7,301
VIEWS

Sony Digital Camera Real Camera Brand

Mar 06, 2019 -None-

ก้าวย่างของกล้องโซนี่น่าจับตามองขึ้นทุกขณะ แม้จะเป็น Late Comer ในตลาด แต่กาลเวลาได้พิสูจน์แล้วว่า การประกาศถึงความตั้งใจที่จะทำธุรกิจกล้องดิจิทัลอย่างจริงจัง ทำให้ภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำเทคโนโลยีการถ่ายภาพของโซนี่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ทั้งจากการยอมรับของลูกค้าทั่วไป และกลุ่มลูกค้ามืออาชีพในฐานะ Real Camera Brand อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งนอกจากจะทำให้โซนี่เก็บแต้มมาร์เก็ตแชร์ในแต่ละเซ็กเม้นต์เพิ่มมากขึ้นในปีที่ผ่านมาแล้ว โซนี่ยังเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นเป็นอันดับ 1 จากผลวิจัย Thailand’s Most Admired Brand 2019

คุณลีลนา เพียรพิริยะ ผู้จัดการแผนกการตลาดผลิตภัณฑ์ดิจิทัล อิมเมจจิ้ง บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา กล้องโซนี่ก้าวไปอีกระดับหนึ่ง โดยเป็นกล้องที่ได้รับการยอมรับในกลุ่มลูกค้าทุกระดับ หลังจากที่  โซนี่ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดด้วยการเปิดตัวกล้องรุ่น A7RM3 ที่ได้รับการตอบรับอย่างสูงจากช่างภาพมืออาชีพ ด้วยคุณสมบัติ และคุณภาพ กับความละเอียด 42 ล้านพิกเซล ระบบกันสั่น 5 แกน ช่องใส่การ์ด 2 ช่อง พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน กล้อง A9 ระดับเรือธงด้วยระบบโฟกัสที่รวดเร็ว เก็บในทุกวินาทีสำคัญที่ยากจะมีใครเทียบเท่า รวมถึงกล้อง A7M3 ที่เข้ามาสร้างจุดเปลี่ยนให้กับอุตสาหกรรมทั่วโลก เพราะสามารถกวาดรางวัลได้เกือบทุกเวทีทั่วโลก จนเป็นรุ่นที่ได้รับการตอบรับแบบถล่มทลายในระดับโลก โดยเฉพาะเมืองไทย ซึ่งทำให้ยอดขายโซนี่เมืองไทยติด Top List ในระดับโลกอีกด้วย

“การเปิดตัวกล้องแต่ละรุ่นของโซนี่สามารถสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดอยู่เสมอ เพราะใช้กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ด้วยเทคโนโลยี และประสบการณ์ ที่ทำให้ลูกค้าตั้งตารอว่าโซนี่จะเปิดตัวรุ่นใหม่เมื่อไร เพราะการพัฒนาสินค้าทุกครั้งนั้น จะมาจากการรับฟังเสียงของลูกค้าอย่างจริงจัง ดังนั้นในทุกครั้งที่โซนี่เปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ ก็มักจะสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าเสมอ และทำให้ลูกค้าช่วยกันแนะนำ และบอกต่อแบรนด์โซนี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

ดังนั้น เทคโนโลยีที่โซนี่ใส่เข้าไปในกล้องตัวใหม่ทุกรุ่น จึงเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ส่วนแบ่งการตลาดของโซนี่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตอยู่ประมาณ 10-15% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงภาพรวมอุตสาหกรรมกล้องที่หดตัวลงด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดล่างที่มีสมาร์ทโฟนเข้ามาเบียดตลาดไป แต่สำหรับโซนี่นั้น ได้วางตำแหน่งไว้ในระดับกลางถึงบน จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนักประกอบกับโซนี่เอง ยังมีสินค้าเรือธงที่ได้รับความนิยมหลายตัวจึงทำให้โซนี่สามารถเติบโตขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

“อย่างกล้องฟอร์แมต Full-Frame Mirrorless ที่เราพูดมาโดยตลอดว่าจะเป็นกล้องของวันพรุ่งนี้ แต่เราพัฒนากล้องของวันพรุ่งนี้ให้ลูกค้ามาใช้ได้ในวันนี้ มากกว่านั้นแต่ละรุ่นที่โซนี่ออกมาจะเป็น World’s First ที่สามารถใช้งานได้นาน 4-5 ปี โดยที่ลูกค้าไม่รู้สึกว่าตกรุ่น เพราะเรามองว่ากล้องตัวหนึ่งต้องมีอายุการใช้งานพอสมควร ซึ่งแตกต่างจากสมาร์ทโฟน และเราอยากให้ลูกค้าใช้ได้นานๆ ยกตัวอย่าง เช่น กล้องรุ่น A5100 ซึ่งออกวางจำหน่ายมา 5 ปีแล้ว ปัจจุบันนี้กล้องรุ่นนี้ก็ยังได้รับความนิยม และยังเป็นรุ่นที่ขายดีติดท็อปลิสต์ในตลาดอีกด้วย”

