User :
Password :
Lycra Has It, Cotton USA Brand Endorsement Strategy

            Intel inside คือ Brand ที่สร้างโดยบริษัทอินเทล ผู้นำในโลกของโปรเซสเซอร์ อันเป็นสมองของคอมพิวเตอร์ เครื่องหมาย Intel inside เป็นเครื่องหมายประกันว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีเครื่องหมายนี้อยู่ใช้โปรเซสเซอร์ของอินเทล และคอมพิวเตอร์ Brand นั้นๆ อินเทลได้เข้าไปมีส่วนให้การดูแลในเรื่องกระบวนการในการติดตั้งโปรเซสเซอร์ที่ได้มาตรฐานอินเทล เป็นของแท้และใหม่จากโรงงานอินเทล

            ด้วย Brand นี้ ส่งผลดีต่อการตัดสินใจซื้อคอมพิวเตอร์ของผู้บริโภค เพราะเมื่อผู้บริโภคเห็น Intel inside ก็เกิดความมั่นใจในการซื้อคอมพิวเตอร์ Btand นั้นๆ ซึ่งในตลาดโลกมีคอมพิวเตอร์หลายสิบ Brand ที่ได้เครื่องหมาย Intel inside เครื่องหมายนี้ยังส่งผลดีต่ออินเทลในด้านการสร้าง Brand ของ Intel ให้มีความแข็งแกร่งมากด้วย

            ในกลุ่มเสื้อผ้าก็มีการสร้าง Brand ในลักษณะของ Intel inside เช่นกัน คือ Lycra Has It ซึ่งเป็น Brand ของเส้นใยของบริษัท Invista เป็นเส้นใยสังเคราะห์ที่วิจัยและพัฒนาโดยบริษัทดูปองท์ เส้นใยไลคร่า เป็นเส้นใยที่มีความยืดหยุ่นตัวสูง เบา และทนทาน ซึ่งทำให้เสื้อผ้าที่มีเส้นใยไลคร่าผสมอยู่ใส่สบาย มีความยืดหยุ่นกระชับตัว เส้นใยไลคร่าจึงเหมาะสมกับเสื้อผ้าหลายชนิด เช่น ชุดกีฬา ชุดชั้นใน ตลอดจนถึงเสื้อผ้าชุดทำงาน และชุดลำลอง

            อีก Brand หนึ่งคือ Cotton USA เป็น Brand ของ Cotton Council International อันเป็นองค์กรของผู้ผลิตฝ้ายสหรัฐอเมริกา Cotton USA สร้างขึ้นเพื่อยืนยันว่า เสื้อผ้าที่มีเครื่องหมายนี้ติดอยู่ เป็นผ้าฝ้ายแท้ 100% และอย่างน้อย 50% เป็นฝ้ายจากอเมริกาอันเป็นฝ้ายที่ดีที่สุดในโลก

            คุณไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทนประเทศไทยของ Cotton Council International กล่าวว่า

            ปี 1956 ก่อตั้ง Cotton Council International ของอเมริกา ซึ่งเกิดจากอุตสาหกรรมการปลูกฝ้าย และอุตสาหกรรมการผลิตฝ้ายในอเมริกามาร่วมกันก่อตั้ง Cotton Council International ฝ้ายที่อเมริกาในสมัยนั้นเป็นการผลิตเพื่อบริโภคในประเทศ 80% อีก 20% ส่งออก และต่อมาการส่งออกก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันการส่งออกมีสัดส่วนถึงประมาณ 80% และที่ผลิตเพื่อใช้ในประเทศกลับมีสัดส่วนเพียง 20%

            อเมริกาเป็นผู้ปลูกฝ้ายอันดับสองของโลกรองจากจีน แต่เป็นผู้ส่งออกฝ้ายอันดับหนึ่งของโลก

            ในตลาดโลก ฝ้ายอเมริกาจะแพงกว่าฝ้ายจากที่อื่น และต้องแข่งขันกับกลุ่มใยสังเคราะห์มาก จึงได้มีการศึกษากันว่าจะสร้างมูลค่าาเพิ่มให้กับฝ้ายของอเมริกาได้อย่างไร เรามีการทำวิจัยตลาดพบว่า ผู้บริโภคชอบที่จะใช้ฝ้าย แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นฝ้ายแท้หรือเปล่า

            เราจึงทำเครื่องหมายนี้ออกมา Cotton USA เพื่อติดที่ตัวสินค้าให้รู้ว่าเป็นคอตตอน 100% อย่างน้อยๆ 50% เป็นยูเอสคอตต้อน ตราจึงออกมาเป็น Cotton USA สินค้าที่จะติดตรานี้ก็ต้องเป็นสินค้าที่มีคอตตอน 100% สินค้าเป็นยูเอสคอตตอนอย่างน้อย 50% จึงจะได้ตรา Cotton USA

