User :
Password :
โลแลนทวงบัลลังก์ซาลอนยกระดับแบรนด์เทียบอินเตอร์

โลแลนทวงบัลลังก์ซาลอนยกระดับแบรนด์เทียบอินเตอร์

ผลของการรุกตลาด Home Use อย่างหนักของโลแลนเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะครีมหมักผม “LOLANE” นับเป็นการสร้างแบรนด์ครั้งสำคัญที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภค หลังจากที่ก่อนหน้านี้โลแลนแจ้งเกิดในตลาดซาลอน และครองตลาดนี้อย่างเงียบๆ มานาน
กระทั่งส่งผลให้โลแลนมีส่วนแบ่งการตลาดในภาพรวมเป็นที่ 3 รองจากแพนทีน และซันซิล ในขณะที่ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมรั้งอยู่ในตำแหน่งเบอร์ 2 รองจากลอรีอัล
 “กลุ่มช่างเสริมสวยจะรับรู้ว่าเราคือ ผู้เชี่ยวชาญด้านสีผม และหมักผม แต่ที่ผ่านมาเราได้หันไปรุกตลาด Home Use ด้วยการออกครีมหมักผม และผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมอโรม่าที่สามารถทำได้เองที่บ้าน การโฟกัสตลาดครั้งนั้นทำให้เราเสียตำแหน่งในตลาดซาลอนไป เราจึงตัดสินใจกลับมารุกตลาดนี้อีกครั้ง” นายวิบูลย์ สมบูรณ์ศักดิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส.ซี.เสรีชัย บิวตี้ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม และครีมหมักผม “LOLANE” กล่าว
 คราวนี้โลแลนกรุยทางด้วย Pixxel Color Cream ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมรุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อเจาะตลาดช่างผมมืออาชีพโดยเฉพาะ หลังมองแล้วว่าเฉพาะตลาดผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมอย่างเดียวมีมูลค่าโดยรวมกว่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตลาดที่ผู้บริโภครุ่นใหม่ให้ความสนใจ โดยเฉพาะนักศึกษาและคนทำงาน เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต ทำให้เรียนรู้วิธีการเปลี่ยนสีผมด้วยตัวเอง หรืออาจจะเลือกผลิตภัณฑ์เองแล้วนำไปให้ช่างผมทำ
        ทั้งนี้ตลาดผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม แบ่งย่อยออกเป็น 3 ระดับ คือ ตลาดระดับบน มีระดับราคา 200 บาทขึ้นไป ตลาดระดับกลางหรือสแตนดาร์ด มีราคาระหว่าง 100-200 บาท และระดับอีโคโนมี่ มีราคาต่ำกว่า 100 บาท ซึ่งเป็นตลาดที่มีการตอบรับที่ดีในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวน
โลแลนวางตำแหน่ง Pixxel Color Cream ไว้ที่กลุ่มหลังสุด โดยตั้งราคาอยู่ที่ 50-60 บาท แต่ชูจุดเด่นประสิทธิภาพในการให้เฉดสีที่ตรงตามแคตตาล็อก โดยเจาะตลาดช่างผมซึ่งมีอิทธิพลในการบอกต่อหรือถ่ายทอดความเชื่อในการดูแลเส้นผมไปสู่ลูกค้า ซึ่งปัจจุบัน บ้านเรามีร้านทำผมหรือร้านซาลอนไม่ต่ำกว่า 5,000-6,000 แห่ง      
การที่โลแลนเลือกที่จะรุกตลาดซาลอนครั้งใหม่ด้วยครีมเปลี่ยนสีผมเป็นสินค้าแรก มาจากเหตุผลสำคัญว่า ช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สีย้อมผมกว่า 60% เป็นช่องทางซาลอน โดยมีทั้งร้านซาลอน และร้านจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสวยประเภทยี่ปั๊วที่มีกว่า 400 ร้านค้า ซึ่งจะจำหน่ายทั้งขายส่งให้กับร้านเสริมสวย และขายปลีกให้กับผู้บริโภคทั่วไปที่นิยมทำสีผมเอง ขณะที่อีก 40% เป็นช่องทางจำหน่ายสู่ผู้บริโภคทั่วไป โดยแบ่งเป็นช่องทางโมเดิร์นเทรด 25% ร้านโชวห่วย มินิสโตร์ 75%
จะเห็นได้ว่าสุดท้ายแล้วช่องทางร้านซาลอนยังมีอิทธิพลค่อนข้างมากในตลาดผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมอยู่วันยังค่ำ ทั้งในส่วนของการเป็นช่องทางจำหน่ายและตัวช่างผมที่จะช่วยสื่อสารไปสู่ผู้บริโภค
จุดนี้เองโลแลนจึงวางกลยุทธ์ไปกับการจัดกิจกรรมฝึกอบรมช่างผม ไม่เพียงแต่หวังยกระดับแบรนด์เทียบชั้นแบรนด์นอกเท่านั้น แต่เท่ากับเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับร้านซาลอนและช่างผมต่างๆ  ด้วย โดยล่าสุดมีการจัดงาน “LOLANE Professional Hair Show & Exhibition 2010” เพื่อลอนช์ผลิตภัณฑ์ Pixxel Color Cream และจัดเวิร์คชอปให้กับบรรดาช่างผม เกี่ยวกับเทรนด์ผม จากช่างผมชื่อดังระดับโลกที่จะมาถ่ายทอดความรู้และเทคนิคพิเศษมากมาย ทั้งการทำสีผม เกล้าผม หรือการตัดซอย
การอบรมช่างผมครั้งนี้ โลแลนเน้นหนักไปที่ช่างผมจากซาลอนระดับ C และ D เพราะมีสัดส่วนมากถึง 80% ของร้านเสริมสวยทั้งหมด
“ตอนนี้ร้านเสริมสวยเริ่มอิ่มตัวแล้ว บางซอยมีร้านมากกว่า เซเว่น-อีเลฟเว่นด้วยซ้ำ ซึ่งซาลอนระดับ C และ D มักแข่งขันเรื่องราคามากกว่าคุณภาพ เราจึงเน้นกิจกรรมในรูปแบบดังกล่าวเพื่อยกระดับช่างผมของร้านซาลอนเหล่านี้ ให้ความรู้และแนะนำผลิตภัณฑ์ของโลแลนเพื่อให้ช่างผมนำไปใช้และแนะนำต่อไปสู่ผู้บริโภค โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกความต้องการของตลาด เราพยายามบอกให้เขารู้ว่ามันหมุดยุคของการแข่งขันลดราคา ต้องแข่งด้วยฝีมือ แล้วลูกค้าจะกลับมาหาเอง ไม่ใช้กลับมาด้วยราคา”
ทั้งนี้บริษัทหันมาทุ่มงบทำตลาดซาลอนขึ้นเป็น 50% จากเดิม 30% นับเป็นตัวเลขที่กลับมาเท่ากับงบตลาดในฝั่ง Home Use จากมูลค่าการตลาดทั้งหมด 120 ล้านบาท
“เราหวังว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ และการจัดอีเวนท์อย่างต่อเนื่องจะทำให้เรากลับมาเป็นที่หนึ่งในตลาดซาลอนโดยเฉพาะระดับ C และ D ที่เป็นตลาดใหญ่ในประเทศภายในปี 2554”
คุณวิบูลย์ กล่าวถึง  แผนการทำตลาดในปีหน้าว่า บริษัทจะมุ่งเน้นหาความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น โดยจะโฟกัสไปที่กลุ่มวัยรุ่น เพราะเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มบริโภคในกลุ่มครีมย้อมสีผมมากขึ้น
“เราคงจะดูว่าจะมีกลยุทธ์ที่จะเข้าไปจับกลุ่มนี้ได้อย่างไร โดยอาศัยผลจากรีเสิร์ชที่เราทำเป็นหลัก ซึ่งจะครอบคลุมในเรื่องของการรีแพ็กเกจจิ้งด้วย นอกจากนี้ เรายังมีแผนเปิดตัวสินค้าอีกไม่ต่ำกว่า 10 เอสเคยู  ประกอบกับจัดอีเวนท์ เป็นการ Educate ตลาดทั้งในส่วนซาลอน และโรงเรียนเสริมสวย เพื่อให้เกิดการทดลองใช้ สำหรับยอดขายในปีนี้คาดว่าจะทำรายได้ 900 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายในประเทศ 85% และส่งออกอีก 15% ใน 30 ประเทศ โดยมีตลาดหลักอยู่ในแถบอินโดจีน” คุณวิบูลย์ ทิ้งท้าย
ทั้งนี้ โลแลนมีสินค้าในไลน์การผลิตมากกว่า 25 ชนิด ครอบคลุมผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมทุกประเภท แบ่งสินค้าออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ กลุ่ม Hair Clean & Care หรือผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงและดูแลสุขภาพผม อาทิ แชมพู, ครีมหมักผม, เซรั่ม, กลุ่ม Hair Transformer หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์เปลี่ยนโครงสร้างผม อาทิ ครีมเปลี่ยนสีผม, ครีมยืดผม, น้ำยาดัดผม และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่ม Styling ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม อาทิ เจล สเปรย์ และแฮร์สเปรย์ เป็นต้น

