User :
Password :
เอส-เพียว Animal Welfare
จิรพรรณ อัญญะโพธิ์

    เอส-เพียว    Animal Welfare

        เนื้อหมู เนื้อไก่แบรนด์เอส-เพียว (S-Pure) แห่งเครือเบทาโกรที่วางขายในเอาท์ เลท ของเอ็มโพรเรี่ยม หรือเดอะมอลล์นั้น  ผู้บริโภคสามารถที่จะนำบาร์โค้ดที่ติดอยู่ทุกแพคเอส-เพียว ไปใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (e-Traceability)  โดยข้อมูลที่จะพบเกี่ยวเนื่องการผลิตตลอด Supply Chain ของเนื้อหมู เนื้อไก่แบรนด์เอส-เพียว แพคนั้นๆ ประกอบด้วยแหล่งที่มาของวัตถุดิบและกระบวนการผลิตตั้งแต่ อาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ ฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ โรงฟักไข่ ฟาร์มไก่เนื้อ หรือฟาร์มหมูขุน ไปจนถึงการแปรรูป และจัดส่งสินค้าไปยังจุดจำหน่าย
 “ e-Traceability เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ภายใต้วิสัยทัศน์ของเครือเบทาโกรที่มีความชัดเจนเรื่อง Food Safety อีกเรื่องเป็นนโยบายสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมของเครือจะไม่ทำอะไรที่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม หมายถึงคน ธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา ทั้ง 2 เรื่องเป็นนโยบายชัดเจนของเครือและทำมานาน เหนือกว่ามาตรฐานการบริหารทุกมาตรฐานที่มีอยู่ในระบบการจัดการไม่ว่าจะเป็น ISO 18000 ISO 24000 สิ่งแวดล้อม หรือมาตรฐานด้าน GMP ,HACCP เครือเบทาโกรเราถือว่าเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำที่ทุกโรงงานจะต้องทำ และต้องผ่านนี่เป็นนโยบาย เพราะฉะนั้นทุกโรงงานต้องผ่าน ISO 24000 ฟาร์มทุกฟาร์มต้องพยายามทำงานให้เข้าระบบทุกฟาร์ม....” 
 นายสัตวแพทย์นพพร วายุโชติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร ยังขยายความถึงสิ่งที่เป็นนโยบายของเครือในเรื่อง Food Safety เกี่ยวเนื่องกับสิ่งแวดล้อม ชุมชน เป็นสิ่งที่ต้องใช้คำว่า Must ! ขณะเดียวกันกฎเกณฑ์ต่างๆของกระทรวงอุตสาหกรรม และชุมชนรอบโรงงานก็ดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกเรื่อง ทั้งหมดส่งผลให้เครือเบทาโกรเองต้องมอนิเตอร์กระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเช่นกัน
 จากจุดเริ่มต้นแบรนด์เอส-เพียวมาจากโรงงานผลิตอาหารสัตว์สำหรับแบรนด์นี้โดยเฉพาะ ถูกกำหนดให้ใช้วัตถุดิบ 3 ประเภทเท่านั้นคือ ข้าวโพด มันสำปะหลัง และกากถั่วเหลือง  ที่นี่ไม่มีเรื่องน้ำเสีย แต่เรื่องฝุ่นเป็นเรื่องสำคัญที่ทางเครือได้จัดการดักฝุ่นให้ลดลงได้มากที่สุด เช่นการนำรถของบริษัทมารับจากไซโลแทนการขนเป็นกระสอบ และเมื่อไปถึงฟาร์มเกษตรกรที่เป็นฟาร์มใหญ่ จะส่งจากท่อของรถไปเก็บไว้ในไซโลของเกษตรกร หรือเป็นรายเล็กก็จะส่งเข้าเล้าหมูเลยเพื่อป้องกันฝุ่น และป้องกันเชื้อโรค
 การขนส่งเป็นอีกเรื่องหนึ่ง รถขนส่งทุกคันต้องสะอาด เครือเบทาโกรจะมีเส้นทางการเดินทางให้กับรถทุกคัน จะไปนอกพื้นที่ไม่ได้ เพราะจะมีระบบ GPS ที่กำกับ และจะเกี่ยวกับการป้องกันโรค มิฉะนั้นรถขนส่งจะนำโรคเข้าฟาร์มได้
 “เอส-เพียว เป็นหมูที่มาจากระบบ SPF Technic เป็นระบบฟาร์มปลอดเชื้อโรค  ระบบที่สำคัญของเราคือระบบ Security เป็นระบบเรือนปิด ป้องกันนก หนู แมลง ทุกอย่างคนที่เข้าไปต้องมีระบบการจัดการทำความสะอาดอย่างต่อเนื่อง  การเลี้ยงหมูปกติต้องอยู่ในระบบที่สะอาดตลอด เอส-เพียวให้ความสำคัญเรื่องนี้ หมูพวกนี้จะได้ไม่เป็นโรค และโตเร็ว ให้คุณภาพที่ดีกว่าหมูที่เลี้ยงในระบบทั่วๆ ไปที่มีสารป้องกันโรค ด้วยระบบแบบนี้เราไม่จำเป็นที่จะต้องไปใช้ยาฏิชีวนะในการดูแลป้องกันโรค  นี่เป็นเรื่องสำคัญ  เพราะบ้านเราเป็นประเทศที่มีโรคระบาดมาก การป้องกันโรคระบาดทั่วๆไปยังไม่ดีเท่าที่ควร ...”