            โลโก้นี้ออกมาปี 1989

            ในไทยการทำการตลาด Cotton USA เริ่มปี 1996 เพราะเมืองไทยเป็นตลาดฝ้ายที่กำลังโต ความนิยมในการใช้คอตตอน (ผ้าฝ้าย) เพิ่มขึ้นทุกปี มีการนำเข้าฝ้ายจากอเมริกาเพิ่มขึ้นทุกปี

            ในการทำการตลาดเครื่องหมาย Cotton USA ในไทย จะทำกับผู้บริโภค และทำกับโรงงานผู้ผลิตผ้าฝ้ายหรือ Trade Program

            คุณไกรภพกล่าวว่า ด้านคอนซูเมอร์เราต้องไปหาพาร์ทเนอร์ที่เป็นผู้ผลิตอยู่แล้วที่ผลิตเสื้อผ้าที่มียี่ห้ออยู่ในตลาด เราไปจับมือกับ Brand ต่างๆและต่อมาทำรายการออกทางไอทีวี ให้คุณคาร่า พลสิทธิ์ ทำรายการเกี่ยวกับฝ้ายว่าข้อดีของฝ้ายเป็นอย่างไร คุณสมบัติเป็นอย่างไร ตอนนั้นคนเริ่มรู้จัก Cotton USA แล้ว แต่เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ งบประมาณทุกอย่างก็โดนตัด แต่เราก็ยังมีกิจกรรมการตลาดกับ Licensee เราทำ Event ร่วมกับเขาไปเรื่อยๆ อยู่

ปี 2000 Cotton USA เริ่มทำการตลาดเชิงรุกในไทยอีกครั้ง

เราเน้นความเป็น Premium Brand เราเข้าไปร่วมกับ Brand ระดับบีบวกขึ้นไป เราสนับสนุน Brand เหล่านี้  

การสนับสนุนของเราต่อ Brand เหล่านี้คือ เราสปอนเซอร์กิจกรรมการตลาดต่างๆที่เขาทำ เพราะ Licensee จะรู้จักลูกค้าเป้าหมายของเขาได้ดีที่สุด เช่น การจัดแฟชั่นโชว์ สนับสนุนค่าบิลบอร์ดส่วนหนึ่ง เช่นของจ๊อกกี้ เราจะสนับสนุนแต่ละไอเดีย เพื่อให้กลับไปเล่ากับชาวนาได้ เพราะเขาเป็นเจ้าของเงิน

อีกด้านหนึ่งเราทำกิจกรรมเพื่อสร้าง Brand ของตัวเองและทุก Licensee เข้ามาร่วมด้วย มีแฟชั่นโชว์ มีโชว์ของที่เวิลด์เทรด

ฟิลิปปินส์เขาทำหนักมาก เพราะ Brand เขาเยอะ Mark Awareness เขา 90% คนเป็นป้ายแล้วรู้ทันทีว่าป้ายคืออะไร ของไทยอยู่ที่ประมาณ 20% วัดผลปีที่แล้ว น้อยมาก เราอ่อนที่สุดในทั้งหมดแต่เรากำลังโตอย่างต่อเนื่อง

เรายังต้องรุกต่อเนื่องในด้านการให้ความรู้ผู้บริโภคเกี่ยวกับยูเอสคอตต้อน และ Cotton USA เมื่อไม่นานมานี้ เราเคยทำร่วมกับนิตยสารแพรว เอาฝ้ายดิบจากยูเอสมาส่งให้แพรว แพรวให้ดีไซเนอร์ 7 คน ดีไซน์คนละสองชุด ผ้าเราทอในไทย ดีไซน์ในไทย ตัดเย็บในไทย ใช้ฝ้ายจากยูเอส ให้ซอนย่า คูลิ่ง เป็นนางแบบไปถ่ายแบบที่ไร่ฝ้ายในอเมริกา มีการสัมภาษณ์ผู้บริหารสภาฝ้ายที่โน่น สัมภาษณ์ชาวนาเรื่องการปลูกคอตตอน แพรวทำทั้งหมด 52 หน้า เราเคยทำรายการทีวี 12 ตอนให้ดารามาพูดถึงว่าทำไมถึงชอบใส่คอตตอน รายการชื่อ แค่อยากจะรู้ ยาวครึ่งชั่วโมง เรามีโฆษณาลงนิตยสารต่อเนื่องสองเดือน มีลีฟเล็ท โบรชัวร์

