User :
Password :
The 51 Moral Victory(2)

18. Giffarine

กองทุนมงคลปิยะสุพรรณกัลยา

 

นับเป็นระยะเวลากว่า 12 ปี ที่ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ธุรกิจขายตรงของคนไทยได้ก่อตั้งขึ้น พร้อมกับแนวคิดที่จะเชิญคนไทยมาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ และสร้างเครือข่ายผู้บริโภคสินค้า ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐานสากลกว่า 2,000 รายการ ทำให้ปัจจุบัน บริษัทฯ มีสมาชิกกว่า 4,700,000 คน และมีผลประกอบการตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจกว่า 27,000 ล้านบาท

ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ของ พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ ที่พร้อมจะตอบแทนสังคม เมื่อบริษัท มีความเติบโต มั่นคง และมีผลกำไร กิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมจึงถือกำเนิดขึ้น นับแต่ปี 2539 เป็นต้นมา

กองทุนมงคลปิยะสุพรรณกัลยา ได้การมอบทุนการศึกษาแบบให้เปล่าแก่เด็กกำพร้า ให้ได้เล่าเรียนสูงสุดตามความสามารถ นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 12 ปี ที่กองทุนฯ ได้สนับสนุนทุนการศึกษาแบบต่อเนื่องให้แก่นักเรียนผู้ด้อยโอกาสเป็นจำนวนเงินรวมถึง 19 ล้านบาท

วัตถุประสงค์ เพื่อให้โอกาสทางด้านการศึกษาให้แก่เด็กกำพร้า ให้ได้เล่าเรียนสูงสุดตามความสามารถ และเพื่อตอบแทนสังคม ด้วยการสนับสนุนด้านการศึกษาแก่อนาคตของชาติ

ปัจจุบัน กองทุนฯ มีนักเรียนอยู่ในความดูแล 60-100 คน และมีนักเรียนส่วนหนึ่งที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ได้ประกอบอาชีพสุจริต สร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ยังความภาคภูมิใจสูงสุดมาสู่กองทุนฯ ในฐานะที่มีส่วนมอบอนาคตที่ดีให้แก่เยาวชนของชาติ

อนุรักษ์ช้างไทย กิฟฟารีน ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุ์ช้างไทย เนื่องจาก เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน อีกทั้งในปัจจุบัน จำนวนช้างลดลงเรื่อยๆ หรือหากมีการอนุรักษ์ ก็มีค่าใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะค่าอาหาร บริษัทจึงได้มอบทุนค่าอาหารช้างให้แก่สถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง เป็นจำนวน

80,000 บาท ต่อเดือน นับตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน บริษัทได้มอบเงินทั้งสิ้น 10,000,000 บาท

โครงการอนุรักษ์ช้างไทย จัดตั้งเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ช้างไทย และแบ่งเบาภาระค่าอาหารของช้าง จากองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร

กิฟฟารีน ภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ช้างไทยให้อยู่เคียงคู่เมืองไทยตราบนานเท่านาน

 

19. HONDA

ขับขี่ปลอดภัย

 

เกิดขึ้นครั้งแรก ในช่วงปี 1989 – 1996 จากการก่อตั้งโครงการเมืองไทยปลอดภัย” (Safety Thailand) และก่อสร้างศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัย สำโรง สมุทรปราการในขั้นแรก โดยนำเอาองค์ความรู้ และหลักสูตรทั้งหมดจากประเทศญี่ปุ่นมาปรับปรุงแก้ไขให้เข้ากับเมืองไทย

กิจกรรมขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ช่วงที่ 2 เริ่มต้นในช่วงปี 1997-1999 ได้ออกแบบสอบถามเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการใช้รถจักรยานยนต์ทั่วประเทศจำนวนกว่า 4,000 ฉบับ มาวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับกรมตำรวจ และกรมการขนส่งทางบกก่อนนำมาจัดทำหลักสูตรเพื่อการป้องกัน และหลีกเลี่ยงอุบัติภัยที่เกิดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์บนท้องถนนภายใต้โครงการ Safety Thailand 2nd Stage

อีกทั้งยังได้นำเอาเครื่องขับขี่จำลอง (Riding Simulator) 2 เครื่องแรกของโลกที่นำออกมาใช้นอกประเทศญี่ปุ่น มาประจำการอยู่ที่เมืองไทย ต่อมาเอพี.ฮอนด้าได้จัดทำโครงการร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก กระทรวง

คมนาคม จัดทำหลักสูตรขับขี่ปลอดภัยที่ใช้สำหรับฝึกอบรมแก่ผู้ที่มาขอทำใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ตามกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่ได้ประกาศใช้ ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่มาขอสอบรับใบอนุญาตขับขี่ทุกคน ต้องผ่านการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติก่อนจึงจะสามารถมาขอสอบรับใบอนุญาตได้ ถือเป็นกิจกรรมขับขี่ปลอดภัยในช่วงที่ 3