ล้อมกรอบ
  ตลาดผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมมีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็น
- กลุ่มคลีนแอนด์แคร์ ซึ่งประกอบด้วย แชมพูและครีมนวด คิดเป็นสัดส่วนกว่า 40%
- กลุ่มทรานฟอร์เมอร์ ได้แก่ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม ย้อม ยืด ดัด มีสัดส่วนกว่า 35%
- กลุ่มผลิตภัณฑ์สไตลิ่งหรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม 25%
 
 SMS
 การเปิดตัวครีมหมักผมโลแลนเพื่อรุกตลาด Home Use เมื่อ 4 ปีก่อน ทำให้โลแลนเสียแชมป์ในตลาดซาลอน วันนี้จึงกลับมาทวงบัลลังก์ ด้วยการลอนช์สินค้าใหม่ Pixxel Color Cream ครีมเปลี่ยนสีผมเจาะตลาดร้านเสริมสวยระดับ C และ D ซึ่งเป็นรากฐานที่ใหญ่ในประเทศ พร้อมอัดอีเวนท์ยกระดับแบรนด์เทียบชั้นอินเตอร์ หวังขึ้นเบอร์ 1 อีกครั้งภายในปีหน้า
 
 
 


BrandAge
The Company
BrandAge Essential 2013
BrandAge Essential 2010-2012