 ระบบการเลี้ยงหมูเอส-เพียว เครือเบทาโกรเลือกใช้การเลี้ยงฟาร์มเล็ก  เพราะสามารถเข้าหมด ออกหมดทั้งชุดได้ หรือภาษาวิชาการเรียกว่า All in All out จะCleanทีเดียวทั้งเล้า หากเป็นโรคเราสามารถควบคุมได้เลย  ฟาร์มเล็กประมาณ 600-1,000 ตัว ส่วนรายใหญ่จะเลี้ยงเป็นหลายพันถึงหนึ่งหมื่นตัว  เมื่อเวลามีปัญหาจะติดกันหมด
 พร้อมกันนี้ในการชำแหละก็เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทุกวันโรงชำแหละหมูที่อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรีของเครือเบทโกร จะต้องชำแหละหมูวันละ 3,000 ตัว กระบวนการ Animal Welfare เริ่มจากหมูอยู่ในกรงที่สบายๆ เมื่อถึงจุดกำหนดรถจะวิ่งไปจอดเพื่อสเปรย์น้ำให้หมู จนกระทั่งเมื่อวิ่งตามการกำหนด GPS มาถึงที่หมายหมูจะถูกปล่อยลงจากลงเพื่อผ่อนคลาย ไม่เครียดมิฉะนั้นจะไปกระทบกับเนื้อหมู โดยใช้เวลา 6 ชั่วโมง (ส่วนไก่ใช้เวลา 2 ชั่วโมง)  โดยเจ้าหน้าที่จะเปิดเพลงให้ฟัง จนกระทั่งครบเวลา และเข้าสู่กระบวนการชำแหละ
หลังการชำแหละแล้วต้องทำให้เย็นในห้องเย็น 1 ชั่วโมง  เพื่อลดอุณหภูมิ อุณหภูมิร่างกายปกติ36 องศา ต้องลดลงมาให้ได้ 0-4  ทำการชำแหละภายใต้อุณหภูมิห้อง 12 องศา  การลดอุณหภูมิทันทีขนาดนี้แบคทีเรียจะไม่โตแล้ว เพราะฉะนั้นคุณภาพสินค้าจะเก็บไว้ได้นาน  ด้วยวิธีการในโรงงาน น่าจะถือได้ว่าเครือเบทาโกรเน้นกลยุทธ์การบริการที่เป็นเลิศ โดยนำระบบ WCM หรือ World Class Manufactory (ระบบการบริหารจัดการโรงงานที่เป็นเลิศอย่างมืออาชีพ  โดยใช้เครื่องมือการจัดการต่างๆเข้ามาช่วยเพื่อผ่านการรับรองมาตรฐานสากลระดับโลก) มาใช้ในโรงงานอาหารสัตว์
พร้อมๆกับเส้นทาง  Animal Welfare ในกระบวนการ Supply Chain ของโรงงานในเครือเบทาโกรจะต้องทำควบคู่กันไปคือเรื่องสิ่งแวดล้อม  ด้วยฐานการผลิตของ Betagro Land ซึ่งมีโรงงานของเครือจำนวนมากตั้งอยู่ในอำเภอพัฒนานิคม ดังนั้นการบำบัดของเสียจากมูลสัตว์ และน้ำเสียจากกระบวนการผลิตจึงถูกนำมาจัดการส่วนกลาง  โดยเบื้องต้นก๊าซมีเทนจากมูลสัตว์ ถูกนำไปผลิตไฟฟ้าใช้ทดแทนในโรงงาน ส่วนน้ำเสียเมื่อบำบัดแล้วใช้ทำความสะอาดในพื้นที่ รวมถึงใช้รดต้นไม้  ซึ่งในส่วนน้ำที่ได้รับการบำบัดแล้วยังมีแร่ธาตุหลายอย่างเป็นประโยชน์ต่อภาคเกษตรกรรม เครือเบทาโกรกำลังศึกษา และจะร่วมทำงานกับมหาวิทยาลัย ในการนำน้ำดังกล่าวออกไปให้เกษตรรอบโรงงานใช้กับภาคเกษตร
