User :
Password :
9 มงคลกุศโลบายนำเทรนด์
นาราตา ปัญญาวงษ์

9 มงคลกุศโลบายนำเทรนด์
        (เรื่อง: นาราตา ปัญญาวงษ์)
 ...ในบรรดาเลขฐานสิบตั้งแต่ 0 ถึง 9...
 เลขที่นับว่ามีอิทธิพลมากที่สุดสำหรับการดำเนินชีวิตของคนไทย ก็คือ เลข 9
 เพราะด้วยความที่เสียงอ่านของเลข 9 ที่อ่านว่า “เก้า” เกิดไปพ้องเสียงกับคำว่า “ก้าว” ที่มีความหมายในเชิงบวก อันหมายถึง การเคลื่อนที่ ซึ่งในที่นี้ถือว่าเป็นการเคลื่อนที่ไป “ข้างหน้า”
คือ การก้าวไปข้างหน้า หรือ “ความก้าวหน้า” นั่นเอง
 คนไทยจึงยึดถือเลข 9 เป็น “เลขมงคล” โดยเฉพาะกิจกรรมงานมงคลที่ต้องการสร้างขวัญ กำลังใจ สร้างความเป็นสิริมงคลให้กับการดำเนินชีวิตจึงมักมีเลข 9 เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ด้วยเสมอ
 เชื่อมโยงมาถึงเรื่องการเสริมสิริมงคงในรูปแบบของการทำบุญไหว้พระ ที่ในยุคหลังๆ กิจกรรมหนึ่งที่คนไทยนิยมทำกันมากโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน และวันสงกรานต์ ไปจนถึงเทศกาลงานบุญประจำปี ก็คือ การตระเวนไหว้พระ 9 วัด 
 ต้นสายปลายเหตุอันเป็นจุดเริ่มต้นของการ "ไหว้พระ 9 วัด" มาจากการดำเนินกิจกรรมของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้รับมอบหมายในเชิงนโยบายให้มีการเสริมสร้างความรู้แด่พระสงฆ์ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 200 รูป เดินทางไปศึกษาเที่ยวชมวัด และโบราณสถานในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มีความพร้อมในการที่จะนำมาพัฒนาต่อยอดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในอนาคต
ในเบื้องต้นมีโบราณสถานสำคัญ 9 แห่ง ถูกเลือกขึ้นเพื่อเป็นตัวอย่างในการนำเสนอกิจกรรม ได้แก่ ศาลหลักเมือง วัดใหญ่ชัยมงคล วัดพนัญเชิง วัดภูเขาทอง วัดบรมวงศ์อิศรวราราม วัดหน้าพระเมรุ วัดพุทไธศวรรย์ วัดโลกยสุธาราม วิหารพระมงคลบพิตร
 โดยให้เหตุผลถึงการใช้เลข 9 ในครั้งนั้นว่า เป็นโครงการที่เกิดขึ้นครั้งแรกในยุคสมัยของรัชกาลที่ 9 และเป็นเพราะว่าเลข 9 เป็นเลขมงคลสำหรับคนไทย
 เมื่อมีการเผยแพร่ข่าวสารออกไป ทำให้เกิดกระแสความต้องการเดินทางไหว้พระ 9 วัด ในเส้นทางที่ททท.เคยนำเสนอ กระทั่งกลายเป็นที่มาของการจัดโปรแกรมทัวร์ไหว้พระ 9 วัด ของบริษัททัวร์ท่องเที่ยวต่างๆ มากมาย
ไม่เว้นแม้แต่องค์การขนส่งมวลชน (ขสมก.) ก็มีบริการทัวร์ท่องเที่ยวโดยรถรับส่งของขสมก. ด้วยเช่นกัน
 ต่อมากิจกรรม “ไหว้พระ 9 วัด” ถูกต่อยอดไปสู่การเป็นกิจกรรมนำร่องอย่างเป็นรูปธรรมในยุคที่ภาครัฐมอบหมายให้ททท. จัดทำโครงการ “เที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกเดือน” ขึ้นมา โดยเน้นการส่งเสริมการตลาดเพื่อเป็นการกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวรอบเกาะกรุงรัตนโกสินทร์
 การไหว้พระ 9 วัด ในยุคต่อมาจึงเน้นการเดินทางไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเขตกรุงเทพมหานครเป็นหลัก
 ในเชิงการตลาด ถือว่าททท. ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีกับโครงการดังกล่าว อันเป็นผลมาจากแผนการประชาสัมพันธ์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยในทุกกลุ่มอายุ และขยายผลไปสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวในเชิงศาสนา-วัฒนธรรม มีการจัดทำเอกสารคู่มือไว้บริการนักท่องเที่ยวถึง 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย อังกฤษ และจีน
