3,414
VIEWS

“ศุภลักษณ์ อัมพุช” กับเบื้องหลัง การทรานส์ฟอร์มของ “เดอะมอลล์ กรุ๊ป”

Feb 28, 2019 R.Somboon

หัวใจสำคัญในการทรานส์ฟอร์มสู่ยุค 4.0 ของกลุ่มเดอะมอลล์ก็คือ การปรับโครงสร้างองค์กร รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมการทำงานจากระบบครอบครัวมาสู่การเป็นองค์กรที่เป็น มัลติ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายผ่านมืออาชีพที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้บริหารที่เป็นคนไทย แต่ยังมีมืออาชีพที่เป็นคนต่างชาติ

เป็นเสมือนการปรับเปลี่ยนจากยุคที่เคยประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างดี มาสู่การรับมือกับยุคของดิจิทัล ดิสรัปชั่น ซึ่งศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด บอกกับเราว่า เรื่องของเทคโนโลยี จะเข้ามาเป็นหัวใจหรืออนาคตสำคัญของกลุ่มเดอะมอลล์ จึงต้องมีการลงทุนด้านการพัฒนาไอทีด้วยงบลงทุนจำนวนมากกว่า 1 พันล้านบาทในช่วง 1 -2 ปีที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ ยังมีการเสริมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องดังกล่าวนี้มากขึ้น โดยศุภลักษณ์ บอกว่า คนเดอะมอลล์ทำงานมานานมาก ส่วนใหญ่จะไม่คุ้นเคยเรื่องของเทคโนโลยี เลยต้องให้มีอาชีพเข้ามาดูแลเรื่องของการทรานส์ฟอร์มในครั้งนี้

ทีมผู้บริหารอย่าง สก๊อต คาเมรอน (MR.SCOTT CAMERON) CHIEF INFORMATION OFFICER   รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดการบริหารการใช้เทคโนโลยี   โดยเป็นผู้ดูแลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ทั้งหมดในองค์กร สก๊อต เคยทำงานเป็นที่บริษัทด้านบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ INFOSYS CONSULTING และประสบการณ์ทำงานที่  INFOSYS LODESTONE, KPMG THAILAND และ DELOITTE CONSULTING

“ปัจจุบันธุรกิจรีเทลมีความท้าทายมากขึ้นจากเดิม เพราะการเข้ามาของอีคอมเมิร์ซ หรือค้าปลีกออนไลน์ ทำให้ธุรกิจค้าปลีกต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่  และต้องมีความเข้าใจในพฤติกรรมของลูกค้าที่ซับซ้อนขึ้น การวางกลยุทธ์การตลาดจึงจำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ต้องมี BIG DATA ที่ถูกต้องและแม่นยำ ที่สำคัญต้องเข้าถึงและสื่อสารกับลูกค้าผ่านทุกช่องทางทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ ดังนั้น เราจึงมีการปรับกลยุท์โดยการนำการค้าการขายแบบออฟไลน์ มาหลอมรวมให้เป็นเนื้อเดียวกับการค้าการขายแบบออนไลน์ ในรูปแบบที่ไร้รอยต่อ SEAMLESS โดยมุ่งเน้นเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ทั้งด้านความสะดวกสบายในการจับจ่ายสินค้า และมีสินค้าจริงให้ได้สัมผัส  ทดลอง  เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า”

 

สำหรับการจัดกระบวนทัพใหม่ของกลุ่มเดอะมอลล์นั้น มีการแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มธุรกิจ คือ

1.กลุ่มบริหารสินค้า (MERCHANDISE) 

2. กลุ่มปฏิบัติการ (OPERATION)

