3,579
VIEWS

ศึก Ride-hailers, Grab และ Go-Jek เปิดศึกชิงตลาดบริการ Ride-hailing ปี 2019

Jan 21, 2019 P.Patikom

Ride-hailers (ผู้ให้บริการรถยนต์ร่วมโดยสาร) Grab และ Go-Jek เปิดศึกชิงตลาด ผู้ให้บริการรถร่วม โดยสารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รับปีใหม่ 2019 ทั้ง 2 ค่ายล้วนเป็นผู้นำในตลาดนี้ ในภูมิภาคอาเซียน ในปัจจุบัน

แอพของทั้ง Grab และ Go-Jek ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการดาวน์โหลดสูงถึง 100 ล้านครั้ง มีบริษัท ระดับใหญ่ที่สุดของโลกหลายบริษัทร่วมลงทุนในทั้งสองบริษัทนี้ ทำให้ทั้งสองค่ายนี้เป็นธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของภูมิภาคนี้ แม้แต่ CEO ของทั้ง 2 บริษัทก็ได้ไปศึกษาที่ Harvard Business School

สองยักษ์เผชิญหน้า

ในปี 2019 นี้ ทั้งสองค่ายต่างกำลังรุกไปข้างหน้าด้วยแผนการขยายตัวที่มีความทะเยอทะยานทั่วทั้งภูมิ ภาค และไม่เพียงแต่ในธุรกิจหลักของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการพิเศษเพิ่มเติม แก่ลูกค้าที่ใช้บริการของทั้ง 2 ค่าย

ปัจจุบัน หลังจากซื้อกิจการ Uber ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ Grab ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสิงคโปร์ (ก่อตั้งปี 2012) สามารถสร้างธุรกิจที่ครอบคลุมตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 8 แห่ง

แต่ Go-Jek ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว Go-Jek ก่อตั้งขึ้นในอินโดนีเซียในปี 2010 นับแต่ ก่อตั้งบริษัทก็ดำเนินธุรกิจในประเทศมาตลอดจนกระทั่งปีที่แล้ว 2018 บริษัทได้ประกาศการลงทุนด้วยเงิน 500 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน ภายในไม่กี่เดือนมันก็ขยายไปสู่เวียดนาม และไทย ซึ่งทำให้ Go-Jek ต้องแข่งขันโดยตรงกับ Grab

Go-Jek ระมัดระวังมากขึ้นต่อการขยายธุรกิจในต่างประเทศ เนื่องจากธุรกิจบริการรถยนต์ร่วมโดยสารใน ต่างประเทศ มีความเปราะบางจากการถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเร็วๆ นี้ ฟิลิปปินส์ก็ได้ปิดกั้นการเข้าไปของบริษัทจากความกังวลเกี่ยวกับ การที่เจ้าของธุรกิจเป็นต่างประเทศ หน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า Velox Technology Philippines ซึ่งเป็น บริษัทในเครือของ Go-Jek ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่จำกัดสิทธิ์สัดส่วนการเป็นเจ้าของที่เป็นชาวต่างชาติ ไว้ที่ 40%

Go-Jek ยังคงสามารถกลับสู่ตลาดฟิลิปปินส์อีกครั้ง โดยการเปลี่ยนโครงสร้างความเป็นเจ้าของ ของ บริษัทในเครือ ซึ่งในประเทศอื่น บริษัทได้ยอมรับข้อจำกัดในการเป็นเจ้าของตามกฎหมายแล้ว Go-Viet ซึ่งเป็นสาขาของ Go-Jek ในเวียดนามผู้ถือหุ้นท้องถิ่นถือหุ้นมากกว่า 50%

ในประเทศไทย Go-Jek ได้เปิดตัวบริการเมื่อปลายปี 2018 ซึ่งเป็นสัญญาณแห่งโอกาสที่ดีสำหรับการ ดำเนินธุรกิจในต่างประเทศของ Go-Jek จากนั้น Go-Jek ยังรุกเข้าไปทำธุรกิจให้บริการรถยนต์รวม โดยสารในสิงคโปร์อันเป็นถิ่นเกิดของ Grab จึงเสมือนว่า Go-Jek กำลังบุกเข้าไปท้าทาย Grab ถึงในบ้าน