ฮอนด้าจะทำการเผยแพร่ความรู้ กิจกรรมขับขี่ปลอดภัย ไปสู่ผู้ใช้รถทั่ว ประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยทำการฝึกอบรมยกระดับความสามารถ ของวิทยากรครูฝึกจากกรมการขนส่งทางบก, ตำรวจ, ทหาร, ครูอาจารย์ และร้านตัวแทนจำหน่ายฮอนด้า ทั่วประเทศกว่า 500 แห่ง ให้เป็นผู้ที่สามารถฝึกอบรมเผยแพร่ และ

ถ่ายทอดความรู้ในเรื่องของขับขี่ปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่สำคัญฮอนด้าพยายามทุกวิถีทางในการช่วยเหลือสังคม เศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อม ด้วยการรณรงค์ใช้น้ำมันลดควันขาว รวมถึงการรณรงค์ลดมลภาวะทางเสียง กิจกรรมเซฟตี้ แรลลี่ การฝึกการขับขี่ปลอดภัย และกิจกรรมที่สร้างความตระหนักต่อสิ่งแวดล้อมอื่นๆ

นอกจากนี้แล้ว บริษัทฯ ยังได้เน้นกิจกรรมด้านอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นการคิดค้น วิจัย และพัฒนาประสิทธิภาพเครื่องยนต์ให้มีการปล่อยค่าไอเสียต่ำ และมีเสียงเครื่องยนต์ใน

ระดับที่ต่ำ รวมถึงการรีไซเคิลวัสดุต่างๆ ในกระบวนการผลิต และจัดให้มีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดค่ามลพิษและเสียงเกินกว่าที่มาตรฐานกำหนดใน C.S.I. Shop บางสาขาอีกด้วย

ในส่วนของค่ายรถยนต์ฮอนด้า ได้ร่วมมือกับภาครัฐ และเอกชนเพื่อจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษาสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย

อาทิ การจัดหาคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาแก่โรงเรียนที่ขาดแคลน ผ่านโครงการปลูกต้นกล้าปัญญาเด็กไทย ของกระทรวงศึกษาธิการ การจัดหาทุนให้โครงการนำช้างลาดตระเวนป่าเพื่อการอนุรักษ์และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ร่วมกับมูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมรวมไปถึงโครงการกฐินสามัคคีเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ วัดพระบาทน้ำพุ เป็นต้น

 

20. ISUZU

อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์

 

ในฐานะพลเมืองที่ดีของสังคมไทย และด้วยนโยบายหลักที่มุ่งเสียสละเพื่อสังคม บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จึงได้สร้างสรรค์ โครงการอีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ขึ้นตั้งแต่เมื่อปี 2535 ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพของเยาวชนไทยที่จะเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต

การดำเนินงานในช่วง 3 ปีแรก กิจกรรมของโครงการจะมีรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ การประกวดคำขวัญ  การประกวดเล่าเรื่องด้วยภาพวาดระบายสี ต่อมาในปี 2538 ได้ปรับรูปแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยกิจกรรม การประกวดวาดภาพโปสเตอร์พร้อมคำขวัญ ที่มุ่งพัฒนาทักษะทางศิลปะ ตลอดจนความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ โดยที่ผู้สมัครจะต้องมากันเป็นทีม เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ทีมผู้ชนะเลิศจะได้รับรางวัล อีซูซุพาน้องๆ ท่องญี่ปุ่นเป็นการทัศนศึกษาประเทศญี่ปุ่นฟรีตลอดการเดินทาง ส่วนทีมรองชนะเลิศจะได้รับทุนการศึกษา รวมถึงโรงเรียนของทีมชนะเลิศ และรองชนะเลิศอีกด้วย      

กิจกรรมของ โครงการอีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ในทุกๆ ปีได้มีการสอดแทรกการเรียนรู้รวมถึงแฝงการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีในด้านต่างๆ ผ่านหัวข้อการแข่งขันทั้งในรอบคัดเลือก และรอบชิงชนะเลิศแก่เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเสริมสร้างรากฐานทางความคิดของเยาวชนให้แข็งแรง โดยสามารถนำประสบการณ์ที่

ได้รับมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันต่อไปในอนาคต อาทิ

โครงการอีซูซุเยาวชนสัมพันธ์กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติด้านต่างๆ โดยร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ การประปาส่วนภูมิภาค กรมป่าไม้ และกระทรวงพลังงาน กำหนดหัวข้อการแข่งขันวาดภาพโปสเตอร์พร้อมคำขวัญให้มีความ