3. กลุ่มกลยุทธ์, พัฒนาธุรกิจ และความสามารถบุคลากร (STRATEGY, BUSINESS DEVELOPMENT & CAPABILITY) กลุ่มนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่สะท้อนให้เห็นถึงการทรานส์ฟอร์มองค์กรไปสู่การเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง โดยมีการดึง ดร.โอลิเวอร์ ก็อตชัลล์ (DR. OLIVER GOTTSCHALL)  มารับตำแหน่ง CHIEF STRATEGY OFFICER ดูแลและกำหนดการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ขององค์กร รวมถึงตั้งเป้าหมายองค์กรในอนาคต  โดยก่อนหน้านี้ได้เคยทำงานที่ บริษัท ASSOCIATE PARTNER AT MCKINSEY & COMPANY

4. กลุ่มทรัพยากรมนุษย์ (HR)

5. กลุ่มระบบสารสนเทศ (IT)

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป มีการแบ่งการทำธุรกิจออกมาอย่างชัดเจน ผ่านการขับเคลื่อนของ 3 ส่วนสำคัญ นั่นคือ ส่วนที่เป็นเทรดดิ้ง หรือการขายสินค้า ส่วนที่เป็นรีเทลที่เกี่ยวกับการบริหารพื้นที่ในส่วนของช้อปปิ้งมอลล์ และส่วนที่เป็นเรียลเอสเตท โดยในส่วนหลังนี้จะเข้ามาดูแลการทำโครงการที่จะเป็นมิกซ์ยูสมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงการลงทุนทำศูนย์การค้าเหมือนที่ผ่านมา โดยการทรานส์ฟอร์มในครั้งนี้ จะเป็นการพลิกโฉมหน้าในเรื่องของการสร้างรายได้ จากที่ผ่านมารายได้หลักของกลุ่มเดอะมอลล์จะมาจากการขายสินค้า เนื่องจากพื้นที่ในช้อปปิ้งมอลล์ทั้งหมดจะเป็นโมเดลของการเซ้งร้านหรือเซ้งพื้นที่ แต่หลังจากนี้เมื่อสัญญาเซ้งหมดลง จะมีการปรับโมเดลเป็นการเช่าพื้นที่ ซึ่งจะทำให้มีรายได้จากส่วนของพื้นที่เช่าเข้ามาอีกทางหนึ่ง

“เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ 5 ปี เราจึงได้มีการปรับขบวนทัพใหม่ โดยดึงมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ ในวงการค้าปลีกจากทั้งในและต่างประเทศมาเสริมทัพ อย่าง โรเบิร์ต เจมส์ ซิสเซล (MR.ROBERT JAMES CISSELL) ที่เข้ามาเป็น CEO, RETAIL GROUP  ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว เพื่อเป็นแม่ทัพกลุ่มธุรกิจรีเทล ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ทุกสาขา เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ พารากอน และบลูพอร์ต หัวหิน ผู้บริหารท่านนี้เคยเป็นประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท วอลมาร์ท ประเทศจีน หนึ่งในธุรกิจการค้าที่เป็นเจ้าของโดยชาว ต่างชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และมีร้านค้ากว่า 350 ร้านค้า นอกจากนี้ ยังมีประสบการณ์ทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูงในวงการค้าปลีกนานาชาติ อาทิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มค้าปลีกรีไลแอนซ์ (Reliance Retail) ประเทศอินเดีย เป็นต้น ซึ่งประสบการณ์ที่มีอยู่จะเข้ามาช่วยผลักดันให้กลุ่มเดอะมอลล์เดินไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้เป็นอย่างดี”

 

5 ปีลงทุน 80,000 ล้าน

สำหรับการรองรับโรดแม็บยุทธศาสตร์ 5 ปี หรือทิศทางธุรกิจในกลุ่มเดอะมอลล์ ตั้งปี 2562 - 2566  ที่จะนำพา เดอะมอลล์ กรุ๊ป มุ่งสู่ความเป็นหนึ่งในวงการค้าปลีกไทยนั้น จะมีการลงทุนด้วยเม็ดเงินสูงถึง 80,000 ล้านบาท ทั้งโครงการใหญ่อย่างแบงค็อก มอลล์ (BANGKOK MALL) ซึ่งเป็นโครงการระดับแฟลกชิพ (FLAGSHIP PROJECT) ซึ่งเป็น GRAND STATEMENT บนสุดยอดทำเลที่ดีที่สุด ณ จุดตัดถนนบางนา-ตราดกับสุขุมวิท เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอุดมสุขและบางนา และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าไลท์เรล จากสี่แยกบางนา ถึงสุวรรณภูมิ โดยจะเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่มีทั้งศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย และออฟฟิศ

