%

ควอตโตรปอร์เต้ ถือเป็นหนึ่งในซีดานสุดหรูที่เร็วที่สุดในโลก กับท็อปสปีด 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งเบนซินและดีเซล ส่งกำลังสู่ล้อคู่หลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ ZF

Maserati Levante Vulcano (มาเซราติ เลอวานเต้) SUV ยอดนิยมของมาเซราติ เปิดตัวรุ่นใหม่ต่อท้ายชื่อรุ่นด้วยคำว่า “วัลเคโน” ผลิตเพียง 150 คันทั่วโลกเท่านั้น ตัวถังสีเทาด้าน Grigio Lava พร้อมชุดแต่ง Nerrissimo Pack ประกอบด้วยกระจังหน้าและโลโก้โครเมียมรมดำ เพิ่มความสปอร์ตด้วยมือจับประตูสีเดียวกับตัวถัง กรอบหน้าต่างสีดำเงา Glossy Black ไฟท้ายเข้ม Dark Look พร้อมปลายท่อไอเสียแบบ Burnished และประตู Soft Close

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V6 สูบ Twin Turbo 350 แรงม้า ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ห้องโดยสารสปอร์ตด้วยการติดตั้งเบาะปรับไฟฟ้าทรงสปอร์ตหุ้มหนังแท้ บริเวณหมอนรองศีรษะปักโลโก้ พวงมาลัยหุ้มหนังแท้และแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมแพดเดิ้ลชิพ ติดตั้งแผ่นป้ายโลหะบริเวณคอนโซลเกียร์เพื่อแสดงถึงความพิเศษเป็นโลโก้ตรีศูลและอักษร “One of 150” ระบบเครื่องเสียงเป็นของ Bower & Wilkins Premium Sound System ปิดท้ายความสปอร์ตด้วยคาลิเปอร์เบรกพ่นสีแดง จับคู่ล้อแม็กผิวด้าน Heilos ขอบ 21 นิ้ว

 

MAZDA

รถต้นแบบ MAZDA KAI CONCEPT เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมาสด้าในอนาคต รวมถึงเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์สไตล์แฮตช์แบ็ค นี่คือรถต้นแบบจากมาสด้า ที่กำลังจะพาทุกท่านเข้าไปสู่รถยนต์ในเจเนอเรชั่นใหม่ มีการออกแบบที่เฉียบคม สวยงาม ลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออก และทำให้เกิดการออกแบบรถแฮตช์แบ็คที่มองเห็นถึงความแข็งแรง แสดงออกถึงศิลปะและสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น ภายใต้ KODO Design ผลลัพธ์ที่ได้คือรถยนต์แฮตช์แบ็คที่มีองค์ประกอบที่สมดุลมากที่สุด

KAI CONCEPT มาพร้อมกับเครื่องยนต์สันดาปภายใน SKYACTIV-G และเครื่องยนต์ SKYACTIV-X เครื่องยนต์ใหม่สำหรับรถเจนเนอเรชั่นถัดไปของมาสด้า ที่ได้รวมนวัตกรรมในกระบวนการเผาไหม้ ที่เรียกว่า Spark Controlled Compression Ignition (SPCCI) SKYACTIV-X ถือเป็นเครื่องยนต์เบนซินเชิงพาณิชย์รายแรกของโลกที่ใช้การจุดระเบิดด้วยการอัดอากาศ ที่รวมเอาข้อดีของเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซลไว้ด้วยกัน

 

McLaren 720S Spider

McLaren 720S Spider ซูเปอร์คาร์เปิดประทุนที่แรงที่สุดแห่งปี ด้วยขุมพลัง 720 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 341 กม./ชม. ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 โดยมีราคาจำหน่่ายเริ่มต้นที่ 29.5 ล้านบาท

 

MG

NEW MG V80 รถยนต์ Passenger van ขนาด 11 ที่นั่ง โดดเด่นด้านความกว้างขวางด้วยการวางเครื่องยนต์ด้านหน้าสไตล์รถยุโรป สะดวกสบายด้วยประตูสไลด์ข้าง 2 บาน พร้อมบันไดไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ มีประตูท้ายบานคู่แบบ 50:50 ที่เปิดได้กว้าง 180 องศาที่ช่วยให้การขนสัมภาระสะดวกสบายยิ่งขึ้น มาพร้อมขุมพลังจากเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุดที่ 136 แรงม้า แรงบิดที่ 330 นิวตัน-เมตร พร้อมช่วงล่างที่ให้เสถียรภาพในการขับขี่ที่มั่นคงในแบบฉบับของรถยุโรปและมีระบบ ความปลอดภัยครบครันทั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัย ดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ และ 7 ระบบความปลอดภัยใน ESP ” มีให้เลือก 2 รุ่น คือ 2.5L SELEMATIC และ รุ่น 2.5L MT 3 สี ได้แก่ ดำ ขาวและเทา