สอดคล้องในเรื่องดังกล่าว เช่น หัวข้อ ครอบครัวไทย ร่วมใจประหยัดน้ำ” “นี่สิบ้านหารสองและ ชีวิตกับป่าเป็นต้น   โครงการอีซูซุเยาวชนสัมพันธ์กับบทบาทในการส่งเสริมด้านกีฬา โดยร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย สนับสนุนให้เยาวชนสนใจการกีฬา อาทิ รายการพบนักแข่งทีมอีซูซุไทยที่ลงแข่งในมาราธอนแรลลี่ครั้งประวัติศาสตร์ปารีส-มอสโก-ปักกิ่ง ในโครงการอีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2535-2536, การประกวดวาดภาพ

โปสเตอร์พร้อมคำขวัญในหัวข้อ กีฬาเป็นยาวิเศษและ ไทยกับเอเชี่ยนเกมส์ในโครงการอีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2539

โครงการอีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ เนื่องในโอกาสมหามงคลต่างๆ จากการสนับสนุนอันดียิ่งจากสำนักพระราชวัง โครงการอีซูซุเยาวชนสัมพันธ์จึงได้มีโอกาสจัดกิจกรรมประกวดวาดภาพโปสเตอร์พร้อมคำขวัญร่วมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในหลายโอกาส

อาทิ หัวข้อ ในหลวงของเราและ ในหลวงกับเทคโนโลยในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี หัวข้อ “60 ปี ใต้พระบารมี ในหลวงของปวงไทยและ พระมหากษัตริย์นักพัฒนาในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

ล่าสุด ในปีที่ผ่านมากับหัวข้อ ทำดีถวายในหลวงเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา โดยมุ่งหวังให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสแสดงออกถึงความจงรักภักดีแด่องค์มหาราชของปวงไทยผ่านผลงานศิลปะสร้างสรรค์ผสานกับปณิธานตั้งมั่นอันบริสุทธิ์

 

21. KTC

Learn & Earn @ KTC

 

แม้ เคทีซี จะมีโครงการเพื่อสังคมมากมาย แต่โครงการ Learn & Earn @ KTC จัดเป็นโครงการที่อยู่กับองค์กรนี้มาตั้งแต่ปี 2546 กระทั่งปัจจุบันนักศึกษาทั้งจากสถาบันของภาครัฐและเอกชนให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ Learn & Earn @ KTC เป็นจำนวนมากรวมแล้วถึง 16,132 คน และเคทีซีรับเข้าฝึกงานในโครงการ แล้วกว่า 1,409 คน

โครงการ Learn & Earn @ KTC เป็นโครงการที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนไทยได้รู้จักการเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตนเองและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เรียนรู้ถึงความรับผิดชอบ พร้อมนำความรู้ความสามารถของตนเองมาใช้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดโดยการทำงานพิเศษนอกเวลาเรียน

โดยโครงการได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษาทุกสถาบันสมัครเข้าร่วมโครงการ และสามารถเลือกสายงานได้ตามความสนใจ และความถนัด อาทิ การให้บริการลูกค้า งานด้านการตลาด งานด้านธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

นับเป็นการสนับสนุนให้นักศึกษารู้จักจัดสรรเวลาว่างที่เหลือจากการเรียน ทั้งนี้นักศึกษาจะมีโอกาสได้ฝึกปฏิบัติงานจริง และได้รับค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมงทำให้นักศึกษารู้จักพึ่งพาตนเอง และเรียนรู้คุณค่าของเงิน รวมถึงความสำคัญของการเก็บออม

นอกจากจะได้รับความรู้ และประสบการณ์จริงในการทำงานแล้ว นักศึกษายังจะได้รับความสนุก และได้รู้จักสังคมใหม่ โดย KTC จะจัดให้มีกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์ และพัฒนาศักยภาพทั้งในและนอกสถานที่ รวมถึงการจัดให้นักศึกษาได้ทำกิจกรรมต่างๆเพื่อสังคมร่วมกัน แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือนักศึกษาจะมีโอกาสได้รับ

การพิจารณาเข้าร่วมงานเป็นพนักงานประจำของ KTC อีกด้วย

                หลังจากที่โครงการมีนักศึกษาจากทั่วทุกภาคให้ความสนใจ เคทีซีจึงทำการเจาะลึกไปตามสถาบันการศึกษาในแต่ละจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีจุดบริการ KTC Touch เพื่อให้เด็กต่างจังหวัดได้มีโอกาสพัฒนาตนเอง ทั้งด้านประสบการณ์ชีวิต บุคลิกภาพ การปรับตัวในที่ทำงาน และได้รับพื้นฐานการปฏิบัติงานก่อนไปสมัครทำงานจริง

