3,247
VIEWS

ค้นคำตอบ Brand Purpose สำคัญอย่างไรในการสร้างแบรนด์ยุคใหม่...

Apr 02, 2019 R.Somboon

ในอดีต การตัดสินใจเลือกของผู้บริโภคนั้นไม่ยากเท่ากับปัจจุบันนี้ เนื่องจากผู้บริโภคมีตัวเลือกในการเลือกใช้สินค้านั้นๆ น้อยมาก เพราะฉะนั้นแบรนด์ไหนที่กำลังอยู่ในกระแส หรือมี Brand Awareness มากกว่าย่อมได้รับความนิยม หรือถูกหยิบออกจากเชลฟ์วางสินค้าในร้านค้าปลีกต่างๆ

แต่สำหรับปัจจุบันนี้ แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดเลยก็คือผู้บริโภคในปัจจุบันสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น ดังนั้นผู้บริโภคยุคใหม่จึงมองว่าไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้ากับบริษัทที่ทำสินค้าเพียงอย่างเดียว ตรงกันข้ามเขาอยากจะซื้อสินค้ากับบริษัทที่วางตัว อย่างเหมาะสมและรับผิดชอบต่อธุรกิจของตัวเองด้วย

ที่สำคัญ สินค้าหรือแบรนด์ที่เขาจะซื้อนั้น ต้องเป็นสินค้าหรือแบรนด์ที่ถูกออกแบบมาโดยมีเป้าหมายที่การทำให้ลูกค้า สังคม หรือโลกใบนี้ดีขึ้น มุมมองใหม่ที่เกิดขึ้นนี้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้การสร้างสินค้า หรือแบรนด์ เปลี่ยนมุมไป โดยเจ้าของสินค้าหรือนักการตลาดที่เป็นคนสร้างแบรนด์นั้น จะให้ความสำคัญกับเรื่องของการออกแบบสินค้าหรือแบรนด์เพื่อให้ผู้บริโภคมีชีวิตที่ดีขึ้น เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของผู้บริโภค ไม่ใช่เพื่ยอดขายหรือส่วนแบ่งการตลาดของแบรนด์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว

 

การสร้างแบรนด์แบบนี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Brand Purpose

Brand Purpose เข้ามาเป็นหัวใจสำคัญของการทำแบรนด์ในยุคปัจจุบัน เพราะแบรนด์ที่ดีที่จะทำให้ถูกผู้บริโภคจดจำ และถูกเลือกนั้น จะทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Purpose of Buying ของผู้บริโภค จะเห็นได้ชัดเจนว่า แบรนด์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีเป้าประสงค์ของแบรนด์ที่ชัดเจนว่าจะเข้ามาช่วยทำให้ผู้ใช้ สังคม ตลอดจนโลกใบนี้จะถูกจนจำได้ง่าย และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค แม้จะมีแบรนด์อยู่ในตลาดมากมายก็ตาม

เรื่องของ Brand Purpose ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มีมาระยะหนึ่งแล้ว ยิ่งเมื่อผู้บริโภคเรียกร้องกับแบรนด์ พร้อมกับมีความคิดว่าแบรนด์นั้นจะทำให้ตัวเองแตกต่าง และมีส่วนทำให้อนาคตของตัวเองและสังคมนั้นดีขึ้นอย่างไร การสร้าง Brand Purpose เพื่อให้มีเป้าประสงค์ในการตอบโจทย์ในเรื่องที่ว่าจึงถูกให้ความสำคัญ และพบเห็นได้มากขึ้นจากแบรนด์ใหญ่ – น้อย ทั้งที่เป็นโกลบอล และแบรนด์ท้องถิ่น

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Brand Purpose หรือการทำ Purpose-driven Marketing กลับมานิยมอีกครั้งนั้น เป็นเพราะอินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ ทำให้การสื่อสารระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคเป็นเรื่องสะดวก เข้าถึงได้ง่ายและมากขึ้น การทำ Purpose-driven Marketing จะเข้ามาช่วยทำให้เกิด Emotional Connection หรือการเชื่อมต่อด้านอารมณ์และความรู้สึกระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้จะเป็นการปูทางไปสู่ความเชื่อใจ และความภักดีระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียลซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่มีบทบาทต่อการทำตลาดสินค้าแทบทุกประเภท ผู้บริโภคในกลุ่มนี้ พร้อมที่จะเปลี่ยนไปใช้หรือให้การสนับสนุนแบรนด์ที่มีเป้าประสงค์ในการทำให้ตัวเอง สังคม และสิ่งแวดล้อมของโลกดีขึ้น  

