SME D Bank ย้ำบทบาทสถาบันการเงินเพื่อคนตัวเล็ก

Mar 18, 2019 M.Pussapol

SME D Bank  เผยผลดำเนินงานตั้งแต่ปี 2558 หนุนเอสเอ็มอีถึงแหล่งทุน 5.2 หมื่นราย วงเงิน 1.44 แสนล้านบาท  ชูจุดแข็ง 3 ข้อเหนือแบงก์พาณิชย์  พร้อมวางแนวทางบริการผ่าน 3 เติม ได้แก่ เติมทักษะ-เติมทุน-เติมคุณภาพชีวิต คู่ยกระดับองค์กร บริการทันสมัย สะดวก รวดเร็ว ถึงถิ่นครอบคลุมทั่วประเทศตลอด 24 ชม.  

มงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวในงาน “เรื่องเล่าจากใจ ก้าวต่อไปของ SME D Bank” สรุปผลการดำเนินงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการว่า สถานการณ์ก่อนที่เข้ารับตำแหน่ง ธนาคารมีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 3.7 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 40%  ในช่วงกลางปี 2557 ธพว. เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ  ซึ่งจากการร่วมแรงร่วมใจของผู้บริหาร พนักงาน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง ช่วยปรับปรุงระบบการทำงานต่างๆ  เพื่อแก้ปัญหาในอดีต และสร้างความยั่งยืนในอนาคต เช่น จัดทำระบบถ่วงดุลอำนาจของกระบวนการอำนวยสินเชื่อ ระบบบริหารความเสี่ยง ส่งเสริมองค์กรคุณธรรม ปรับลดวงเงินสินเชื่อใหม่จาก 500 ล้านบาท เหลือเพียงไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย และยึดบทบาทการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนามอบความรู้คู่เงินทุนอย่างชัดเจน เป็นต้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานดีขึ้นโดยลำดับ จนวันที่ 19 มกราคม 2562คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด มีมติให้ ธพว. เป็นหน่วยงานแรกออกจากแผนฟื้นฟูสำเร็จ

3 จุดแข็งของ SME D BANK

มงคล ให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมา SME D Bank มีจุดแข็ง 3 เรื่อง ที่เหนือกว่าธนาคารพาณิชย์ ประกอบด้วย หนึ่ง-ความชัดเจนของการสนับสนุนผู้ประกอบการที่มียอดขายปีละไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีพนักงานไม่เกิน 5 คน ซึ่งกิจการเหล่านี้ ธนาคารพาณิชย์ไม่มีข้อมูล ยากต่อการเข้าถึง สอง-การขอสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์ ต้องมีหลักประกัน แต่ ผู้ประกอบการสามารถใช้สมอง สองมือ ใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อกับ SME D Bank ได้ โดยบสยสามารถค้ำประกันสินเชื่อได้เต็มวงเงินสูงสุดถึง  5 ล้านบาท  สาม-สินเชื่อสามารถนำไปสร้างสินทรัพย์ทางการค้า (Moving Asset)

“Moving Asset ภาษาของเอสเอ็มอี ก็คือ สต๊อก ลูกหนี้ เครื่องไม้เครื่องมือ ซึ่งปกติแบงก์พาณิชย์จะไม่ให้ราคาสินทรัพย์ทางการค้า แต่เราสามารถให้ต่อได้ โดยใช้ Factoring เอาวัตถุประสงค์การซื้อสินค้าขอกู้โดยใช้บสย.ได้อีก อันนี้จะเติมให้อีกได้ถึง 10 ล้านบาท”

“ดังนั้น ลูกค้าเมื่อออกจากเรา เขาจะมีสินทรัพย์ทางการค้าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ปกติ Turnover ของ Asset 2-5 เท่า ก็จะกลายเป็นว่า เดิมยอดขายไม่เกิน  1.8 ล้านบาท จะกลายเป็น 50 ล้านบาท”