นโยบายของ Learn & Earn @ KTC ยังกำหนดให้ผู้บริหารที่มากด้วยความรู้และความสามารถของเคทีซีมีส่วนร่วมในการเป็นวิทยากร เพื่อออกไปให้ความรู้แก่นักศึกษาตามสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อสร้างเสริม แบ่งปัน

ประสบการณ์ และทัศนคติที่สำคัญในการทำงานให้แก่นักศึกษาที่ยังไม่มีโอกาสมาร่วมงานกับทางโครงการ ซึ่งล้วนเป็นเยาวชนไทยรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญของสังคมต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ KTC ยังได้จัดหลักสูตรอบรม และให้ความรู้แก่นักศึกษาในทักษะด้านต่างๆ ด้วยหลักการของ Edutainment ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง Education และ Entertainment ถือเป็นการพัฒนา IQ และ EQ ไปพร้อมๆ กันด้วย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคต เช่น การบริหารเวลา ภาวะความเป็นผู้นำ เทคนิคในการติดต่อสื่อสาร เป็นต้น

 

22. LPN

พื้นที่สีเขียว

 

ในฐานะผู้นำตลาดคอนโดมีเนียมขนาดกลาง แอลพีเอ็นได้จัดให้มีโครงการเพื่อสังคมครอบคลุม 4 ด้านด้วยกัน อย่างแรกคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งภายใน และภายนอกองค์กร กล่าวคือ เข้าไปพัฒนาทุกโครงการของแอลพีเอ็นรวมถึงโครงการเก่าด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากกว่าที่กฎหมายกำหนด ทั้งยังสื่อสารไปยังชุมชนรอบข้างโครงการ และหน่วยงานราชการต่างๆ มุ่งเน้นการขอความร่วมมือในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดภาวะโลกร้อน

อีกทั้งยังปลุกจิตสำนึกพนักงานด้วยการจัดคอนเสิร์ต Trip Town Tree และกิจกรรมปลูกป่าชายเลน กระทั่งปัจจุบันดำเนินการในโครงการเก่าแล้ว 14 โครงการ และชุมชนเมืองอีก 13 โครงการ ได้แก่ สวนสาธารณะบริเวณสวนสรงประภา, กำแพงรั้วกินได้ในชุมชนโครงการ PVV, ใต้แยกสาธุประดิษฐ์, รั้วกำแพงสมาคมเตชะสัมพันธ์ เป็นต้น

แอลพีเอ็น ยังเล็งเห็นคุณค่าในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเข้าไปปรับปรุงชุมชนรอบข้างโครงการโดยทาสีกำแพงรั้ว ปลูกต้นไม้หน้าบ้านให้กับชุมชน ทาสีสะพานลอย และติดตั้งกล้องวงจรปิดให้กับชุมชนที่มีปัญหาอาชญากรรม

นอกจากนี้ยังเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคม เช่น ช่วยเหลือสตรีที่มีปัญหาด้านแรงงานผ่านโครงการ แจ๋วเพื่อช่วยเหลือให้มีการจ้างงานสตรีที่มีปัญหาต่างๆ มาเข้าโครงการเป็นพนักงานทำความสะอาดให้กับโครงการต่างๆ โดยมีสวัสดิการ

                ในปีที่ผ่านมาได้ขยายเพิ่ม 2 โครงการ คือการเข้ารับบริจาคโลหิตที่ลุมพินี พลาซ่า อโศก เพื่อเป็นศูนย์กลางรับบริจาคโลหิตย่านอโศก และที่ลุมพินี สุขุมวิท 77 เพื่อเป็นศูนย์กลางรับบริจาคโลหิตในย่านอ่อนนุช จากกิจกรรมดังกล่าวทำให้สามารถส่งผ่านโลหิตในแต่ละปีประมาณ 500,000 ซีซี

ปี 2551 แอลพีเอ็นสานต่ออีก 3 โครงการ คือ พาร์วิว วิภาวดี เป็นศูนย์กลางย่านหลักสี่, ลุมพินี วิลล์ ศูนย์วัฒนธรรม ศูนย์กลางย่านเหม่งจ๋าย และกลุ่มอาคาร พี.เอส.ที. ศูนย์กลางย่านยานนาวา

คาดว่าจะสามารถส่งผ่านโลหิตในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1,000,000 ซีซี เป็นกิจกรรมให้สภากาชาดไทยได้รับโลหิตเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยชีวิตผู้เจ็บป่วยต่อไป

 

23. McDonald’s

Ronald McDonald’s House

 

เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ ที่สหรัฐอเมริกา บริษัท แมคไทย จำกัด จึงก่อตั้งมูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ ประเทศไทยขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2544 โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินกิจการเพื่อเด็กไทยที่เจ็บป่วย และด้อยโอกาสหลายกิจกรรม ได้แก่