ทำไมต้อง Brand Purpose

โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ ประธานอำนวยการ วายแอนด์อาร์ ประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสารการตลาด บอกถึงความสำคัญของ Brand Purpose ว่า ในยุคที่ทุกบริษัทให้ความสำคัญกับเรื่องของ Sustainable Brand การทำตลาดแบบมีเป้าประสงค์หรือ Purpose Driven Brand จึงทวีความสำคัญเป็นเงาตามตัว

โอลิเวอร์ กล่าวอีกว่า สิ่งหนึ่งที่เราต้องไม่ลืมเลยก็คือ ปัจจุบันนี้เราอยู่ใน Collective  Society ทุกอย่างมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันมันจึงเป็นที่มาที่ทำให้แบรนด์ใหญ่ๆ ของโลก เริ่มผลักดันแนวคิดว่า จะมาบริหารแบบ 4C ไม่ได้แล้ว เรื่องของการเชื่อมโยงในความคิดของผม สนใจคำว่า People Product Planet  3 คำนี้มันรวมกันแล้วลงตัวได้มากที่สุด ซึ่ง 3 คำนี้มันจะส่งผลไปสู่ P : Performance ขององค์กร สมัยก่อนเล่นแค่ Product อย่างเดียวเพราะเราเชื่อว่า Product ดีคนก็จะซื้อ แต่สมัยนี้คุณภาพไม่ใช่จุดขาย คุณภาพเป็นความรับผิดชอบที่ต้องทำ โดยผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์ ดังนั้นคุณจะต้องมี Role ของแบรนด์ที่เหนือกว่า ทรานแซคชั่นไม่ใช่แค่การขายไปแล้วก็จบ แต่ผู้ประกอบการต้องมองไกลไปถึงเรื่องที่ว่าสินค้าและบริการที่เราขายไปมันจะไปกระทบอะไรหรือเปล่าในอนาคต

 “Purpose Driven Brand เป็นเกณฑ์การประกอบการที่ทำให้ผู้บริหารต้องรอบคอบขึ้น และมีความรับผิดชอบมากขึ้น ต่อสังคม ลูกค้า และสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็น Factor ในการคิดแผนการตลาดในอนาคต วิธีการมองเรื่อง Purpose Branding ผมว่ามีวิธีการที่แตกต่างกัน แต่ผมก็เชื่อว่ามันไม่หนีไปจาก People Products Planet ที่ทำให้เกิด Performance ที่ยั่งยืน”

มุมมองดังกล่าว สอดคล้องกับบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่า บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ที่บอกว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณค่า โดยเฉพาะคุณค่าทางจิตใจ Brand Purpose เลยเป็นเรื่องสำคัญ มาจากเหตุผลว่า การที่แบรนด์มันอยู่บนโลกนี้มันดีต่อผู้บริโภค หรือดีต่อโลกอย่างไร เป็นมุมมองที่ทำให้นักการตลาดจะคิดในเรื่องของการแบ่งปัน มากกว่าการตักตวง การทำตลาดในยุคนี้ จึงไม่ใช่แค่มองถึงเรื่องของยอดขาย ส่วนแบ่งตลาด หรือผลกำไร เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองว่า แบรนด์ของตัวเองสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค รวมถึงสังคมส่วนรวมได้อย่างไรบ้าง

“ลูกค้าทุกวันนี้ ไม่ได้เชื่ออะไรง่ายๆ การที่แบรนด์จะทำโฆษณาแล้วบอกว่าดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ผู้บริโภคเขารู้ แต่เขาจะซื้อจากเหตุผลที่แบรนด์ให้ เขาไม่ได้มองว่า แบรนด์จะให้อะไรกับเขา แต่เขาจะต้อง Believe หรือต้องมีความเชื่อในสิ่งที่แบรนด์นั้นๆ ทำออกมาก่อน เคสของแอปเปิ้ลคือตัวอย่างที่ดี แอปเปิ้ล สามารถทำให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าเขาโดยไม่ได้มองว่ามีประโยชน์อะไร แต่ซื้อเพราะ Believe ในแบรนด์ และคิดว่าฉันอยากได้มัน คนบางคนเห็นแอปเปิ้ลออกก็ต้องรีบซื้อ เพราะเขา Believe ในเรื่องของคุณค่าที่แบรนด์มอบให้นั่นเอง การสร้าง Purpose of Buying จึงเป็นเรื่องสำคัญในการทำแบรนด์ในปัจจุบันนี้”

