User :
Password :
ซันซิล-แฟซ่า

          การปรับตำแหน่งลงมาเล่นตลาดแมสของรีจอยส์ด้วยคอนเซ็ปต์คุ้มค่าคุ้มราคา ส่งผลให้ผู้นำอย่างซันซิลและแฟซ่าต้องควานหาสารพัดวิธีมาสกัดความแรงของลูกหม้อแห่งค่ายพีแอนด์จีให้ได้ ไม่เช่นนั้นส่วนแบ่งตลาดที่ว่าแน่ๆ อาจจะหดหายแบบไม่รู้ตัว

 
สกัดความแรงรีจอยส์

พฤติกรรม Value for Money ของผู้บริโภคชาวไทยที่เกิดขึ้นหลัง วิกฤตเศรษฐกิจ ส่งผลด้านบวกกับตลาดแชมพูในตลาดแมสอย่างมาก โดยเฉพาะกับรีจอยส์ที่ปรับตำแหน่งลงมาเล่นในตลาดนี้ด้วยจุดขายของความเป็นแชมพูในนวัตกรรมใหม่ที่คุ้มค่าคุ้มราคา สามารถทำส่วนแบ่งการตลาดได้เพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวจาก 3% เป็น 7.5% และทำให้ส่วนแบ่งตลาดที่เป็น Corporate Share ของพีแอนด์จี เพิ่มขึ้นจาก 28% เป็น 30% ถือเป็นปีแห่งความสำเร็จอีกครั้งของ พีแอนด์จี ในตลาดแฮร์แคร์ ที่มีกระแสการแข่งขัน ค่อนข้างรุนแรง

พีแอนด์จี มีการปรับรีจอยส์มาตลอดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ โดยวางรีจอยส์เป็นสินค้าที่มี Value for Money เริ่มจากการวางรีจอยส์คอมพลีท เป็นแชมพูสำหรับครอบครัวที่มีความคุ้มค่าเงิน หลังจากนั้นก็มีการส่งรีจอยส์ที่เป็น 3 in 1 แชมพูผสมครีมนวดและครีมหมักผม ลงตลาดและทำการตลาดอย่างหนักตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกับสูตรซิลกี้ แบล็ค หรือแชมพูสำหรับผมดำ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดบ้านเรา

การทำตลาดในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่รีจอยส์จะมีการปรับตำแหน่งเป็นแชมพูสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ที่ขายความคุ้มค่าแทนการเป็นแชมพูผสมครีมนวดเท่านั้น รีจอยส์ยังหันมาเล่นในเรื่องของ Sizing วางขนาด 100 มล. ในราคาเพียง 20 บาท พร้อมผลักดันการขายผ่านร้าน Traditional Trade หรือร้านค้าในรูปแบบเดิมซึ่งถือเป็นช่องทางการขายที่ใกล้ชิดกับผู้บริโภคระดับแมสทั่วประเทศและเป็นช่องทางหลักสำหรับแชมพูในขนาดดังกล่าว

ความสำเร็จของรีจอยส์ส่วนหนึ่งเกิดจากการหันมาเล่น Sizing ในราคาที่ไม่แพงทั้งๆ ที่ก่อนหน้ารีจอยส์ถือเป็นแชมพูที่มีราคาใกล้เคียงกับแชมพูในระดับพรีเมียม การหันมาเล่นราคา 20 บาท สามารถเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคหันมาทดลองใช้สินค้าได้ เนื่องจากราคาไม่แพงนัก จุดดังกล่าวส่งผลในด้านปริมาณการขายอย่างมากจนทำให้ส่วนแบ่งตลาดของรีจอยส์เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดและกลับมายืนที่ 7.5% หลังจากที่รีจอยส์ต้องเสียส่วนแบ่งตลาดไปให้กับคู่แข่งในช่วงที่ผ่านมา

รีจอยส์สามารถเสียบเข้าไปในช่องว่างของตลาดแชมพูระดับแมสด้วยจุดขายของความเป็นสินค้าที่มี Value for Money ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่มาแรงอย่างมากในตลาดสินค้าคอนซูเมอร์ โดยในตลาดแชมพูระดับแมสนี้ แฟซ่า เป็นรายแรกที่เข้ามาเปิดตลาดด้วยจุดขายดังกล่าว

ย้อนหลังไปเมื่อ 1 - 2 ปีที่แล้ว แฟซ่า มีการ Refresh Brand ใหม่ โดยวางสินค้าเป็นแชมพูของครอบครัวที่ขายในเรื่องของความคุ้มค่า การปรับยุทธศาสตร์ของแฟซ่าในครั้งนั้น มีการปรับภาพพจน์ของสินค้า มาสู่การเป็นแชมพูของครอบครัวยุคใหม่ โดยมีจุดแข็งของการเป็นแชมพูที่มาจากสารสกัดจากธรรมชาติที่มีสูตรหลากหลายทั้งแชมพูว่านหางจระเข้ แชมพูผสมน้ำผึ้งและแชมพูเพื่อผมดำที่สกัดจากดอกอัญชัน ซึ่งถือเป็นสูตรที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