โครงการปรับปรุงและตกแต่งห้องสันทนาการเด็ก โรนัลด์ แมคโดนัลด์ โดยปัจจุบันได้จัดสร้างห้องสันทนาการเด็กแล้วทั้งสิ้น 11 แห่ง และมีแผนจะสร้างเพิ่มอีก 9 แห่ง จนครบ 20 ห้อง ภายในปี 2554

บริจาคเงินจำนวน 5,987,976 บาท จากกิจกรรมวันเด็กโลก ให้กับมูลนิธิเพื่อสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และบริจาคเงินจำนวน 150,000 บาท ภายใต้โครงการ มอบดวงตาแด่น้องผู้ด้อยโอกาสให้กับศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย

อีกทั้ง ยังได้มอบของเล่น 170,000 ชิ้นให้กับกรุงเทพมหานคร และทำเนียบรัฐบาล, มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษา จำนวน 240,000 บาท ให้กับเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์, มอบอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ให้กับโรงเรียนนุชนารถอนุสรณ์ จังหวัดเชียงราย, บริจาคเงินจำนวน 1,500,000 บาท ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากคลื่นสึนามิ ใน 6 จังหวัดภาคใต้

รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมสนับสนุน โครงการทำความดีถวายในหลวง ผลิตเก้าอี้ต้นแบบจากวัสดุเหลือใช้เพื่อน้องพิการให้กับสถาบันราชานุกลู กระทรวงสาธารณสุข

ปีนี้มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์เฮ้าส์ ประเทศไทย จะยิ่งชัดเจนขึ้นเนื่องจากได้ปรับโครงสร้างการทำงานภายในมูลนิธิด้วยการเชิญบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมมาร่วมดำรงตำแหน่งคณะกรรมการชุดใหม่ของมูลนิธิฯ เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชนชาวไทย และได้ริเริ่มโครงการ หน่วยบริการตรวจสายตาและสุขภาพเคลื่อนที่ขึ้น โดยร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญ ได้แก่

มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย และห้างแว่นท็อปเจริญผู้ให้การสนับสนุนหลัก เข้าไปให้บริการแก่ชุมชนที่ขาดแคลนและมีความต้องการความช่วยเหลือรวมทั้งสิ้น 24 จังหวัด ครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ

จัดกิจกรรมตรวจวัดสายตาประกอบแว่น ให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐาน ให้ความรู้ด้านโภชนาการที่สมดุลและให้คำปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับสุขอนามัยแก่เยาวชน

รวมถึงการสงเคราะห์ช่วยเหลือเด็กที่เจ็บป่วยทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ด้วยการสร้างห้องสันทนาการเด็ก ตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วไทย สนับสนุนการค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาการศึกษาของเยาวชน รวมทั้งดำเนินการเพื่อ

สาธารณประโยชน์ และให้ความร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรม

นอกจากนี้ยังมีมูลนิธิฯ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการทำดีเพื่อพ่อ โดยเป็นจุดจำหน่ายสายรัดข้อมือสีชมพู ทำดีเพื่อพ่อราคาเส้นละ 100 บาท ณ ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขา 90 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31

พฤษภาคมศกนี้ เพื่อให้คนไทยได้ซื้อสายรัดข้อมืออย่างสะดวก

รายได้จากการจำหน่ายหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และรายได้ส่วนหนึ่งบริจาคให้กับมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ ประเทศไทย

 

24. Mistine

To Be Number One

 

มิสทิน ไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมทางสังคมให้กับสาธารณชนได้รับทราบมาเป็นเวลานาน แม้ว่าจะมีมูลนิธิ ดร.อมรเทพ ที่คอยช่วยเหลือด้านการศึกษาอยู่ในความดูแลก็ตาม

เมื่อมีโอกาส มิสทิน เลือกที่จะสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้กับเยาวชนไทยผ่านโครงการ ทู บี นัมเบอร์ วัน ที่ใช้งบประมาณการตลาดสูงถึง 70 ล้านบาท

โครงการ To Be Number One เป็นโครงการรณรงค์ป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นองค์ประธาน ดำเนินกิจกรรมใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การรณรงค์ปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสที่เอื้อต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้แก่เยาวชนในชุมชน และการพัฒนาทักษะชีวิตและเครือข่ายการป้องกันและช่วยเหลือ แคมเปญนี้ สื่อสารผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุด “Beauty No.1” ได้รับพระกรุณาจาก ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นแขกรับเชิญร่วมแสดง และทรงเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับลิปสติก มิสทิน นัมเบอร์วัน

โดยเนื้อหาสะท้อนให้เห็นว่า ความงามที่เปล่งประกายของผู้หญิงเกิดจากจิตใจที่งดงาม

เป็นการย้ำถึงจุดยืนของแคมเปญที่ไม่ต้องการสร้างกระแสเชิงธุรกิจ เพราะการมีส่วนช่วยเหลือเด็กภายในสังคม ก็เป็นความงามจากภายในจิตใจที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง และผู้หญิงไทยทุกคนก็ร่วมกันสร้างได้

