3,278
VIEWS

กางวิสัยทัศน์ AIS กับภารกิจดัน 5G เดินหน้าสร้างสังคมดิจิทัล - สมชัย เลิศสุทธิวงค์

Feb 19, 2019 S.Worapol

สำหรับเอไอเอส ตลอด 28 ปีที่ผ่านมาเป็นการวางรากฐานเรื่องโครงสร้างต่างๆ ให้กับโทรคมนาคม เราใช้เวลา 4 ปีในการเปลี่ยนจากระบบอนาล็อก มาเป็นดิจิทัล และใช้เวลาเกือบ 18 กว่าจะมาเป็น 3G และตามมาด้วย 4G ในอีกไม่กี่ปีต่อมา

สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส เปิดเผยบนเวที AIS DIGITAL INTELLIGENT NATION 2019 "แม้ว่าจะเป็นการผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านมาหลายเรื่องในอุตสาหกรรม แต่วันนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าระบบ 4G ของเอไอเอสก็ไม่ได้แพ้ใคร ทั้งในเรื่องระบบ ความเร็วและความเสถียร มาวันนี้เราก็ไม่ได้หยุดที่จะพัฒนาให้วงการโทรคมนาคมยกระดับขึ้นไปอีกขึ้น 5G เป็นเรื่องที่เรากำลังให้ความสำคัญและพยายามพัฒนาให้เกิดขึ้นจริงโดยมองถึงประโยชน์ในแง่ของการใช้งานต่อคนไทย ภาคธุรกิจ และหน่วยงานต่างๆ”

เรื่องของ 5G จะใช้เม็ดเงินในการลงทุนมากกว่าเดิมมหาศาล มีหลายประเทศในโลกที่ปักหมุดพัฒนา 5G อย่างจริงจัง แต่ท้ายที่สุดแล้ว 5G ไม่ได้เข้าไปผลักดันแค่ในเรื่องของ Digitalzation เท่านั้น แต่ 5G ยังช่วยผลักดันสินค้าและบริการต่างๆ ของประเทศที่มีศักยภาพแข่งขัน มีแบรนด์ที่เข้าถึงคนทั้งโลกได้ แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็ถูกยกขึ้นมาเป็นวาระสำคัญที่ของประเทศที่ไม่เพียงแค่ภาคธุรกิจเติบโต แต่ยังช่วยให้ภาพรวมของประเทศเติบโตไปด้วยเช่นกัน

การเริ่มต้นทดลองของเอไอเอสในวันนี้ ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการทำให้ภาคส่วนต่างๆ เห็นความสำคัญของเทคโนโลยี และประเมินตัวเองว่าจะมีส่วนไหนบ้างที่สามารถนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

“ที่ผ่านมา เอไอเอสพยายามทรานส์ฟอร์มตัวเอง สร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ สำหรับคนไทย ทั้งในเรื่องของ Mobile Network, Fibre Broadband และ Digital Service Enablers ที่มีความครอบคลุมทั้งพฤติกรรม Lifestyle และธุรกิจต่างๆ สำหรับลูกค้าเอไอเอสทั้ง 41 ล้านคน อีกทั้งการเพิ่มเรื่องของ Big Data ที่จะมาเป็นเหมือนกับ New Asset ที่มีความสำคัญกับการเชื่อมโยงเทคโนโลยีใหม่ๆ มานำเสนอให้ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มอื่นๆ นอกเหนือจากลูกค้าของเอไอเอสด้วยเช่นกัน”

นอกจากนี้ สมชัย ยังได้พูดถึงมาตรฐานของวิธีคิด วิธีการทำงาน และทักษะของผู้บริโภคในยุคนี้ที่นอกเหนือจากการพัฒนา IQ EQ แล้ว ยังต้องมีเรื่องของ DQ หรือความอัจฉริยะทางดิจิทัล ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ต้องให้ความสำคัญในฐานะผู้ประกอบการที่พัฒนาและยกระดับในเรื่องนี้อย่างจริงจัง

“การเพิ่มเรื่องของ Data Analytic เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อน ก็เพื่อที่จะทำให้ทักษะทางดิจิทัลหรือ DG มีความชัดเจนขึ้น ทั้งในกลุ่มโปรแกรมเมอร์ ผู้พัฒนา หรือผู้ประกอบการในสายงานดิจิทัล การมี Data ก็จะทำให้เรารู้ได้ว่าจะทำอย่างไรให้คนใช้งานหรือบริการของเราเกิดประโยชน์สูงสุด ที่ผ่านมาเราพยายามสร้างแพตฟอร์มเพื่อเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มหรือธุรกิจอื่นๆ เราไม่ได้โตคนเดียว แต่เราทำให้คนเติบโตในอุตสาหกรรมดิจิทัลได้”

การจัดงาน AIS Vision ในปีนี้ นับว่าเป็นที่ 10 มีการเปลี่ยนแปลงในทุกครั้งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา การมูฟแต่ละครั้งของเอไอเอสก็สร้างแรงสั่นสะเทือนไปไม่ใช่แค่ในอุตสาหกรรม ในหลายๆ ครั้ง อุตสาหกรรมอื่นก็ตื่นตัวและขยับตัวกับสิ่งที่เอไอเอสทำเช่นกัน

ท้ายที่สุดแล้ว คุณสมชัย ก็ยังไม่ลืมว่า แม้เป้าหมายของธุรกิจคือการทำให้คนมาใช้สินค้าและบริการต่างๆ ของเอไอเอส แต่สังคมและประเทศชาติก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน

“วันนี้เอไอเอสพร้อมจะเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่เปิดโอกาสให้พาร์ทเนอร์ หรือธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็สามารถมาทำงานร่วมกับเราได้ เพียงแค่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ ช่วยยกระดับให้สังคมดิจิทัลมีความแข็งแรง ทำให้ผู้คนเกิดประโยชน์จากการใช้งานทางด้านดิจิทัล และใช้ดิจิทัลในการปกป้องสังคมหรือประเทศชาติ”

“แน่นอนว่าเอไอเอสเป็นบริษัทใหญ่ แต่ไม่ได้ใหญ่ที่สุด เราไม่ได้สำคัญกว่าสังคม หรือประเทศชาติ และเราอยากเป็นตัวหลักในการสร้างสังคมดิจิทัลให้เกิดขึ้น วันนี้เราไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นเครือข่ายเพราะทุกคนสามารถเป็นเครือข่ายที่ส่งต่อเรื่องราว ข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่ต้องคิดต่อคือ ถ้าเราทุกคนเป็นเครือข่าย เราจะสร้างหรือทำลายก็ขึ้นอยู่ที่นิ้วมือของเราเอง”

AIS

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.