แฟซ่า ใช้เงินในการทำการตลาดค่อนข้างมาก ในปีที่แล้วใช้งบไป 150 ล้านบาท มีการตลาดครบสูตรทั้งโฆษณาและส่งเสริมการขายชิงโชคเงินล้าน ส่วนในปีนี้มีการเพิ่มงบการตลาดเป็น 200 ล้านบาท เพื่อต่อเนื่องการทำการตลาด ผลจากการทุ่มทำการตลาดทั้งหมดไปที่แฟซ่า ทำให้ในปีที่ผ่านมา แฟซ่าสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของตัวเองเป็น 9% จากที่มีอยู่ 6% ในปีก่อนหน้า

ส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นเป็นการดึงมาจากซันซิล ทำให้ซันซิลต้องออกมาเปิดเกมโต้ด้วยการเปิดตัวซันซิลแบล็คชายน์สูตรสาหร่ายทะเล แชมพูเพื่อ ผมดำตัวใหม่ที่ซันซิลมีการบลั๊ฟฟ์กลับว่า เป็นแชมพูที่ให้ประสิทธิภาพมากกว่าแชมพูผมดำทั่วๆ ไป (ทั้งแฟซ่าและรีจอยส์) ถึง 40% ซึ่งถือเป็นการทำตลาดสไตล์ผู้นำที่เมื่อเสียส่วนแบ่งไปให้กับคู่แข่งจะออกมาโต้กลับทันที อย่างไรก็ตาม นั่นคือเกมการแข่งขันในช่วงแรกเท่านั้น ความดุเดือด ที่จะตามออกมายังมีอีกมากโดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่ทั้งแฟซ่าและซันซิลจะมีการรีลอนช์แชมพูสูตรใหม่ลงตลาดเพื่อสร้างกระแสความสดใหม่ให้กับ Brand ในส่วนของซันซิลจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง ส่วนของแฟซ่าคาดว่าจะยังคงยืนอยู่บนจุดแข็งของตัวเอง นั่นคือ การออกแชมพูที่เป็นสูตรสาร

สกัดจากธรรมชาติที่คาดว่าจะมีการเพิ่มมอยซ์เจอไรซิ่งที่กำลังเป็นกระแสในตลาดแชมพูเข้าไปเพื่อเพิ่ม Value ให้กับตัวสินค้า ซึ่งคงทำให้รีจอยส์หยุดนิ่งไม่ได้ เพราะถ้านิ่งจะโดนกระแสของทั้ง 2 Brand ที่เรียงหน้ามาสกัดความแรงของรีจอยส์กลบทันที

 
ครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้งของตลาดแชมพูระดับแมสที่ก่อนหน้าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ผู้เล่นในตลาดนี้ไม่เคยมีการนำในเรื่องของ Value for Money มาเล่นเป็นจุดขายสำคัญ แชมพูแมสซึ่งเป็นเซ็กเม้นต์ที่ใหญ่ที่มีความคึกคักมากที่สุดในอดีต ส่วนมากมักจะนิยมเล่นในเรื่องของสูตร โปรโมชั่น และ ราคาเป็นหลัก และเมื่อตลาดแชมพูเข้าสู่ยุคของการเบ่งบานของแชมพูพรีเมียมหลังจากที่แพนทีนเข้ามาเปิดตลาดในปี 2537 โฟกัสของตลาดก็ย้ายมาที่การแข่งขันกันออกนวัตกรรมใหม่ๆ ในตลาดบิวตี้แชมพูที่เป็นพรีเมียม แม้แต่ยูนิลีเวอร์ที่เป็นเจ้าตลาดอยู่ก็ยังพยายามปรับภาพลักษณ์ของซันซิลขึ้นมาประกบแพนทีน หลังจากไม่ประสบความสำเร็จจากการออกออร์แกนิกส์ ต่อเมื่อแฟซ่าประสบความสำเร็จจากจุดขายในเรื่องของ Value for Money ตลาดแชมพูแมสจึงกลับมามีสีสันในเรื่องของการแข่งขันอีกครั้ง

แต่ในครั้งนี้ เกมเริ่มพลิก เพราะผู้นำที่เคยยึดตลาดแบบเบ็ดเสร็จอย่างซันซิล เริ่มโดนตอดแชร์จากคู่แข่งที่ดาหน้ากันมาเปิดจุดขายนี้ด้วยนวัตกรรมที่ไม่เป็นรอง

งานนี้ซันซิลอยู่นิ่งไม่ได้แล้ว... 

BrandAge
The Company
BrandAge Essential 2013
BrandAge Essential 2010-2012