รถต้นแบบ MG ZS EV รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ยนตรกรรมที่ใช้เทคโนโลยีพลังงานทางเลือกใหม่ “NetGreen” ของ SAIC รถพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ให้กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ (150 แรงม้า) สามารถวิ่งด้วยความเร็วคงที่ได้ไกลสูงสุดถึง 428 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง หรือ 335 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ของยุโรป มีรูปลักษณ์โดดเด่นในแบบฉบับรถยนต์ SUV พร้อมติดตั้งระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าบริสุทธิ์ซึ่งเป็นเทรนด์ในอนาคต

 

MINI

มินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ รุ่นฉลองครบรอบ 60 ปี รถตยนต์นั่งส่วนบุคคลดีไซน์สุดคลาสสิก สไตล์เรโทร ปีนี้มาในโทนสีพิเศษ สีเขียว British Racing Green ที่ดูสว่างขึ้นตัดด้วยสีหลังคาและกระจกมองข้างสีใหม่ Pepper White ตกแต่งเส้นสายบนฝากระโปรงหน้าด้านซ้าย กรอบไฟเลี้ยวด้านข้าง กาบบันได รวมถึงไฟ LED มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วในลาย 60 ปี มีโลโก้ 60 ปีปรากฏบนพวงมาลัยและบนที่นั่งด้านหน้า ซึ่งเป็นเบาะหนัง MINI Yours Leather Lounge 60 Years สี Dark Maroon ตัดกับตะเข็บสีเขียวเข้ากับสีตัวถัง พร้อมด้วยไฟเรืองแสงที่แผงคอนโซลลาย MINI Yours Interior Surface 60 Year เสริมความพิเศษให้มินิรุ่นนี้แบบเอ็กซ์คลูซีฟ

มาพร้อมด้วยขุมพลังเบนซิน 4 สูบ ให้พละกำลังสูงสุด 141 กิโลวัตต์ / 192 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตรที่ 1,350 – 4,600 รอบต่อนาที ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic คลัทช์คู่ 7 จังหวะ ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลา 6.7 วินาที ราคาจำหน่าย: รุ่น 3 ประตู 2,900,000 บาท รุ่น 5 ประตู 2,940,000 บาท

Mitsubishi

Mitsubishi e-evolution concept 2019 ต้นแบบรถครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดดเด่นด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนที่ไร้ข้อจำกัด ล้ำหน้าด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง ครบครันด้วยเทคโนโลยีอันเหนือชั้นสำหรับระบบการเชื่อมต่อของตัวรถ ดีไซน์โฉบเฉี่ยวคงเอกลักษณ์ที่คุ้นเคยด้วย “Dynamic shield” ห้องโดยสารดีไซน์แบบเส้นตรงแนวราบ ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าทรงประสิทธิภาพและมีแรงบิดสูง ควบคุมแรงบิดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วยเซ็นเซอร์ที่ทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง

Mitsubishi Triton Absolute ยานยนต์ที่มีเอกลักษณ์และความโดดเด่น ด้วยอีกขั้นของความแข็งแกร่ง “ลุยทุกอุปสรรค” กับแนวคิดการออกแบบ Build-up Robustness โดยได้รับการปรับให้มีความแข็งแกร่งและดุดันขึ้นไปอีกขั้นพร้อมรองรับทุกการใช้งานด้วยเมทัลลิคดีไซน์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความแข็งแกร่งของโลหะ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลบล็อค 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว 2,442 ซีซี พร้อมชุดเกียร์ 6 สปีด ล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางออลเทอเรนของ Falken Wildpeak MT01 ไซส์ 285/65R18 ช่วงล่างถูกปรับระดับความสูงใหม่หมดด้วยการยกให้สูงขึ้นอีก 50 มิลลิเมตร

 

Mercedes Benz

Mercedes Benz S 560 e รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในชั้น 3 ภายใต้แบรนด์ EQ ซาลูนหรู รุ่นประกอบในประเทศ สามารถขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลกว่า Generation ที่แล้วสูงสุดถึง 60% เนื่องจากรับการติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิดใหม่ที่ประจุไฟฟ้าได้มากกว่าเดิม

มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3 ลิตร Twin Turbo Charging ให้พละกำลังสูงถึง 367 แรงม้า (270 กิโลวัตต์) เมื่อประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง แบบ EQ Power ที่ให้กำลัง 122 แรงม้า (90 กิโลวัตต์) จะทำให้ได้ System Output สูงสุดถึง 476 แรงม้า มีอัตราปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบผสมที่ต่ำกว่า 50 กรัมต่อกิโลเมตร

Mercedes Benz S 560 e จึงนับเป็นสัญลักษณ์แห่งผู้นำที่มาพร้อมกับมิติใหม่แห่งสุนทรียะในการขับขี่ ทั้งในด้านนวัตกรรมและความสะดวกสบาย ด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistance Package เทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัยและความประหยัดน้ำมัน

 

NISSAN

NISSAN LEAF รถไร้มลพิษมาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100% สามารถชาร์จไฟได้อย่างสม่ำเสมอเมื่อแบตเตอรี่หมด และด้วยแบตเตอรี่ใหม่ที่มีความจุเพิ่มขึ้น แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 40 kWh พร้อมมอเตอร์ทรงพลัง ตอบสนองการเร่งได้ดั่งใจและไปได้ไกลถึง 311 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง สามารถชาร์จไฟ ให้เต็มได้ในเวลา 6 ชั่วโมง ด้วย ระบบชาร์จไฟฟ้าบ้าน ขนาด 6.6 kW

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 40 kWh ในรถยนต์ นิสสัน ลีฟ ใหม่ สามารถใช้งานได้ถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร นอกจากนี้ นิสสัน ลีฟ ใหม่ ยังกล้ารับประกันระบบไฟฟ้าถึง 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

 

Porsche

The New Porsche 911 ยนตรกรรมสปอร์ตเหนือระดับ ด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบนอน พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุดที่ 450 แรงม้า 331 กิโลวัตต์เพิ่มขึ้นถึง 30 แรงม้า 22 กิโลวัตต์เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า มี 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ 911 Carrera S และ 911 Carrera 4S สมรรถนะการขับขี่ 911 ใหม่ทั้ง 2 รุ่นสามารถเร่งออกตัวจากจุดหยุดนิ่งไปยังระดับความเร็วที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาต่ำกว่า 4 วินาที

ในรุ่นตัวถังสปอร์ตคูเป้ 2 ประตูขับเคลื่อนล้อหลังใช้เวลาเพียง 3.7 วินาที สำหรับ 911 Carrera 4S มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ All-wheel Drive ใช้เวลารวดเร็วกว่า 3.6 วินาทีเท่านั้น ในรุ่น911 Carrera S สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 308 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสำหรับเวอร์ชั่นขับเคลื่อน 4 ล้อในรุ่น4S สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 306 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ราคาเริ่มต้น 12,150,000 ล้านบาท

 

ROLLS-ROYCE

Rolls-Royce Cullinan รถ SUV รุ่นแรกในประวัติศาสตร์การผลิตรถยนต์ของ Rolls-Royce ตัวรถมากับสีพิเศษ Infinity-Black Metallic ตัดด้วยโค้ชไลน์สีส้ม Mandarin บางเฉียบ พาดบริเวณด้านข้างตัวถังจนถึงด้านหลัง ผลงานของ มร. มาร์ค คอร์ต ศิลปินหนึ่งเดียวในโลกที่รับหน้าที่นี้ ห้องโดยสารโทนสี Scivaro Gray ตัดกับสีดำ เดินด้ายสี Mandarin ติดตั้งลายไม้ Blackwood Matted และเป็นคันแรกในไทยที่มาพร้อมออปชั่น Immersive Seating with Centre Console เบาะหลัง 2 ที่นั่งแบบแยกส่วน พร้อมคอนโซลคั่นกลาง ภายในติดตั้งตู้แช่และชุดเครื่องดื่ม มีแผงกั้นระหว่างห้องโดยสารและห้องเก็บสัมภาระ เพื่อลดเสียงรบกวนและให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด

 