“Beauty No.1” เกิดขึ้นจากความตั้งใจของมิสทินที่ต้องการมีส่วนช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้กับเยาวชนไทย ผ่านโครงการ ทู บี นัมเบอร์ วัน ก่อนจะเกิดเป็น ลิปสติก มิสทิน ทู บี นัมเบอร์ วัน ที่จำกัดจำนวนการผลิตเพียง 100,000 แท่ง

แคมเปญนี้เป็นสิ่งที่มิสทินแสดงเจตจำนงในการสนับสนุนโครงการ ทู บี นัมเบอร์ วัน โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ เพื่อเข้าโครงการ ทู บี นัมเบอร์วัน

สำหรับ มูลนิธิ ดร.อมรเทพ ดีโรจนวงศ์ จะให้ความช่วยเหลือโดยการมอบเงินสมทบทุนช่วยเหลือโครงการต่างๆ เช่น ด้านการศึกษากับเยาวชนไทย รวมถึงทหาร ตำรวจชายแดนที่บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงโครงการต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง

 

25. Nestle

ชีวิตใหม่หลังสึนามิ

 

ภัยธรรมชาติที่เกิดจากแผ่นดินไหวคลื่นยักษ์สึนามิ ในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน เครื่องมือประกอบอาชีพด้านการประมง สภาพเศรษฐกิจหลังภัยพิบัติ และสภาพจิตใจของประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างไม่อาจประเมินค่าได้ของประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเล

บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ในฐานะหน่วยงานที่มีนโยบาย และปณิธานในการส่งเสริมพัฒนาชุมชน และสถาบันครอบครัวให้มีความอบอุ่นและมีสุขอนามัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ ในจังหวัดพังงา ให้กลับมามีอาชีพ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยการสนับสนุนโครงการ ชีวิตใหม่หลังสึนามิ

ดำเนินการโดย สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ ทำงานด้านการพัฒนาชนบทมากว่า 30 ปี เพื่อช่วยเหลือประชาชน และฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง ทั้งในด้านการให้ความช่วยเหลือแบบฉุกเฉินและการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม เป็นการพัฒนาอย่างครบวงจร

เพื่อความยั่งยืนและดีขึ้นกว่าเดิม หวังให้เป็นแบบอย่างในการพัฒนาในอนาคตหลังประสบภัยขึ้น

โดยมีหมู่บ้านเป้าหมาย 3 หมู่บ้านในจังหวัดพังงา งบประมาณรวม 6,000,000.- บาท (หกล้านบาทถ้วน) ระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี (กรกฎาคม 2548 – มิถุนายน 2551) รวมทั้งสิ้น 3 หมู่บ้าน ในตำบลคลองเคียน อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา จำนวน 455 ครัวเรือน ประชากร 2,331 คน โรงเรียน 3 แห่ง นักเรียน รวม 393

คน ผู้ได้รับความเสียหายโดยตรง 99 ครอบครัว

สำหรับแนวทางการพัฒนาแบบยั่งยืน บูรณาการ และต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ปีนั้น ทางเนสท์เล่ได้จัดตั้งองค์กรหมู่บ้าน เพื่อรับผิดชอบในการดำเนินโครงการ โดยจัดหมวดกิจกรรมเป็นแบบเร่งด่วนและระยะยาว

อันได้แก่ ธนาคารหมู่บ้านเป็นประโยชน์ในการให้ชาวบ้านได้กู้ยืมไปลงทุนประกอบอาชีพเพื่อลดเงินกู้นอกระบบ

โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนจัดศึกษาดูงานเพื่อสร้างวิสัยทัศน์ในการประกอบอาชีพ ทั้งด้านการประมงและนอกภาคประมง

กิจกรรมส่งเสริมแหล่งอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เพื่อขยายแนวคิดการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

การพัฒนาสุขภาพอนามัยและสาธารณสุขมูลฐาน(Health and Sanitation) เป็นกิจกรรมที่จะช่วยให้ชุมชนมีส่วนร่วม และได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารถึงสาเหตุ วิธีการ และผลที่ได้รับจากการดำรงชีวิตที่ถูกสุขอนามัย

การสร้างความเข้มแข็งสตรีและความเข้มแข็งชุมชน เป็นกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความเข้าใจแก่สตรี และประชาชนด้านต่างๆ

โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันเป็นโครงการสนับสนุนให้โรงเรียนจัดกิจกรรมเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียน

