3,060
VIEWS

ธุรกิจโรงพยาบาลฝ่ากระแส Technology Disruption รพ.บำรุงราษฎร์วางเป้าเป็น Smart Hospital ใน5ปีข้างหน้า

Feb 25, 2019 A.Kanitha

อีกไม่นานนี้อุตสาหกรรมหนึ่งที่จะเจอกับ Technology Disruption ก็คือ ธุรกิจโรงพยาบาล เพราะรายงานจากPrice Water House Coopers ที่ปรึกษาระดับโลกได้คาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือในปี 2573 วงการแพทย์จะถูก Disrupt ครั้งยิ่งใหญ่ สังเกตได้จากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง IBM's Watson, Amazon, Google, Ping An, Alphabet และ Philips ซึ่งบางรายไม่เคยอยู่ในแวดวงการแพทย์ ไปจนถึงบริษัทยาและบริษัทสตาร์ทอัพได้เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว และกระโจนเข้าสู่ธุรกิจนี้โดยเข้ามามีบทบาทในหลายๆ ส่วนด้วยกัน อาทิ การวินิจฉัยโรคโดยใช้ AI การใช้แพลตฟอร์มต่างๆ หรือแม้แต่การใช้ Big Data ร่วมด้วย ทั้งยังมีการประมาณการณ์ถึงอัตราการเติบโตของตลาดปัญญาประดิษฐ์ด้านการดูแลสุขภาพและวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว่าจะเติบโตถึง 40% ต่อปี เป็น 6.6 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2564 เนื่องด้วยได้มีการลงทุนเริ่มทะลักเข้ามาNew Player ดังกล่าว
 
แต่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ไม่รอช้า เดินหน้าสู่การเป็นSmart Hospital อย่างสมบูรณ์แบบในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งปัจจุบัน เภสัชกรหญิงอาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ผู้อำนวยการด้านบริหาร (CEO) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่ามีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 70% หลังจากที่โรงพยาบาลได้นำเทคโนโลยีอันก้าวหน้ามาใช้ทั้งด้านการรักษา และบริหารจัดการองค์กรมาใช้ในโรงพยาบาลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา 
 
เรามาดูกันว่าโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์นำเทคโนโลยีมาใช้ในส่วนใดบ้าง
 
วิธีการดูแลรักษาผู้ป่วย มีแนวทางดูแลแบบ Holistic Care 
- มุ่งเน้นไปที่การดูแลเชิงป้องกัน (Prevention) ไม่ให้เกิดโรค โดยอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Next-Generation Sequencing Technology (NGS) ช่วยให้สามารถคาดการณ์ความเสี่ยงในการโรค (Prediction) เช่น สามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์ DNA หาความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง หรือความเสี่ยงการแพ้ยาบางชนิด รวมถึงการนำมาใช้ในการตรวจรักษาโรคได้อย่างแม่นยำและจำเพาะต่อตัวบุคคล (Precision and Personalization) เพื่อให้เข้าใจถึงรหัสพันธุกรรมของผู้ป่วยแต่ละราย (DNA Wellness) ซึ่งจะช่วยให้สามารถกำหนดแนวทางการรักษาเพื่อดูแล รวมถึงส่งเสริมสุขภาพที่ดีและเหมาะสมที่สุดแก่ตัวผู้ป่วย 
- ทำงานร่วมกับศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ (VITALLIFE) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งมอบการดูแลรักษาสุขภาพที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น 
 
ใช้ Big Data, Artificial Intelligence เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลสุขภาพ 
- ร่วมมือกับ BIOTIA ผู้นำสตาร์ทอัพด้านบริการเทคโนโลยีสุขภาพ สหรัฐอเมริกา ในการเก็บข้อมูลและค้นคว้าวิจัย โดยอาศัย NGS Technology, Big Data เพื่อศึกษาปัญหาเชื้อดื้อยา ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทยและวาระเร่งด่วนระดับโลก ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถระบุเชื้อก่อโรคได้รวดเร็วภายใน 6 ชั่วโมง ทำให้ช่วยลดการใช้ยา และป้องกันปัญหาการเกิดเชื้อดื้อยาได้จากวิธีการเดิมที่ต้องอาศัยการเพาะเชื้อ อย่างน้อย 2-3 วัน ในระหว่างนั้นแพทย์จะให้การรักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะซึ่งครอบคลุมในวงกว้าง เมื่อได้รับผลเพาะเชื้อแล้ว จึงสามารถลดหรือปรับเปลี่ยนยาให้จำเพาะต่อเชื้อได้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ทั่วโลกมีคนเสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยาประมาณปีละ 700,000 ราย 
- IBM Watson เป็นเทคโนโลยี Cognitive Computing ที่จะเข้ามาช่วยแพทย์รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ทั้งวินิจฉัยโรค และเสนอแนวทางการรักษาเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้ป่วย
- ซีบรา เอไอ (Zebra AI) เป็น AI ที่ใช้ร่วมกับ CT Scan เพิ่มความแม่นยำในการอ่านข้อมูลทางด้านรังสีรักษา และสามารถตรวจได้ถึง 4 โรคได้ในครั้งเดียวกัน ประกอบด้วยโรคถุงลมโป่งพอง เลือดออกในสมอง ไขมันพอกตับ และภาวะกระดูกแตก 
 