Suzuki

All New Suzuki Jimny เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2018 และได้เปิดตัวไปแล้วกว่า 44 ประเทศทั่วโลก ด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่น และสมรรถนะที่เหนือชั้นส่งให้ All New Suzuki Jimny โฉมใหม่ได้รับความนิยมเกินความคาดหมาย เพราะถูกพัฒนา และออกแบบภายใต้ Jimny DNA ที่มีเอกลักษณ์และความโดดเด่นเฉพาะตัวต่อเนื่องยาวนานมาเกือบ 50 ปี จากรุ่นสู่รุ่น จนกระทั่งมาถึง All New Suzuki Jimny รุ่นล่าสุดนี้นับเป็น Generation ที่ 4  ที่เป็น Authentic 4WD พร้อมใช้งานในทุกสภาพการขับขี่และภูมิประเทศที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งานอย่าง “มืออาชีพ”

 

Toyota

บูธ “โตโยต้า” มาพร้อมแนวคิด “LIVE ALIVE… Adrenaline Challenge” กระตุ้นแรงบันดาลใจ และปลุกพลังให้ออกไปใช้ชีวิต พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ ผ่าน “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever-Better Cars) ร่วมสร้าง “โลกที่ดียิ่งกว่า” (Ever-Better World) เพื่อ “ชีวิตที่ดียิ่งกว่า” (Ever-Better Life) และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้าง "สมรรถนะที่ดียิ่งกว่า" (Ever-Better Performance) ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างลงตัว

Toyota GR Supra รถสปอร์ตเทอร์โบชาร์จ 3.0L 6  ให้กำลัง 340 แรงม้า และดีไซน์สปอร์ตในทุกมิติ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้าง“ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever-Better Cars) ถูกพัฒนาขึ้นในชื่อแบรนด์ “Toyota Gazoo Racing” ภายใต้แนวคิดการพัฒนารถยนต์จากสนามแข่งสู่ท้องถนน (From Circuit to Road) พร้อมความสำเร็จจากรายการแข่งขันระดับโลก FIA World Rally Championship (WRC) ในปี 2018 และการแข่งขัน Le Mans 24 ชม.

The All-New CAMRY รถยนต์ซีดานขนาดกลางสุดหรู สถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4 รวมทั้งเครื่องยนต์ Dynamic Force รุ่นล่าสุด และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมด้วยระบบ Toyota T-Connect Telematics ที่สามารถเชื่อมกับผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก Toyota Safety Sense ที่ให้ความมั่นใจในทุกการขับขี่  ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จากการทดสอบการชนรถใหม่ในอาเซียน หรืออาเซียน เอ็นแคป (ASEAN NCAP) ราคาเริ่มต้น 1,445,000 – 1,799,000 บาท

TOYOTA C-HR รถยนต์ซับคอมแพคเอสยูวี ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จากอาเซียน เอ็นแคป (ASEAN NCAP) ครั้งนี้มาพร้อมกับดีไซน์สปอร์ตรอบคัน เสริมด้วยล้ออัลลอยสีทูโทนดีไซน์ใหม่ เพียบพร้อมไปด้วย 4 เทคโนโลยี ที่เป็นมาตรฐานของรถโตโยต้า ได้แก่ ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4 สถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก Toyota Safety Sense และ Toyota T-Connect Telematics ราคาเริ่มต้น 979,000 บาท – 1,159,000 บาท

The All-New Toyota Commuter ครั้งแรกในประเทศไทย รถตู้โดยสารอเนกประสงค์ ที่จะสร้างมาตรฐานใหม่แห่งการเดินทางที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร ด้วยโครงสร้างใหม่ แบบ Semi Bonnet เครื่องยนต์วางหน้า ให้การเดินทางเป็นไปอย่างสะดวกสบาย พร้อมกับระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก ให้ความมั่นใจตลอดทุกการเดินทาง นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่เป็น GD 2.8 ลิตร และ เกียร์ 6 สปีด ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม แต่ยังคงไว้ซึ่งความประหยัดน้ำมัน

ไฮลักซ์ รีโว่ Z Edition รุ่นเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ ทั้งรุ่นสมาร์ทแค็บ และดับเบิ้ลแค็บ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูโดดเด่นด้วยกันชน และกระจังหน้าดีไซน์ใหม่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ ยังมี ไฮลักซ์ รีโว่ Z Edition รุ่น BLACK MAMBA แรงบันดาลใจในการออกแบบจาก “งูแบล็คแมมบ้า” งูที่สง่างาม และเคลื่อนไหวว่องไวมากที่สุดในโลก ดีไซน์ด้วยสีดำ และสีแดงสลับลายคาร์บอน ตกแต่งรอบคันด้วยชุดแต่งคาร์บอนเคฟล่า ราคาเริ่มต้น 599,000 บาท – 784,000 บาท

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.