โครงการทุนการศึกษา สนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา เพื่อใช้ในการจัดหาอุปกรณ์การเรียนต่างๆ เช่น สมุด หนังสือ เครื่องเขียน เครื่องแบบ และพาหนะเดินทางไปเรียน รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ คนละ 6,000 บาทต่อปี หมู่บ้านละ 5 ทุน ต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี

 

และ โครงการจัดตั้งองค์การบริหารหมู่บ้านเยาวชนเป็นองค์กรถาวรภาคเยาวชน เพื่อบริหารจัดการในหมู่บ้าน

 

26. Nu Skin

พลังแห่งความดี (Force for Good)

 

กว่า 10 ปีแล้วที่นู สกิน จัดกิจกรรมเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่องภายใต้ โครงการพลังแห่งความดี (Force for Good) โดยถือเป็นปณิธานหลักของ นู สกิน บริษัทแม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมให้ดีขึ้น ซึ่งในส่วนของ นู สกิน ประเทศไทย ได้ช่วยสนับสนุนมูลนิธิเพื่อสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก โรงพยาบาลราชวิถี ทั้งในด้านการรักษาพยาบาล การสร้างห้องฟื้นฟูหลังการผ่าตัด (ห้องไอซียู) การซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และการมอบทุนสำหรับการศึกษาต่อของแพทย์ในมูลนิธิฯ

จนถึงปัจจุบัน นู สกิน ได้ให้ความช่วยเหลือผ่าตัดหัวใจเด็กไปแล้วกว่า 1,000 ชีวิต รวมเป็นเงินสนับสนุนทั้งสิ้นกว่า 14 ล้านบาท

นู สกิน ยังต่อยอดด้วยกิจกรรม ศิลปะบำบัดให้หนูกับ นู สกิน ครั้งที่ 3” หรือ Art for Heart Part III มุ่งเน้นการใช้ศิลปะเป็นเครื่องกล่อมเกลาและเยียวยาจิตใจ ช่วยเสริมสร้างพัฒนาจิตใจของเยาวชนที่ได้รับการผ่าตัด รวมทั้งช่วยสร้างกระบวนการเรียนรู้ในเชิงความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก ผ่านผลงานศิลปะหรือที่เรียกว่า ศิลปะบำบัดหรือ Art Therapy เป็นการจับคู่ช่วยเหลือระหว่างผู้แทนจำหน่าย นู สกิน กับเยาวชนที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจแล้ว ร่วมกันแต่งแต้มสีสันตามจินตนาการลงบนกระปุกออมสินน้องหมี นอกจากเด็กๆ จะได้รับในด้านศิลปะบำบัดแล้วยังได้เก็บไว้เป็นกระปุกออมสินและเพื่อความภาคภูมิใจ

สำหรับโครงการพลังแห่งความดี (Force for Good) ของบริษัทแม่ที่ นู สกิน ประเทศไทยนำเข้ามาสานต่อก็คือ การบริจาคข้าวไวตามีล หนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการเพื่อสังคม เสริมสร้างโภชนาการเพื่อเยาวชน(Nourish the Children Initiative) ภายใต้เจตนารมณ์ในการทำความดีเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ทั่วโลกให้มีความเป็นอยู่ และสุขภาพอนามัยที่ดีขึ้น โดยจัดส่ง ข้าวไวตามีลผ่านมูลนิธิเพื่อพัฒนาและสงเคราะห์เด็ก (Feed the Children Foundation) เพื่อช่วยเหลือเด็กในถิ่นที่ห่างไกลใน 62 ประเทศทั่วโลก

ข้าวไวตามีลเป็นข้าวผสมธัญพืช วิตามิน และเกลือแร่ปรุงสำเร็จที่มีประโยชน์ทางโภชนาการสูง ได้รับการคิดค้นและพัฒนาโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของฟาร์มาเน็กซ์ ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพของ นู สกิน โดยร่วมมือกับ ดร.เคน บราวน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเด็ก แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ณ เมืองเดวิส สหรัฐอเมริกา

ข้าวไวตามีลประกอบด้วยคุณค่าของคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เส้นใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายถึง 25 ชนิด อุดมไปด้วยวิตามินเอซึ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาทางสายตา และยังพรั่งพร้อมด้วยสารอาหารที่เสริมสร้างกระดูก สำหรับพัฒนาการทางการเจริญเติบโต และโครงสร้างของกะโหลกสมอง นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย เพื่อใช้ในการพัฒนาสมองผิวหนังและระบบภูมิคุ้มกัน

 

27. Panasonic

อาคารเรียนพานาโซนิค

 

การศึกษานับเป็นรากฐานที่สำคัญของชีวิต และการที่เยาวชนมีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดี ย่อมเติบโตเป็น