นอกจากนี้ ยังได้สร้างจุดขายเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ และบอกเล่าเป็นเรื่องราวต่อๆ กันไป ด้วยการสร้างเป็น “คติ” เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับสถานที่แต่ละแห่งด้วยการแทนความหมาย ดังนี้
 วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ให้คติในเรื่อง “แก้วแหวนเงินทองไหลมาเทมา” 
 วัดกัลยาณมิตร ให้คติในเรื่อง “เดินทางปลอดภัย มีมิตรไมตรีที่ดี”
 วัดชนะสงคราม ให้คติในเรื่อง “มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง”
 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ให้คติในเรื่อง “ร่มเย็นเป็นสุข”
 วัดระฆังโฆสิตาราม ให้คติในเรื่อง “มีคนนิยมชมชื่น”
 วัดสุทัศนเทพวราราม ให้คติในเรื่อง “มีวิสัยทัศนกว้างไกลมีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป”
 วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง)  ให้คติในเรื่อง “ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน”
 ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ให้คติในเรื่อง “ตัดเคราะห์ต่อชะตาเสริมวาสนาบารมี”
 ศาลเจ้าพ่อเสือ ให้คติในเรื่อง “เสริมอำนาจบารมี”
 เมื่อกิจกรรมนี้ได้ถูกพัฒนาต่อยอดไปในแง่ของการท่องเที่ยวมากขึ้น และเพื่อให้สอดคล้องกับชื่อกิจกรรมการไหว้พระ 9 วัด อย่างแท้จริง จึงได้มีการเปลี่ยนศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร มาเป็น วัดบวรนิเวศวิหาร และเปลี่ยนวัดสระเกศ มาแทนศาลเจ้าพ่อเสือ
โดยแทนความหมาย วัดบวรนิเวศวิหาร ให้คติในเรื่อง “พบแต่สิ่งที่ดีงามในชีวิต” และวัดสระเกศ ให้คติในเรื่อง “เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล” และเพื่อให้โครงการมีความน่าสนยิ่งขึ้นกว่าเดิม ทางททท. จึงได้เปลี่ยนชื่อกิจกรรมนี้มาเป็น “ไหว้พระขอพรเก้าพระอารามหลวง”
 ปัจจุบันการ “ไหว้พระ 9 วัด” ได้พัฒนาไปสู่การ “ไหว้ 9 ศาลเจ้าจีน” ซึ่งเป็นที่นิยมมากในช่วงเทศกาลตรุษจีน และการไหว้เพื่อการสะเดาะเคราะห์ของผู้ที่เกิดปีชงตามความเชื่อของคนจีน
“เลขโปรดของคนไทยเข้าใจตรงกันคือเลข 9 แต่คนจีนถือว่าเลข 9 เป็นเลขสำคัญเลขหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงความก้าวหน้าเหมือนอย่างไทย เลข 9 ในจีนเป็นตัวเลขสำหรับการแบ่งสรรพสิ่งต่างๆ ออกเป็น 9 ส่วน เช่น สวรรค์มี 9 ชั้น โลกมี 9 ภูมิ ตามความหมายของชาวบ้านทั่วๆ ไป เลข 9 หมายถึง ความยาวนาน ยืนนาน ยั่งยืน อายุยืน การไหว้ศาลเจ้า 9 ศาล ไม่ว่าจะวันเดียว หรือหลายวันรวมกัน จึงเป็นสิริมงคลเช่นเดียวกับการไหว้พระ 9 วัดของไทย”
เป็นอีกมุมมองหนึ่งของ คุณเนตรนภา แก้วแสงธรรม ยาเนซโกวา คอลัมนิสต์ และนักเขียนเจ้าของผลงานหนังสือ “ไหว้เทพเจ้า 9 ศาลจีนมงคล” ที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการไหว้เทพเจ้าสำคัญๆ ใน 9 ศาลเจ้าและวัดจีน โดยใจความสำคัญในหนังสือเล่มนี้สามารถกล่าวได้โดยย่อดังนี้
ในกรุงเทพฯ มีศาลเจ้า และวัดจีน เกิดขึ้นมากมายหลายแห่ง เนื่องจากคนจีนมีศรัทธาต่อเทพเจ้าหลายองค์ เทพเจ้าที่ชาวจีนนิยมกราบไหว้บูชาที่ศาลเจ้า ได้แก่ พระยูไล เจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่ทับทิม เจ้าพ่อกวนอู เจ้าพ่อเสือ เจ้าพ่อเห้งเจีย เทพโป๊ยเซียน เทพเจ้าโชคลาภ (ไฉ่สิ่งเอี๊ย) เทพเจ้าผู้กุมชะตา (ไท้ส่วยเอี๊ย)
ส่วนศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่คนไทยเชื้อสายจีนนิยมไปกราบไหว้บูชาเทพเจ้า ได้แก่ วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) ศาลเจ้าแม่กวนอิม ศาลเจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นต้น