ส่วน Grab ก็เผชิญกับความท้าทายของตัวเองในฟิลิปปินส์ด้วย ในขณะที่การควบรวมกิจการกับ Uber ได้รับการอนุมัติเมื่อปีที่แล้ว ทำให้การผูกขาดเสมือน (Virtual Monopoly) ในประเทศยังคงอยู่ภายใต้ การตรวจสอบหลังควบรวมกิจการเป็นเวลาหนึ่งปี

 

Go-Jek รุกหนัก

กลยุทธ์การตลาดของ Go-Jek ในการสู้กับ Grab มีทั้งการตัดราคาค่าโดยสาร และดึงตัวคนขับ ราคาของ Go-Jek ต่ำกว่าของ Grab 10 - 30% และคนขับดูเหมือนจะชอบขับกับ Go-Jek มากกว่า "ฉันย้ายจาก  Grab เพราะ Go-Jek ให้แรงจูงใจที่ดีกว่าสำหรับคนขับ" คนขับที่เพิ่งเปลี่ยนมาอยู่กับ Go-Jek เมื่อต้นเดือน มกราคมนี้กล่าว

เช่นเดียวกับ Grab, Go-Jek กำลังมองหาวิธีที่จะดึงดูดผู้บริโภคและคนขับรถ ไม่เพียงแค่ใช้บริการรถร่วม โดยสารเท่านั้น แต่ยังมีบริการพิเศษอื่นๆ อีก เช่น e-Payments มันกำลังก้าวไปสู่การนำเสนอที่หลากหลาย ในตลาดใหม่ ในเวียดนาม Go-Jek เชื่อมโยงกับ VietinBank เพื่อนำเสนอการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ยังได้ประกาศ "พันธมิตรเชิงกลยุทธ์" กับ DBS Group Holdings ของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน ผู้ให้สินเชื่อรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ - พร้อมที่จะเปิดตัวบริการที่คล้ายกัน

เพื่อรองรับการขยายตัว Go-Jek ได้สร้างความผูกพันให้กับนักลงทุนและหุ้นส่วน ได้มีการกล่าวถึงการระดม ทุนรอบสุดท้ายมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ลงทุนที่มีอยู่ในปัจจุบัน 3 ราย ท่ามกลางรายอื่นๆ ได้แก่ Google, Tencent Holdings และ JD.com ซึ่งตามรายงานหลายฉบับบอกว่า จะผลักดันการประเมินมูลค่าให้อยู่ที่ประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าผู้บริหาร Grab จะไม่แสดงความกังวลในเรื่องการรุกหนักของ Go-Jek “เรามีคู่แข่งในทุกประเทศที่เราดำเนินธุรกิจและมีคู่แข่งรายเล็กๆ เข้ามาตั้งแต่เราทำธุรกิจในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา และเรายังไม่เห็นสิ่งที่แตกต่างไปกับการขยายตัวของ Go-Jek” ผู้บริหารกล่าวกับผู้สื่อข่าว เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

"มันอาจเป็นเรื่องยากมากที่จะสร้างส่วนแบ่งการตลาดในการเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่โดดเด่น เช่น Grab ยกเว้นว่า ... Go-Jek ยินดีที่จะเผาเงินมากขึ้น"  Walter Theseira นักเศรษฐศาสตร์การขนส่ง จาก มหาวิทยาลัย Singapore University of Social Science กล่าว “Go-Jek ยังต้องใช้คนขับ และผู้โดยสาร จำนวนมากเพื่อให้บริการที่ยั่งยืน และมีคุณภาพสูงและไม่ชัดเจนว่าจะสามารถพัฒนาได้หากไม่ได้รับเงิน อุดหนุนจำนวนมาก”

อย่างไรก็ตาม Go-Jek กำลังมองหาทางระดมทุนเพิ่มเติม ล่าสุดมันมีมูลค่าอยู่ที่ 11 พันล้านดอลลาร์ หลังจากการลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ของ Toyota Motor เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว Go-Jek ได้วาง แผนที่จะระดมทุน 3 พันล้านดอลลาร์จากรอบการระดมทุนของ Series H แต่ขณะนี้มีรายงานว่า มี เป้าหมาย 5 พันล้านดอลลาร์ โดย Japanese-Saudi SoftBank Vision Fund กำลังพิจารณาการเพิ่มทุน 1.5 พันล้านดอลลาร์

 