เติม 3 D เพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืน

มงคล กล่าวต่อว่า สิ่งที่ได้วางแผน และจะส่งมอบภารกิจให้แก่ผู้บริหาร ตลอดจนพนักงานธนาคาร ได้ยึดถือต่อไป  คือ การมุ่งมั่นยึดบทบาทสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย “จุลเอสเอ็มอี” หรือที่เรียกว่า “คนตัวเล็ก” ซึ่งมีกว่า 3 ล้านรายทั่วประเทศ  เนื่องจากผู้ประกอบการกลุ่มนี้ ความสามารถทางธุรกิจต่ำมาก  เพราะเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐ  ยิ่งเมื่อต้องการเงินทุนจากสถาบันการเงินในระบบก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย  เพราะไม่เคยมีประวัติการเงินใดๆ มาก่อน  หลายรายชักหน้าไม่ถึงหลัง ต้องหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบ  กลายเป็นว่า คนตัวเล็กอ่อนแอที่สุด กลับเข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือภาครัฐ  

นอกจากนั้น  ด้วยโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบันเข้าสู่ยุคดิจิทัล หลายธุรกิจถูกเทคโนโลยีบีบให้เปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องลดคนงาน  หนุ่มสาวที่ไม่ได้เรียนจบในสาขาที่ตลาดต้องการ จะหางานประจำยากขึ้น  ผลักให้ต้องก้าวมาเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่กระจายอยู่มากมายทั่วประเทศ รวมถึงต้องสร้างโอกาสให้แก่สตาร์ทอัพ ดังนั้น ธนาคารจึงกำหนดบทบาทที่จะดูแลสนับสนุนและเพิ่มความแข็งแกร่งให้รายย่อยอย่างใกล้ชิด ทั่วถึง  เพื่อให้ผู้ประกอบการอยู่รอด ขยายตลาด  และประสบความสำเร็จ   เพราะความสำเร็จของผู้ประกอบการ คือ ความสำเร็จของ SME D Bank

แนวทางสนับสนุนให้เกิดผลสำเร็จยั่งยืน จึงต้องครบทั้งความรู้ การเงิน และคุณภาพชีวิต พร้อมยกระดับการทำงานสู่ดิจิทัลแบงกิ้งสมบูรณ์แบบ  นำเทคโนโลยีทันสมัยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าถึงบริการของธนาคารได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว  ธนาคารจึงกำหนดยุทธศาสตร์การทำงานด้วยการมอบ “3เติม” ผ่านกระบวนการ “3D” 

 3 เติม ได้แก่  1.เติมทักษะให้ความรู้เพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ 

2.เติมทุนด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งธนาคารได้รับมอบหมายจากรัฐบาล เช่น สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน บุคคลธรรมดาปีที่ 1-3  เพียง 0.42% ต่อเดือน และนิติบุคคล  อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1-3 เพียง 0.25% ต่อเดือน   และสินเชื่อเถ้าแก่ 4.0  จากกระทรวงอุตสาหกรรม สำหรับนิติบุคคล อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1% ต่อปี เป็นต้น

และ 3.เติมคุณภาพชีวิต พาเข้าถึงสิทธิ์ประโยชน์และสวัสดิการภาครัฐ สร้างความมั่นคงในอาชีพ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

“3D”  ได้แก่ 1.D-Development   = ช่วยพัฒนาธุรกิจด้วยความรู้คู่เงินทุน 

2.D-Digital = บริการทันสมัยรวดเร็วเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม SME D Bank ยื่นขอสินเชื่อ และหาความรู้ ผ่านออนไลน์ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่  24x7 (24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน)

และ 3.D-Delivery = บริการถึงถิ่นทั่วไทย ผ่านหน่วยบริการเคลื่อนที่ “รถม้าเติมทุน  ส่งเสริม SMEsไทยฉับไวไปถึงถิ่น” ภายใต้โครงการนี้จะมี Mobile Unit จำนวนถึง 1,000 คัน  ให้บริการครอบคลุม 7,255 ตำบลทั่วประเทศ สามารถอนุมัติสินเชื่อจากข้อมูลเชิงประจักษ์ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันโดยเจ้าหน้าที่ธนาคาร จะทำงานภายใต้รหัส 8-8-7 (8 โมงเช้า ถึง 2 ทุ่ม ตลอด 7 วัน) เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับบริการสะดวกสบายที่สุด

มงคล กล่าวต่อว่า จากการสำรวจดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ SMEs และดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs  ตลอดปี 2561 ที่ผ่านมา  โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย   พบว่า  ลูกค้า ธพว. ที่ได้รับ 3 เติม และ 3D จะมีดัชนีความสามารถธุรกิจ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอสเอ็มอีทั่วไป บ่งชี้ว่าแนวทางดังกล่าว สร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการได้จริง รวมถึงตั้งเป้าสนับสนุนสินเชื่อมูลค่า 5.7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นสำหรับเอสเอ็มอีทั่วไป วงเงินไม่เกิน 4 ล้านบาทต่อราย ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท สำหรับรายย่อย วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท  ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 2.86 แสนล้านบาท

 “จากแนวทางให้ 3 เติม ผ่านกระบวนการ 3D และยกระดับองค์กรสู่ดิจิทัลแบงก์กิ้งของ SME D Bank  จะก่อประโยชน์แก่ทุกฝ่าย  ช่วยผู้ประกอบการคนตัวเล็ก อยู่รอด  ตลาดเติบโต ก้าวไปสู่ธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ในอนาคต ซึ่งความสำเร็จของผู้ประกอบการ นั่นคือความสำเร็จของ SME D Bank” มงคลสรุป

 3 เติม ได้แก่  1.เติมทักษะให้ความรู้เพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ 

2.เติมทุนด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งธนาคารได้รับมอบหมายจากรัฐบาล เช่น สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน บุคคลธรรมดาปีที่ 1-3  เพียง 0.42% ต่อเดือน และนิติบุคคล  อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1-3 เพียง 0.25% ต่อเดือน   และสินเชื่อเถ้าแก่ 4.0  จากกระทรวงอุตสาหกรรม สำหรับนิติบุคคล อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1% ต่อปี เป็นต้น

และ 3.เติมคุณภาพชีวิต พาเข้าถึงสิทธิ์ประโยชน์และสวัสดิการภาครัฐ สร้างความมั่นคงในอาชีพ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

“3D”  ได้แก่ 1.D-Development   = ช่วยพัฒนาธุรกิจด้วยความรู้คู่เงินทุน 

2.D-Digital = บริการทันสมัยรวดเร็วเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม SME D Bank ยื่นขอสินเชื่อ และหาความรู้ ผ่านออนไลน์ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่  24x7 (24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน)

และ 3.D-Delivery = บริการถึงถิ่นทั่วไทย ผ่านหน่วยบริการเคลื่อนที่ “รถม้าเติมทุน  ส่งเสริม SMEsไทยฉับไวไปถึงถิ่น” ภายใต้โครงการนี้จะมี Mobile Unit จำนวนถึง 1,000 คัน  ให้บริการครอบคลุม 7,255 ตำบลทั่วประเทศ สามารถอนุมัติสินเชื่อจากข้อมูลเชิงประจักษ์ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันโดยเจ้าหน้าที่ธนาคาร จะทำงานภายใต้รหัส 8-8-7 (8 โมงเช้า ถึง 2 ทุ่ม ตลอด 7 วัน) เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับบริการสะดวกสบายที่สุด

มงคล กล่าวต่อว่า จากการสำรวจดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ SMEs และดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs  ตลอดปี 2561 ที่ผ่านมา  โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย   พบว่า  ลูกค้า ธพว. ที่ได้รับ 3 เติม และ 3D จะมีดัชนีความสามารถธุรกิจ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอสเอ็มอีทั่วไป บ่งชี้ว่าแนวทางดังกล่าว สร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการได้จริง รวมถึงตั้งเป้าสนับสนุนสินเชื่อมูลค่า 5.7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นสำหรับเอสเอ็มอีทั่วไป วงเงินไม่เกิน 4 ล้านบาทต่อราย ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท สำหรับรายย่อย วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท  ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 2.86 แสนล้านบาท

 “จากแนวทางให้ 3 เติม ผ่านกระบวนการ 3D และยกระดับองค์กรสู่ดิจิทัลแบงก์กิ้งของ SME D Bank  จะก่อประโยชน์แก่ทุกฝ่าย  ช่วยผู้ประกอบการคนตัวเล็ก อยู่รอด  ตลาดเติบโต ก้าวไปสู่ธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ในอนาคต    ซึ่งความสำเร็จของผู้ประกอบการ นั่นคือความสำเร็จของ SME D Bank” มงคลสรุป

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.