นำเทคโนโลยีมาสร้าง Connected, Team  เชื่อมโยงบุคลากรทางการแพทย์และทีมงานให้สามารถเข้าถึงผู้ป่วย 
- Telehealthเป็น Communication platform ที่ให้ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ที่มีความสามารถและความชำนาญตรงต่อโรคและความต้องการของผู้ป่วยสามารถให้ความรู้และคำแนะนำที่ถูกต้องเข้าใจง่าย เข้าถึงได้ง่าย 
- Tele Medicine & Tele Consultation เทคโนโลยีการแพทย์ทางไกลที่ร่วมกับ iDoctorเข้ามาช่วยให้คำปรึกษาผู้ป่วย และลดข้อจำกัดเรื่องการเดินทางและช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งสามารถเชื่อมต่อสำนักงานตัวแทนในต่างประเทศ (Referral Office) ที่มีอยู่ 40 แห่งทั่วโลกได้ด้วย 
- Remote Interpreter เป็นระบบที่เข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ล่ามในการแปลภาษาให้กับผู้ป่วยผ่านอุปกรณ์การสื่อสารโดยที่ไม่จำเป็นต้องไปอยู่กับแพทย์หรือผู้ป่วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ล่ามของทางโรงพยาบาลจะต้องผ่านการอบรมและทดสอบการแปลความหมายที่ถูกต้องในทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการสื่อสารถึงข้อมูลในการรักษาที่ถูกต้องและครบถ้วน ผ่านการบริการที่สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น 
- เปลี่ยนระบบ Hospital Information System (HIS) ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ทำให้เชื่อมต่อ Interface กับระบบต่างๆ ได้ง่ายขึ้น และเพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วยได้ เพราะช่วยให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในแผนกต่างๆ ของโรงพยาบาลสามารถเข้าถึงข้อมูลเดียวกันของผู้ป่วยแต่ละรายได้อย่างง่ายดายและปลอดภัยในแบบเรียลไทม์
 
นอกจากการดำเนินงานที่มุ่งเน้นใน 3 ส่วนหลักๆ แล้ว Core Value อีกอย่างหนึ่งที่ รพ.บำรุงราษฎร์ ให้ความสำคัญมาโดยตลอดระยะเวลา 39 ปีก็คือ การยกระดับมาตรฐานและคุณภาพความปลอดภัยของผู้ป่วยสูงสุด
นายแพทย์กรพรหม แสงอร่าม ที่ปรึกษา CEO ด้านมาตรฐานความปลอดภัยของผู้ป่วย กล่าวว่า รพ.บำรุงราษฎร์ มีนโยบายด้านคุณภาพและความปลอดภัยต่างๆ ภายในโรงพยาบาล (Patent Safety)เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด ซึ่งถือเป็นศาสตร์แรกในแขนงเพื่อยับยั้งความผิดพลาดในการรักษาพยาบาล และยังช่วยลดอัตราผู้ป่วยเสียชีวิตจากการติดเชื้อภายในโรงพยาบาล ประกอบด้วย
- ระบบบริหารนิรภัย หรือ Safety Management System (SMS) ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมการบินมาใช้ในโรงพยาบาล ประกอบไปด้วย นโยบายในเรื่อง Blameless ส่งเสริมให้บุคลากรได้รายงานเมื่อเปิดปัญหาที่เพื่อที่จะได้แก้ไขในเชิงระบบได้อย่างทันท่วงทีและตรงจุด , Risk Management สามารถประเมิน และจัดการความเสี่ยงได้ล่วงหน้า, Assurance รับประกันคุณภาพผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก และ Safety Promotion เป็นการรณรงค์สร้างจิตสำนึกในเรื่องความปลอดภัยของบุคลากรในระบบเดียวกับ Crew Resource Management ที่ใช้ในธุรกิจสายการบินเช่นกัน 
- ฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ 
- การตรวจสอบระบบห้องแยกโรคแพร่เชื้อทางอากาศ การตรวจการส่งกำจัดของเสียของสารเคมีอันตราย การควบคุมคุณภาพของยา 
- นำหุ่นยนต์มาช่วยในการจัดยา (Pharmacy robot) สำหรับผู้ป่วยในมาตั้งแต่ปี 2551 ด้วยงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท นับเป็นเทคโนโลยีการจัดการยาที่มีความแม่นยำสูง รวดเร็ว และช่วยป้องกันความคลาดเคลื่อนจากการจัดจ่ายยาให้กับผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี ผู้ป่วยจะได้รับยาที่ถูกต้อง ถูกขนาด ถูกเวลา เป็นไปตามที่แพทย์สั่ง ช่วยลดระยะเวลาการรอรับยา โดยมีแผนกำลังจะขยายการใช้หุ่นยนต์จัดยาสำหรับผู้ป่วยนอกภายในปลายปี 2562 อีกด้วย
 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.