งานโฟโต้แฟร์ในปีที่ผ่านมา ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งดัชนีชี้วัดความสำเร็จได้ดีว่าลูกค้าทั่วไป และช่างภาพมืออาชีพมองแบรนด์โซนี่อย่างไร ซึ่งแต่ละปีของงานนี้ก็จะมี Milestone ที่โซนี่เข้าไปปักหมุดการเดินทางของแบรนด์ โดยในปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกที่โซนี่จัดโครงการ Sony Meets Art ภายในงานโฟโต้แฟร์ 2018 แสดงผลงานภาพถ่ายสุดสร้างสรรค์โดยสุดยอดศิลปินช่างภาพระดับแถวหน้าของเมืองไทยและนานาชาติ จำนวน 17 ท่าน อาทิ ไมเคิล ยามาชิตะ ช่างภาพชื่อดังจากนิตยสารจีโอกราฟิก และ ม.ล. ปริญญากร วรวรรณ อย่างไรก็ดี โซนี่ไม่ได้พัฒนาแค่ตัวกล้องเท่านั้น แต่ยังพัฒนาแอคเซสเซอรี่ที่ก้าวไปไกลกว่าคู่แข่ง

“โซนี่มีความได้เปรียบในเรื่องของการมี In-House Technology เป็นของตัวเอง นั่นจึงทำให้โซนี่ Move ได้เร็ว เราผลิตเซ็นเซอร์กล้อง ซึ่งครองส่วนแบ่งการตลาดกว่า 50% ของตลาดโลกและช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่โซนี่ก็เป็นผู้นำตลาดเช่นกัน นั่นเท่ากับว่าอุปกรณ์สำคัญที่ต้องใช้สำหรับกล้อง 2 ตัวหลักๆ นั้น โซนี่เป็นผู้ผลิต และป้อนให้แก่อุตสาหกรรมกล้อง นอกจากนี้โซนี่ก็ยังผลิตเลนส์เอง แม้กระทั่งเมมโมรี่การ์ด ไวร์เลสแฟลช หรือขาตั้งกล้อง คือเราไม่ได้มองว่าผลิตกล้องแล้วจบ แต่เราต้องการให้ประสบการณ์การถ่ายภาพเกิดความสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง”

แน่นอนว่า เมื่อมีสินค้าที่ดีเป็นใบเบิกทาง แคมเปญการตลาดที่ดีก็จะทำหน้าที่ช่วยขับเคลื่อนให้สินค้าเดินทางไปได้ไกลมากขึ้น เช่นเดียวกันโซนี่มีกลยุทธ์การทำแคมเปญการตลาดทั้งแนวลึก และแนวกว้าง โดยแนวลึกนั้น โซนี่แบ่งลูกค้าออกเป็นเซ็กเม้นต์ จึงทำให้รู้ว่าลูกค้าอยู่ตรงไหน เพื่อไปทำตลาดได้ถูกจุด และยังแบ่งกลุ่มลูกค้าตามความชอบ และไลฟ์สไตล์ เพื่อดีไซน์ออกมาเป็นแคมเปญการตลาดบนพื้นฐานลูกค้าในแต่ละเซ็กเม้นต์

“ลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ และการใช้งานกล้องที่แตกต่างกัน ย่อมต้องการคุณสมบัติ และลูกเล่นการใช้งานที่แตกต่างกันด้วย ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในการสื่อสารทั้งหมดเพื่อให้มีความชัดเจน รวมไปถึงการทำกิจกรรมกับลูกค้าในแต่ละกลุ่ม อย่างลูกค้ากลุ่มโปร กับลูกค้าถ่ายรูปทั่วไป ความสนใจจะไม่เหมือนกัน กลุ่มทั่วไปอยากฟัง Message นิดเดียว เข้าใจง่ายแต่ต้องสนุกตอบโจทย์ชีวิต ลูกค้ากลุ่มโปรจะให้ความสำคัญกับความเที่ยงตรง แม่นยำ และเชื่อถือได้ ดังนั้นการสื่อสารก็จะแตกต่างไปตามแต่ละเซ็กเม้นต์ นอกจากนี้กล้องตัวเดียวบางทีก็มีหลายเซ็กเม้นต์ เพราะมีหลายฟีเจอร์ เช่น ถ่ายเป็นวิดีโอ ถ่ายแลนด์สเคป ภาพสัตว์ หรือพอร์เทรต  เมื่อกล้องตัวเดียวกันมีหลายฟีเจอร์ตอบโจทย์หลายเซ็กเม้นต์ เราก็จำเป็นที่จะต้องสื่อสารให้แตกต่างกันด้วย”