 การไหว้เจ้าที่ศาลเจ้า สามารถไหว้ได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่นิยมที่สุดคือการไหว้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน หากไม่ใช่วันตรุษจีน มักไหว้กันในวัน “ชิวเก้า” (วัน 9 ค่ำเดือน 1 ของจีน) ถือเป็นวันเกิดของเง็กเซียนฮ่องเต้ หรือเทพแห่งสวรรค์ หรือหากไม่สะดวกก็เลือกวันไหว้ได้ตามอัธยาศัย ยกเว้นวันที่ถือเป็นวันชง (วันไม่ถูกโฉลก) ของตน
สำหรับวัดจีน และศาลเจ้าจีนยอดนิยมทั้ง 9 แห่ง ได้แก่
 “วัดมังกรกมลาวาส” (วัดเล่งเน่ยยี่) นิยมไหว้เทพเจ้าขอพรเพื่อให้ชีวิตสมบูรณ์ใน 3 ด้าน คือ ไหว้เทพเจ้าไฉ่สิ่งเอี๊ยเพื่อให้มั่งมี ไหว้ฮัวโต๋หมอเทวดาเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง และไหว้ฝากดวงชะตาประจำปีกับเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย รวมถึงการแก้ชงสำหรับคนเกิดปีชงในแต่ละปี
 “มูลนิธิเทียนฟ้า” เป็นมูลนิธิแห่งแรกของไทยที่เปิดเป็น “โรงพยาบาลเทียนฟ้า” รับรักษาผู้ป่วยโดยไม่คิดค่ารักษามากว่าร้อยปี เชื่อว่าเจ้าแม่กวนอิมที่นี่ศักดิ์สิทธิ์ทรงประทานพรแก่ผู้ป่วย และผู้ที่ไม่ได้ป่วยให้มีสุขภาพที่ดี
 “ศาลเจ้าหลีตีเบี้ยว” นิยมมาเสี่ยงเซียมซีขอยารักษาโรคจากเทพเจ้า “เซียนลื่อท่งปิน” โดยนำหมายเลขตามใบเซียมซีไปรับชุดยาหม้อ ถือเป็นการทำกุศล จะบริจาคเงินหรือไม่ หรือจำนวนเท่าไหร่ก็ได้แล้วแต่ศรัทธา
 “ศาลเจ้ากวนอู” ที่ตลาดเก่าเยาวราช ผู้มาสักการะไม่ขาดสาย ถือเป็นศาลเจ้ากวนอูในเมืองไทยที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ขอพรเพื่อให้มีหน้าที่การงานใหญ่โต มีบริวารที่ดี ซื่อสัตย์ หรือต้องการเลื่อนตำแหน่ง ชนะศัตรู
 “ศาลเจ้าเห้งเจีย” หรือศาลเจ้าไต้เซี๊ยฮุกโจ้ว (วัดสามจีน) แม้จะมีขนาดเล็กที่สุดแต่เป็นศาลเจ้าเห้งเจียที่ดังที่สุดในไทย เชื่อว่าไหว้เทพเจ้าเห้งเจียเพื่อปราบศัตรู พิชิตอุปสรรค ขจัดสิ่งชั่วร้าย ให้มีปฏิภาณไหวพริบ 
 “ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ย” เป็นที่ประทับของเซียนผู้เก่งเรื่องฮวงจุ้ย ฤกษ์ยาม คนที่เชื่อเรื่องฤกษ์ยามจึงมาสักการะเป็นสิริมงคล และให้ท่านคุ้มครองเพื่อซื้อบ้าน ที่ดิน หรือซื้อรถยนต์ใหม่ เริ่มต้นกิจการ ต่อเติมบ้าน ฯลฯ
 “ศาลเล่าปูนเถ้ากง” เทพผู้คอยดูแลทุกข์สุขเสมือนนายอำเภอที่รับแจ้งทุกเรื่องราว เชื่อว่าเมื่อได้สักการะแล้วจะมีผู้คอยดูแลทุกข์สุข และป้องกันภัยต่างๆ ไม่ให้กล้ำกราย การค้าเจริญรุ่งเรือง ครอบครัวเป็นปึกแผ่น
 “ศาลเจ้าโจวซือกง” ย่านตลาดน้อย มีเทพประธานคือ “พระโจวซือกง” พระอรหันต์ผู้เชี่ยวชาญการรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้ประชาชน ชาวจีนฮกเกี้ยนนับถือกันมาก เชื่อว่าสักการะขอพรท่านเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง
 “ศาลเจ้าพ่อเสือ” ริมถนนตะนาว เป็นศาลที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย ทหารตำรวจนิยมไหว้เสริมอำนาจบารมี ให้ได้ก้าวหน้า มีพลัง และเป็นเจ้าคนนายคน หรือไหว้เพื่อปัดเป่าสะเดาะเคราะห์
ไม่ว่าจะเป็นการกราบไหว้สักการะเพื่อเหตุผลใดก็ตาม ทั้งหมดนี้ก็เกิดขึ้นจากศรัทธา และความเชื่อมั่นเป็นหลัก และจะยังคงเป็นเช่นนี้ตลอดไป ตราบเท่าที่ผู้คนยังต้องการขวัญ กำลังใจ และความสุขด้านจิตใจ

 

 

 

 

BrandAge
The Company
BrandAge Essential 2013
BrandAge Essential 2010-2012