Licensee เราก็ทำโบรชัวร์ให้ความรู้ผู้บริโภคเช่นกันว่าทำไมคอตตอนดีกว่า

คู่แข่งเราคือโพลีเอสเตอร์ ในอเมริกาโพลีเอสเตอร์บุกตลาดหนักมาก ทำให้ชาวนาในอเมริกากังวลมาก

โปรแกรมการรุกตลาดในไทยกำลังเพิ่มขึ้น ทางอเมริกาก็เห็นความสำคัญของตลาดเมืองไทย งบการตลาดก็ให้เพิ่มขึ้นอีก เราอยู่ในตลาดพรีเมียม นิช มาร์เก็ตแล้ว

สำหรับการทำการตลาดกับกลุ่มอุตสาหกรรม หรือ Trade Program คุณไกรภพกล่าวว่า

เรามีกิจกรรมกับเทรดเยอะมาก คืออุตสาหกรรมสิ่งทอไทยทั้งหมด เรามีบริการหลังการขายของรัฐบาลสหรัฐ กับชาวนาสหรัฐ เรามีการให้ความรู้ที่ทันสมัย เช่น เทรนด์ของฝ้ายจะเป็นอย่างไร ราคาจะเป็นอย่างไร เทคโนโลยีที่มีเป็นอย่างไร พัฒนาการเป็นอย่างไร และรับฟังว่าโรงงานไทยมีปัญหาอะไรบ้างที่เกี่ยวกับฝ้ายยูเอสเพื่อจะได้แก้ไขให้ถูกต้อง รวมทั้งการเชิญตัวแทนโรงงานในไทยไปร่วมสัมมนาที่อเมริกา เกี่ยวกับเทคนิค วิทยาการเกี่ยวกับฝ้าย เรื่องของเครื่อง เรื่องของฝ้าย เรื่องของเทรนด์ เรื่องของการตลาด

สำหรับ Lycra ที่เป็นเทคโนโลยีของดูปองท์ ปัจจุบันเป็นของบริษัท Invista ได้เริ่มสร้าง Brand เครื่องหมาย Lycra Has It และ Launch  ในเดือนกุมภาพันธ์ 2003 ก่อนหน้านั้นมีการใช้เครื่องหมาย Lycra พร้อมสโลแกนว่า “Enjoy the Difference” เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 1999 ในปีนี้เป็นครั้งแรกที่ไลคร่าขยายตลาดจากผู้หญิงไปจับกลุ่มผู้ชายและเด็ก

ดูปองท์เริ่มวิจัยและพัฒนาเส้นใยไลคร่าตั้งแต่ปี 1958 ประสบความสำเร็จในปี 1960 และเริ่มทำตลาดกับเสื้อผ้า Brand ต่างๆรวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นในกลุ่มสิ่งทอตั้งแต่ปี 1962

ไลคร่าเป็นเส้นใยที่มีประสิทธิภาพสูงมากในเรื่องความยืดหยุ่นมากที่สุดและเบาสบายที่สุด สามารถใช้กับเสื้อผ้าทุกประเภทรวมทั้งผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่นเช่น ใช้ในเครื่องนอน หมอน ผ้าห่ม

ในปี 1994 ไลคร่าออกโลโก้ใหม่ตามมาด้วยการสร้างแคมเปญ “Enjoy the Difference” เป็นแคมเปญระดับโลกในปี 1999 และต้นปี 2003 ก็เริ่มแคมเปญ Lycra Has It แคมเปญนี้สร้างขึ้นเพื่อสื่อให้เห็นถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูงเกี่ยวกับเส้นใยที่อยู่เบื้องหลัง Brand เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคเป้าหมายทุกกลุ่มว่าเสื้อผ้า Brand ที่มีเครื่องหมาย Lycra Has It รับประกันได้ว่าใช้เส้นใยไลคร่า

อินวิสต้าได้ใช้งบประมาณสูงถึง 200 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการทำการตลาดแคมเปญ Lycra Has Itทท

m ทั่วโลกในช่วงเวลา 3 ปี

            ในไทยเราจะได้เห็นโฆษณาเครื่องหมาย Lycra Has It ทางนิตยสาร และภาพยนตร์โฆษณาบนสถานีรถไฟฟ้าที่มีต่อเนื่อง

            Lycra Has It และ Cotton USA คือตัวอย่างของการสร้าง Brand สำหรับผลิตภัณฑ์สิ่งทอสู่ความสำเร็จ และน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยในส่วนการสร้างวัตถุดิบสำหรับผลิตผ้าอย่างเช่นไหม หรืออื่นๆ เพื่อนำไปสู่ความเป็นเมืองแฟชั่นอย่างสมบูรณ์แบบ

BrandAge
The Company
BrandAge Essential 2013
BrandAge Essential 2010-2012