หัวใจสำคัญ

 

Brand Purpose ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนแบรนด์หรือองค์กรในยุคใหม่ หลายคนอาจจะเกิดคำถามตามมาว่า หากตัวเองเป็นแบรนด์เล็กๆ จะทำในเรื่อง Brand Purpose ได้หรือไม่

โอลิเวอร์ บอกว่า ถ้าเรามีความเชื่อในเรื่องนี้ผมว่าเรื่องของขนาดองค์กรไม่เป็นปัญหา ทุกองค์กรไม่ว่าเล็กหรือใหญ่สามารถทำได้หมด ถ้าเราเป็นธุรกิจขนาดเล็กแล้วเราทำด้วยใจที่เราอยากจะทำ เราอยากเห็นอะไรที่มันดีขึ้นหรือเห็นอะไรที่นอกเหนือจาก Products สิ่งเหล่านี้สามารถทำได้หมดและทำได้ทันที

“ตัวอย่าง เช่น สินค้าชุมชนหลายแห่งหลายชุมชนที่มาทำสินค้าออร์แกนิกส์ ก็เพราะเขามีเป้าหมายตัวอย่าง เช่น ร้านสลัดคอนเซ็ปต์ที่จังหวัดเชียงใหม่ ร้านสลัดคอนเซ็ปต์ดูผิวเผินอาจจะเป็นมองว่าเป็นเทรนด์ของการทำร้านอาหารสมัยใหม่แต่ในความเป็นจริงแล้วเจ้าของร้านต้องการขายอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพราะเขามีพ่อที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง และเขาทําอาหารที่ขายให้พ่อรับประทานจนก็ดีขึ้น เขาเจอปัญหากับตัวเองแล้ว เขารู้ว่าปัญหาดังกล่าวนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการดูแลตัวเองให้ดี

หนึ่งในนั้นคือการเลือกบริโภคที่ดี ดังนั้นการบริโภคอาหารที่เป็นออร์แกนิกส์จึงเป็นเรื่องดีที่เขาอยากจะส่งต่อ ให้กับสังคมในวงกว้างได้บริโภคและลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายเหมือนพ่อเขา ตัวอย่างนี้ก็เป็นธุรกิจขนาดเล็กแต่สามารถทำได้ ผมว่าสุดท้ายแล้ว ภาษาของผมใช้คำว่าธรรมาภิแบรนด์ คือการเอาแบรนด์เข้ามาบวกกับแนวคิดในเชิงธรรม ธรรมะคือเรื่องของข้อเท็จจริง ธรรมะคือเรื่องของการที่เรากลับไปยังจุดที่เบสิกที่สุด ธรรมะคือการมีเมตตามุทิตามีการแบ่งปัน  ถ้าเรามีธรรมาภิแบรนด์ ไม่ว่าเราจะเล็กหรือใหญ่ เราไม่ได้เอาประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่ได้เอาสิ่งที่เราอยากได้อย่างเดียวเป็นที่ตั้ง ผมไม่อยากให้คำว่า Brand Purpose เป็นทีมหรือ Concept ที่ดูเก๋เท่านั้น”

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เรื่องของ Brand Purpose นั้น แบรนด์ที่ผ่านขั้นตอนในการทำ Brand Purpose ได้ดีนั้น ต้องเข้าใจพื้นฐานของธุรกิจตัวเองก่อน และต้องทำในเรื่องของฟังก์ชันนั่ลของสินค้าออกมาให้ดีก่อนน ยกตัวอย่าง แบรนด์ในธุรกิจร้านอาหาร ถ้าเรื่องพื้นฐานทางธุรกิจออกมาไม่ดี เช่น อาหารไม่อร่อย สกปรก พนักงานบริการไม่ดี  แต่แบรนด์ของตัวเองพยายามที่จะสร้าง Purpose ในเรื่องของการส่งมอบคุณงามความดีให้กับสังคม ลูกค้าเขาอาจจะ Touch ในมุมนั้นได้ แต่สุดท้ายเมื่อกลับมาที่พื้นฐานของตัวโปรดักต์ สิ่งที่ตามมาอาจจะไม่บรรลุเป้าหมายในเป้าประสงค์ที่แบรนด์ต้องการสร้างได้  

บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การทำ Brand Purpose ต้องให้ความสำคัญกับ หนึ่ง หาดีเอ็นเอของตัวเองให้เจอในมุมของความเชื่อก่อน และสอง Fundamental ต้องผ่านก่อน ถ้า 2 สิ่งนี้ยังไม่ผ่าน ต้องกลับไปทำก่อน พอไม่ผ่านแล้วมาทำเรื่องนี้ ดึงคนเข้ามาในร้าน ยิ่งจะทำให้มันเป็น Negative มากขึ้นไปอีก แทนที่จะเป็นภาพบวกตามที่ต้องการ

 

การหา Purpose ให้กับแบรนด์นั้น องค์ประกอบสำคัญจะประกอบไปด้วย

1.ธุรกิจหรือแบรนด์อยู่ในตลาดหรือเซ็กเม้นต์ไหน (Business you are in)

2.เรื่องของ Product Features ทั้งในแง่ของ Quality, Price Tier และ Competitveness

3.สิ่งที่สังคม Concern ทั้งที่มาจาก Mega Themes, Local Thems และ Culture & Zeitgeist

กรณีศึกษาของเป๊ปซี่ โค และยูนิลีเวอร์ คือภาพสะท้อนได้ดีถึงการทำในเรื่องนี้

ในกรณีของเป๊ปซี่ โค นั้น นโยบายหนึ่งที่เข้ามาขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจก็คือ Performance with purpose ซึ่งหากไล่เลียงเข้าไปในรายละเอียดจะพบว่าเกี่ยวข้องกับ 3 P คือ Product ที่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์ในสิ่งที่ผู้บริโภคให้สำคัญซึ่งก็คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ ส่วน P ตัวที่ 2 จะเป็นเรื่องของ Planet ที่การดำเนินธุรกิจทุกขั้นตอนจะคำนึงถึงเรื่องของการไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ P ตัวสุดท้ายคือเรื่องของ People ที่เป๊ปซี่โคจะมุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทั้งพนักงาน พันธมิตรและสังคมรอบข้าง

สิ่งที่ผู้คนคุ้นชินกับเป๊ปซี่ โค ก็คือ การมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นน้ำอัดลม และสแน็ก เมื่อมองมาที่เทรนด์ของผู้บริโภคแล้ว จะพบว่า เรื่องของการใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภค กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนในทั่วโลก เป๊ปซี่ไม่ลังเลที่จะหยิบเอาเรื่องดังกล่าวเข้ามาเป็นเป้าประสงค์สำคัญในการทำธุรกิจ โดยนอกจากจะมีการเติมเต็มพอร์ตสินค้าที่ดีต่อสุขภาพเข้าไป และตั้งเป้าว่าสินค้าที่ดีต่อสุขภาพจะมีการเติบโตดีกว่าสินค้าทั่วไปของเป๊ปซี่ แล้ว เป๊ปซี่ โค ยังมีการตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2025 เป๊ปซี่ โค ต้องการจะบรรลุเป้าหมายในแง่ของ

1. จะต้องมีไม่ต่ำกว่า 75% ที่ผลิตภัณฑ์จะต้องมีปริมาณไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 1.1 กรัมต่อ100 แคลอรี

2. ปริมาณโซเดียมที่จะต้องไม่เกิน 1.3 มิลิกรัมต่อ 100 แคลอรี

เป็นเป้าประสงค์ที่ถูกตั้งขึ้นมา เพื่อบอกกับผู้บริโภคว่า เป๊ปซี่ โค ไม่ได้มองแค่การขายสินค้า แต่การขายสินค้าของตัวเองนั้น ต้องมาตอบโจทย์ในสิ่งที่ผู้บริโภค Concern อีกด้วย

เช่นเดียวกับยูนิลีเวอร์ ที่มีเป้าหมายในการทำธุรกิจอยู่ 3 เรื่องสำคัญคือ 1.การทำให้คน 1,000 ล้านคน มีชีวิตที่ดีขึ้น 2.ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น และ 3.ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น ซึ่งทั้งหมดจะร้อยเรียง และนำไปสู่การสร้างการเติบโตแบบยั่งยืนให้กับธุรกิจ ผู้บริโภค และสังคม