นอกจากนี้ยังมีโครงการเอ็มสเฟียร์ ที่จะเข้ามาเติมเต็มให้ “เอ็ม ดิสทริค” มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น โครงการเดอะมอลล์ รามคำแหง รวมถึงปรับปรุงเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และเดอะมอลล์ ท่าพระ

หากสังเกตให้ดี จะพบว่า การลงทุนในโครงการใหม่ๆ ของกลุ่มเดอะมอลล์ จะเป็นการลงทุนเพื่อสร้างย่านการค้า โดยจะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สร้างอิมแพ็คให้กับย่านที่เข้าไปลงทุนได้เป็นอย่างดี สิ่งที่น่าจับตามองก็คือแกนหลักของการทำศูนย์การค้าของกลุ่มเดอะมอลล์จะมีเรื่องของเอนเตอร์เทนเม้นต์เข้ามาเป็นแกนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของการทำศูนย์การค้า เพราะหัวใจของการสร้างย่านการค้านั้น นอกจากเรื่องของการช้อปปิ้งแล้ว ยังต้องมีการสร้างในเรื่องของไนท์ไลฟ์ ที่เป็นย่านที่สามารถใช้ชีวิตได้ตลอดทั้งวัน โดยผู้บริหารของเดอะมอลล์บอกว่า เอนเตอร์เทนเม้นต์ที่ว่านี้ มันต้องบียอนด์ไปจากที่มีอยู่ในบ้านเรา

“ถ้ามองพื้นที่บนถนนสุขุมวิทแล้ว จะพบว่าพื้นที่ในย่านสยาม หรือราชประสงค์ ไม่สามารถทำเอนเตอร์เทนเม้นต์ขนาดใหญ่ได้ เพราะพื้นที่เต็มแล้ว ขณะที่ในย่านเอ็มดิสทริคยังมีพื้นที่ที่สามารถทำได้ ซึ่งในโครงการเอ็มสเฟียร์ที่เราทำนั้น จะมีการลงทุนในเอนเตอร์เม้นต์ระดับโลกอย่าง AEG ผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงและกีฬาระดับโลก ประกาศความร่วมมือในการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาทสร้าง EM LIVE ในโครงการเอ็มสเฟียร์ และ BANGKOK ARENA ที่อยู่ในโครงการแบงค็อก มอลล์  ซึ่งจะเป็น World Class Arena แห่งใหม่ อันจะมีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจชาติ และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจความบันเทิง การท่องเที่ยว และธุรกิจ MICE ของภูมิภาคเอเชีย โดยเรื่องของเอนเตอร์เทนเม้นต์นี้จะเข้ามาเป็นแม่เหล็กสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของบ้านเราควบคู่ไปกับเรื่องของการช้อปปิ้ง”

การสร้างย่านช้อปปิ้งที่สมบูรณ์แบบของกลุ่มเดอะมอลล์ในครั้งนี้ จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจของกลุ่มเดอะมอลล์ตามโรดแม็บ 5 ปีที่วางไว้ ซึ่งรายได้จากค่าเช่าพื้นที่ที่มีเพิ่มขึ้นนั้น จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้กลุ่มเดอะมอลล์เดินหน้าสู่การสร้างรายได้ทะลุหลักแสนล้าน หรือเติบโตจากปัจจุบันเท่าตัวเลยทีเดียว....

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.