Grab สร้างปราการเหล็ก

Grab ก็ดำเนินกลยุทธ์การตลาดทั้งรับและรุก ทั้งรักษาตลาดเดิมและโต้กลับหลายประการ เช่น ในสิงคโปร์ Grab เพิ่งเพิ่มบริการชื่อ GrabFamily ที่ให้ผู้บริโภคเรียกรถพร้อมที่นั่งสำหรับเด็ก โดยมีค่าธรรมเนียม เพิ่มเติม ในประเทศไทย Grab บริจาคเงินจำนวน 1 ล้านบาท(31,200 ดอลลาร์) ในการมอบทุนการศึกษา แก่บุตรหลานของคนขับ โดยหวังว่าจะเพิ่มการสรรหาคนขับใหม่และรักษาคนขับเดิม นอกจากนี้ Grab ยังวางแผนที่จะจ้างวิศวกร 1,000 คนในปี 2019 เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ปัญญา ประดิษฐ์ (AI)

การดูแลสุขภาพออนไลน์และการโอนเงิน เป็นหนึ่งในข้อเสนอใหม่ที่ Grab กล่าวว่าจะเปิดตัวในปีนี้ บริษัท ได้ประกาศแผนการที่จะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ ZhongAn Online P&C Insurance ซึ่งเป็นบริษัท ประกันภัยบนอินเตอร์เน็ตของจีนเพื่อเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้กับผู้ใช้บริการและผู้ขับขี่รถร่วมโดยสาร

เมื่อปีที่แล้ว Grab ลงทุนใน Ovo ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลของอินโดนีเซียที่พัฒนาโดยกลุ่ม บริษัทในประเทศ Lippo นอกจากนี้ยังได้ประกาศข้อตกลงกับธนาคารกสิกรไทยในการให้บริการการชำระเงินผ่านแอพในประเทศ     Grab ร่วมมือกับ Malayan Banking มาเลเซียเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว และร่วมมือกับ MOCA บริการการชำระเงินดิจิทัลของเวียดนามเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาเช่นกัน

นักลงทุนที่ลงทุนใน Grab และ Go-Jek ไม่เพียงแต่จะได้รับศักยภาพในการขยายธุรกิจบริการรถร่วม โดยสารในตลาดในภูมิภาคใหม่ที่มีอัตราเติบโตสูง แต่ด้วยแผนงานของทั้ง 2 บริษัทที่จะกลายเป็น "Super Apps" ที่นำเสนอทุกอย่างตั้งแต่การขนส่ง, บริการทางการเงิน, อีคอมเมิร์ซ, บริการ Home Delivery จะทำให้การเติบโตของทั้ง 2 ค่ายยิ่งสูงขึ้น ; รายงานจาก Cento Ventures แสดงให้เห็นว่า 83% ของเงิน จากการระดมทุนในครึ่งแรกของปี 2018 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปที่บริษัทเพียง 4 แห่ง ซึ่ง 2 แห่งคือ Grab และ Go-Jek

การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นและการกระจายการให้บริการจะต้องใช้เงินทุนมากขึ้น จะทำให้มีความ เป็นไปได้เพิ่มขึ้นที่คู่แข่งทั้งสองจะแสวงหาเงินทุนและพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มเติมในปีนี้

“การขยายตัวของเรากำลังทะยานขึ้นจริงๆ และผู้คนจำนวนมากขึ้นรู้สึกถึงประโยชน์ของ Go-jek” Nadiem Makarim, CEO ของ Go-Jek กล่าว ขณะเดียวกัน Anthony Tan, CEO Grab ก็ได้ประกาศมุมมองเชิงบวก ของเขาในโพสต์ล่าสุดใน LinkedIn ว่า   "2018 เป็นปีที่ยิ่งใหญ่ 2019 จะดีขึ้นกว่าเดิม"

Cr : NIKKEI ASIAN REVIEW

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

XXX Sex Videos ivudo.com Free Porn Free Sex böcek ilaçlama erkek kol saati
antalya escort
bodrum escort smart iptv
beylikduzu escort sirinevler escort beylikduzu escort German Free XXX Video Watch Latina Lesbian Sluts XXX Clips
awek tudung seksi tumblr tamil sexy hd video fun ponos from kenya
magnet
porno hd porno Ümraniye Evden Eve Nakliyat
diyarbakır escort izmit escort
sanny levon xnxx son fuck mom dogstyle