ยูนิลีเวอร์ ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้า FMCG ที่ใช้เรื่องของ Insight ของผู้บริโภคเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนในการทำตลาด เช่นเดียวกับเรื่องของการทำ Brand Purpose ที่ในบ้านเรา ยูนิลีเวอร์มีการเลือก 4 แบรนด์อย่างบรีส โอโม ซันไลต์ และโดฟ เข้ามาทำในเรื่องของ Brand Purpose โดยจับเอาสิ่งที่เป็นเรื่องที่ผู้บริโภควิตกกังวล เข้ามาเป็นโจทย์เพื่อเข้าไปทำให้ผู้บริโภคมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็คือ การทำ Brand Purpose ของบรีส ที่จับเอา Insight ของบรรดาแม่บ้านเข้ามาเป็นตัวตั้ง โดยคนที่เป็นแม่กังวลว่า การออกไปเล่นซนของลูกๆ จะทำให้เสื้อผ้าสกปรก และซักออกได้ยาก บรีสจึงพยายามเข้าไปเปลี่ยนทัศนคติ หรือมุมมองนี้ใหม่ โดยกระตุ้นให้กล้าที่จะปล่อยให้ลูกๆ ของพวกเขาออกไปเล่น เพราะการเล่นคือการเรียนรู้อย่างดี ส่วนเรื่องของความสกปรกของเสื้อผ้าลูกๆ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบรีส เป็นการเข้าไปช่วยตอบโจทย์ และแก้ปัญหาให้กับลูกค้าของตัวเองได้เป็นอย่างดี โดยทั้งลูกค้า และแบรนด์บรีสต่างมีเป้าประสงค์ หรือ Purpose ที่ตรงกันในเรื่องของการเพิ่มทักษะความรู้ให้กับลูกๆ ผ่านการออกไปมีประสบการณ์ในการเล่นนอกบ้าน 

โรเบิร์ต แคนเดลิโน ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย เคยกล่าวไว้เมื่อครั้งงานแถลงข่าวของยูนิลีเวอร์ประเทศไทย ว่า แบรนด์ที่มี Purpose จะเติบโต 50% ในแต่ละแบรนด์ อีกทั้งบริษัทที่มีเป้าหมายในเรื่องของ Sustainable จะเติบโตเร็วกว่า บริษัทธรรมดา 2-3 เท่า ซึ่ง Sustainable Living Brand มันดีกับบริษัท พนักงาน และผู้บริโภคเอง

ว่าไปแล้ว ตลาด FMCG เป็นตลาดหมุนเวียนไว และสินค้าของทุกแบรนด์ในตลาดสามารถทดแทนกันได้ทั้งหมด ดังนั้นแบรนด์ที่่คนรักมากที่สุด จึงได้เปรียบที่สุด

แน่นอนว่า หัวใจสำคัญของแบรนด์จึงต้องมี Brand Purpose มีจุดมุ่งหมาย ว่าแบรนด์ของเราจะช่วยเติมเต็มผู้บริโภคในด้านไหน ซึ่งจะทำให้เกิด Brand Love หรือคนที่รักแบรนด์ของเราโดยอัตโนมัติ เมื่อแบรนด์มีปัญหา ผู้บริโภคก็จะเป็นฝ่ายปกป้องแบรนด์ของเราเอง แนวทางนี้จึงเกิดเป็น Unilever Sustainable Living Plan: USLP แนวปฏิบัติของยูนิลีเวอร์มาจนถึงปัจจุบัน

การแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงการที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น การมองเรื่องของคาแร็กเตอร์ของแบรนด์ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่เคยเป็นวิธีการเดิมๆ อาจจะไม่ใช่สูตรสำเร็จ หรือคำตอบที่ดีอีกต่อไป แต่ต้องบอกให้ชัดเจนว่าจุดยืนของแบรนด์เรา ยืนอยู่ข้างใคร รวมถึงต้องบอกที่มาที่ไปของแบรนด์เราให้ได้ว่า แบรนด์ของเราเกิดมาเพื่อใคร

ที่สำคัญสุดก็คือ การทำให้ผู้บริโภคสัมผัสได้ถึงเหตุผลของการดำรงอยู่ของแบรนด์เราให้ได้ว่า ไม่ได้มองแค่ยอดขาย แต่แบรนด์นั้นเกิดขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร  เพราะจะเป็นวิธีการที่ทำให้แบรนด์สามารถสร้างคุณค่าในใจของลูกค้าได้

คำตอบทั้งหมด จึงอยู่ที่เรื่องของการทำ Brand Purpose ที่จะทวีบทบาทมากยิ่งขึ้นในยุคที่ผู้บริโภคใส่ใจในเรื่องของคุณค่า มากกว่ามูลค่าอย่างทุกวันนี้.....

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.