4,007
VIEWS

เปิดพอร์ตธุรกิจสุราไทยเบฟ 105,900 ล้านบาท รวงข้าวขึ้น เบอร์ 2 ของโลก ขยายธุรกิจสู่ตลาดสุราพร้อมดื่ม

Jan 29, 2019 S.Worapol

สำหรับอุตสาหกรรมสุราในประเทศปี 2561 ได้รับผลกระทบจากภาวะ เศรษฐกิจชะลอตัวจากปัจจัยกําลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงอัน เป็นผลจากราคาสินค้าพืชผลทางการเกษตรหลักที่ลดลง ปัจจัยเหล่านี้ผนวกกับปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนที่ยังคงอยู่ใน ระดับสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย

จากสภาพแวดล้อมทางการตลาดดังกล่าว วันนี้เราลองมาดูกลุ่มธุรกิจสุราของไทยเบฟ ผู้เล่นหลักของอุตสาหกรรมสุราของไทยว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้างในปีที่ผ่านมา

อย่างที่ BrandAge Online ได้เคยนำเสนอเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ “สุราขาวรวงข้าว” สุราแรก ของไทยที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างมั่นคงมีปริมาณขาย อันดับ 1 ของไทย และอันดับ 2 ของโลกจากการสํารวจของ International Wine and Sprit Research (IWSR)

โดยเครื่องดื่มแอลกฮอล์ที่เป็นที่นิยมที่สุดในโลก ปี 2017 คือ “Jinro” โซจูของเกาหลีใต้ ผลิตโดย Hite-Jinro ซึ่งยังคงครองอันดับหนึ่งจากปีที่แล้ว ด้วยยอดขายเชิงปริมาณ 75,910 ล้านลิตร เติบโตต่อเนื่องตลอด 4 ปี และมียอดขายเพิ่มขึ้น 0.8% มากกว่าที่ทำไว้ในปี 2016

ส่วนอันดับ 2 เป็น”รวงข้าว” (Ruang Khao) ที่ขยับลำดับขึ้นมา มียอดขายเชิงปริมาณ 31,750 ล้านลิตร เติบโตกว่า 2% จากปีที่แล้ว ในขณะที่ “Officer’s Choice” ร่วงลงมาอยู่อันดับ 3 มียอดขายเชิงปริมาณ 31,510.1 ล้านลิตร

นอกจากนี้ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาของไทยเบฟยังคงมุ่งเน้นความหลากหลาย ของกลุ่มผลิตภัณฑ์สุรา โดยวางจําหน่ายสินค้าสุราประเภทพร้อมดื่ม (Ready to Drink) คือ “สตาร์ คูลเลอร์” ไวน์คูลเลอร์พร้อมดื่มและ “คูลอฟ แมกซ์ เซเว่น” ว้อดก้าพร้อมดื่มในรูปแบบกระป๋อง นับเป็นการขยายเข้าสู่ตลาดใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคสมัยใหม่ที่มองหาเครื่องดื่มประเภท Ready to Drink และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค

ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) อธิบายใน รายงานประจำปีที่รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ สิงคโปร์ (SGX-ST) ว่า “ไทยเบฟยังคงเดินหน้าเพื่อรักษาความแข็งแกร่ง ของธุรกิจสุราในประเทศ โดยขยายธุรกิจไปสู่ตลาดสุราพร้อมดื่ม (Ready to Drink) ผ่านการออกผลิตภัณฑ์ใหม่คือ “คูลอฟ แมกซ์ เซเว่น” ว้อดก้า พร้อมดื่มและ “สตาร์ คูลเลอร์” ไวน์คูลเลอร์พร้อมดื่มเพื่อเติมเต็มกลุ่ม ผลิตภัณฑ์สุราในประเทศ รวมถึงเริ่มทํางานร่วมกับแกรนด์รอยัลกรุ๊ป ในการปรับเปลี่ยนฉลากสินค้าให้มีรูปลักษณ์ทันสมัยเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ การเป็นตราสินค้าที่มีความพรีเมี่ยม และเปิดตัว “MacArthur’s” สก็อตช์วิสกี้ แบรนด์แรกที่นําเข้านํ้าสุราจากประเทศสกอตแลนด์และบรรจุขวดใน ประเทศเมียนมา”

สำหรับในปี 2561 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561 ธุรกิจสุรา มีรายได้จากการขาย 105,900 ล้านบาท คิดเป็น 46% ของพอร์ตรายได้จากกลุ่มธุรกิจทั้งหมด ลดลงจากปีที่แล้ว 3.1% ซึ่งนับว่าเป็นธุรกิจหลักที่ทำรายได้สูงสุดให้กับไทบเบฟ ถ้าคิดเป็นปริมาณแล้ว ธุรกิจสุรามีปริมาณการขาย 661 ล้านลิตร โดยมีปริมาณขายรวมแกรนด์ รอยัลเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.2 และมีปริมาณขายที่ไม่รวมแกรนด์ รอยัลลดลง 11.5%  เนื่องจากกําลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศไทย ยังไม่ดีนัก ประกอบกับในปีที่แล้วเอเย่นต์และร้านค้ามีการซื้อ สินค้าเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนการปรับภาษี ทําให้มีปริมาณขายลดลง เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในส่วนของกําไรสุทธิลดลง 13.2% เป็น 17,720 ล้านบาท

จากนี้เหลือเวลาอีก 2 ปี ก็จะถึงปี 2020 ที่เป็นเป้าหมายยุทธศาสตร์หลักของไทยเบฟใน Vision 2020 ที่ต้องการการสร้างการเติบโตและก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ระดับ Reginal ที่ผ่านมาไทยเบฟใช้บทบาทของการเป็น Market Leader สร้างการเติบโตด้วยยุทธศาสตร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับประเทศและในระดับโลก การออกสินค้าใหม่อยู่เสมอ หรือแม้แต่การเข้าควบรวมกิจการผนวกความแข็งแกร่งของสององค์กรเพื่อการเติบโตที่เร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ฐาปน อธิบายต่อว่า "เวลาที่เหลือหลังจากนี้คือความชัดเจนที่จะทำให้ทุกกลุ่มธุรกิจสามารถเติบโตด้วยความสร้างสรรค์ และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโตเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ก้าวขึ้นเป็นบริษัทเครื่องดื่มที่ครบวงจรใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ในที่สุด"

ธุรกิจสุราของไทยเบฟสามารถทำให้ภาพรวมของกลุ่มขยับขึ้นสู่ Reginal Brand ได้ไม่ยาก เรามารอวันที่ ไทยเบฟขยับสู่การเป็น Global Brand ในฐานะแบรนด์ของคนไทยกันนะครับ 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.