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เครือเบทาโกรบริหารจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อมดังที่กล่าวข้างต้น ในส่วนของ Contract Farming ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของสายการผลิตเห็นความสำคัญเรื่องนี้อย่างไร
“เราบอกว่าสิ่งที่เราให้เขาทำเป็นสิ่งที่เขาได้ประโยชน์จากการลงทุนของเขาด้วย คือเขาได้เรื่องการลดค่าใช้จ่ายลดค่าไฟฟ้า 30% สำหรับฟาร์มขนาดใหญ่ที่ทำเรื่องไฟฟ้า ส่วนฟาร์มขนาดเล็กลดค่าใช้ก๊าซในครัวเรือน  ได้ขายมูลสุกรที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น  จะไม่ถูกร้องเรียนในระบบชุมชนที่เขาอยู่ว่ามีการสร้างมลพิษ เกษตรเข้าใจในมุมนี้ได้ และเขาก็ปฏิบัติตาม แต่เขาจะไม่เข้าใจว่าจะเกิดมีเทนเท่าไหร่ โลกกำลังดูอะไรอยู่...”
นายสัตวแพทย์นพพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะที่เกษตรกรของเครือเบทาโกรได้เข้าใจในมุมสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับประโยชน์ของตัวเองแล้ว  ทางด้านผู้บริโภค เนื้อหมู เนื้อไก่แบรนด์เอส-เพียว ในตลาดพรีเมี่ยมจำนวนไม่น้อย ก็แทบจะไม่ได้สนใจ e-Traceabilityจากบาร์โค้ดบนแพคเท่าใดนัก  เช่นเดียวกับตัวแพคที่เป็น Biodegradable Packaging สามารถย่อยสลายในดินได้ ส่วนฟิล์มใสที่ปิดผลิตภัณฑ์เอาไว้ก็ย่อยสลายได้เช่นกัน
“ROI ของเรา เรายังไม่ได้วัดเป็นภาพรวม  แต่ทำเป็นจุดๆ ซึ่งมาสะท้อนกระบวนการในFood Safety ตอนนี้น่าจะสมบูรณ์ที่สุดแล้วในทุกๆจุด โลจิสติกเรา 100% ในรถมี Track Temp มาดูซิว่าอุหภูมิได้ไหม เราControlพวกนี้ได้หมด...เอส-เพียว 100% อยู่ในระบบ และเป็นที่ยอมรับจากต่างประเทศมากขึ้น   Packaging แบบเมืองไทย เราส่งฮ่องกงทุกวัน 5 วันทางเครื่องบิน ส่งจากโรงงานที่นี่ คนฮ่องกงจำนวนหนึ่งต้องการของคุณภาพดี ส่วนใหญ่มาจากอเมริกา เมื่อเราเข้าไปตอบสนองความต้องการเขา กลายเป็นของดีราคาถูก  เอส-เพียว ขายในฮ่องกงกิโลละประมาณ 500 บาท โดยประมาณ ถ้ามาจากอเมริกา 700 บาท ซื้อบ้านเราไม่ถึง 300 บาท...”
Animal Welfare ของเครือเบทาโกรจึงเป้นอีกคำตอบของ ROI

BrandAge
The Company
BrandAge Essential 2013
BrandAge Essential 2010-2012