หลายปีที่ผ่านมา โซนี่มุ่งเน้นกิจกรรมเจาะกลุ่มช่างภาพมืออาชีพ ไปจนถึงกลุ่มช่างภาพหน้าใหม่อย่าง Travel Blogger จนประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับในฐานะ Real Camera Brand ปีที่ผ่านมา โซนี่จึงขยายฐานกลุ่มลูกค้าเซ็กเม้นต์ใหม่เป็นนักศึกษามุ่งหวังให้เป็นเวทีแสดงศักยภาพของเยาวชนไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้งยังส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักถ่ายภาพ ผ่านแคมเปญสามกรุง และโซนี่ อัลฟ่า ยูนิเวอร์ซิตี้ แคมป์ 2018 

ในส่วนของการทำแคมเปญแบบกว้างนั้น โซนี่เลือกที่จะจัดกิจกรรมกระจายไปในต่างจังหวัดตามหัวเมืองหลัก และปีนี้จะลงไปในหัวเมืองรอง และคาดว่าจะครอบคลุมทั่วประเทศภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

คุณลีลนา กล่าวว่า การที่วันนี้โซนี่เป็นแบรนด์เบอร์ 1 ที่อยู่ในใจของผู้บริโภค ย่อมหมายความว่า โซนี่จะต้องทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อรักษาฐานลูกค้า

“การรักษาตำแหน่งเบอร์ 1 ให้นานเป็นเรื่องยาก เพราะเราอยู่ท่ามกลางสปอตไลท์ที่ทุกคนสามารถมองเห็นทุกมุมของเราชัดเจน อีกอย่างหนึ่ง เรามองว่าการเป็นเบอร์ 1 มาพร้อมกับหน้าที่ความรับผิดชอบต่ออุตสาหกรรมที่เราต้อง Contribute อะไรบางอย่างให้กับอุตสาหกรรมด้วย เราคิดเสมอว่าจะขับเคลื่อนตลาดนี้อย่างไร จะ Educate ตลาด และคนรุ่นใหม่ๆ อย่างไร โดยผ่านการสื่อสาร และกิจกรรมต่างๆ มากมายที่เราต้องทำ ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีกิจกรรมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามกลุ่มของลูกค้าและตลาดใหม่ๆ ที่เราจะต้องขยายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น” 

“แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้เรากุมหัวใจลูกค้าได้มาจากการที่เราเข้าถึงและฟังเสียงของลูกค้าจริงๆ เป็นเรื่องโชคดีที่โซนี่มีฐานลูกค้าหลายกลุ่ม เนื่องจากโซนี่มีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่หลากหลาย เราจึงมีทัชพ้อยท์ที่กว้างตามไปด้วย โดยเรามีทั้งคอลเซ็นเตอร์ จำนวนศูนย์บริการที่มากกว่าคู่แข่ง ศูนย์ส่งซ่อมสินค้า รวมทั้งโชว์รูมโซนี่สโตร์ ที่เป็นจุดสำคัญที่สามารถมอบประสบการณ์ และเก็บฟีดแบ็คจากลูกค้าได้โดยตรง โดยเรามีระบบการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นระบบ ปลอดภัย และมีการมอนิเตอร์ทุกวัน เราเปิดใจฟังลูกค้าอย่างจริงใจทั้งปัญหาที่ต้องแก้ไข ปรับปรุง รวมไปถึงคำแนะนำต่างๆ สิ่งใดที่เราสามารถปฏิบัติ และส่งผลดีต่ออุตสาหกรรม โซนี่จะลงมือพัฒนาทันที สิ่งเหล่านี้ยังช่วยให้โซนี่ได้รับการยอมรับ และนั่งอยู่ในใจลูกค้ามากขึ้นเรื่อยๆ” 

ในปีนี้ ด้วยความพร้อมของระบบกล้องและเลนส์ โซนี่พร้อมเดินหน้าต่อยอดพัฒนาตลาดใหมๆ ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่ใช้งานกล้องในการบันทึกภาพแบบวิดีโอมากขึ้นเรื่อยๆ ในเดือนกุมภาพันธ์นี้โซนี่จะวางตลาดกล้องรุ่นใหม่ล่าสุด คือรุ่น A6400 เพื่อมาตอบรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของคนรุ่นใหม่ โดย A6400 จะมีคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งในเรื่องของการถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอ พร้อมจอระบบสัมผัสพับหมุนได้เพื่อการใช้งานในการถ่ายภาพ Selfie มีระบบโฟกัสที่รวดเร็วมาก และที่สุดของ Eye AF (Eye Auto Focus) แบบ Realtime ที่จะช่วยให้ Content Creator, Blogger รวมถึง Vlogger ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  สามารถสร้างสรรค์ผลงานวิดีโอแบบไร้ข้อจำกัด นับเป็นการขยายตลาดใหม่ เพื่อพัฒนาและรักษาภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำเทคโนโลยี และสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานลูกค้าทั่วไปได้เพิ่มอีกด้วย

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.