บุคคลที่มีคุณภาพของสังคมในอนาคต ดังนั้นพานาโซนิค จึงได้จัดงบประมาณปีละ 12 ล้านบาท เพื่อจัดสร้างอาคารเรียนพานาโซนิค ให้แก่โรงเรียนระดับประถมศึกษา ในท้องถิ่นชนบทที่ขาดแคลน พร้อมอุปกรณ์คุรุภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์โสตทัศนูปกรณ์

รวมทั้งได้รับการสนับสนุนเงินบริจาค จากมูลนิธิซิว-มัตสุชิตะ จัดสรรเงินกองทุนให้แก่โรงเรียน โรงเรียนละ 200,000 บาท โดยเริ่มโครงการมาตั้งแต่ในปี พ.. 2534 จนถึงปัจจุบันพานาโซนิค ได้มอบอาคารเรียนจนครบ 76 แห่งทั่วประเทศแล้ว

นอกจากนี้ ทางพานาโซนิคยังได้จัดสรรงบประมาณเป็นจำนวนเงิน 14 ล้านบาท ในการทะนุบำรุงรักษา ได้แก่ ทาสีอาคารเรียนใหม่, ซ่อมแซมระบบน้ำ-ไฟ พร้อมทั้งมอบผลิตภัณฑ์พานาโซนิคและคุรุภัณฑ์ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาให้กับเยาวชน ได้แก่ โทรทัศน์สี, กล้องวิดีโอ, เครื่องเล่นดีวีดี, เครื่องเสียง, กระบอกไฟฉาย ตลอดจน

โต๊ะนักเรียน และพัดลมติดเพดาน ให้แก่โรงเรียนทั้ง 76 แห่ง อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 

28. PHILIPS

80 โรงเรียน 80 ชุมชน

ร่วมใจประหยัดไฟถวายองค์ราชัน

 

ฟิลิปส์ในฐานะที่เป็นผู้นำระดับโลกด้านการบริหารการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมีนโยบาย “Make A Simple Switch” จัดโครงการ “80 โรงเรียน80 ชุมชน ร่วมใจประหยัดไฟถวายองค์ราชันเพื่อกระตุ้นให้เยาวชนซึ่งจะเป็นอนาคตของชาติต่อไปตลอดจนชุมชนต่างๆ ได้ตระหนัก และหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรับกระแสภาวะโลกร้อน

โครงการนี้เป็นการปรับปรุงคุณภาพแสงสว่างภายในโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพ พร้อมๆ ไปกับการสร้างจิตสำนึกให้แก่นักเรียน และชุมชนโดยรอบให้มีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงานด้วยวิธีการง่ายๆ เพียงเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ และโซลูชั่นแสงสว่างที่มีประสิทธิภาพ

โดยฟิลิปส์ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะเข้าไปเปลี่ยนหลอดประหยัดไฟให้กับ 80 โรงเรียนทั่วประเทศที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ให้ โดยเปลี่ยนจากหลอดไส้มาเป็นหลอดประหยัดไฟ และเปลี่ยนจากหลอดฟลูออเรสเซนต์รุ่นธรรมดามาเป็นหลอดฟลูออเรสเซนต์ซูเปอร์ขั้วเขียว ซึ่งประหยัดไฟโดยให้แสงมากกว่าเดิม 25-30% และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะมีปริมาณสารปรอทเพียง 3 มิลลิกรัม

และยังร่วมรณรงค์ให้ประชาชนในชุมชนใกล้ๆ กับโรงเรียนนำหลอดไส้ที่ใช้อยู่มาแลกกับหลอดประหยัดไฟฟิลิปส์ เพื่อนำกลับไปใช้ที่บ้านเพื่อการประหยัดไฟ เพราะเพียงเปลี่ยนจากหลอดไส้มาใช้หลอดประหยัดไฟ สามารถประหยัดพลังงานได้ทันที 80% และลดค่าไฟได้สูงสุดถึง 80 บาท ต่อหลอดต่อเดือน

 

29. Plus

Green Forward

 

โครงการ Green Forward ถือกำเนิดขึ้นด้วยความมุ่งมั่นของ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งถือเป็นนโยบายของบริษัทในการที่จะดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม (Corporate Environment and Social Responsibility) และเริ่มต้น

ดำเนินโครงการด้วยการปลูกฝังด้านจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของพนักงานในองค์กร

พร้อมกับขยายการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมนี้ไปยังลูกบ้าน ตลอดจนองค์กรคู่ค้า และสังคมภายนอกให้ได้มีส่วนร่วมและเป็นการปลูกฝังด้านจิตสำนึกในการห่วงใย และใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

Green Forward มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึก และเริ่มต้นสร้างความรู้ ความเข้าใจในเรื่องภาวะโลกร้อน จากมุมมองใกล้ๆ ตัว และส่งเสริมให้เกิดการส่งต่อความรู้ง่ายๆ ให้กับคนรอบข้างซึ่งเป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร และชุมชน ในการร่วมมือกันทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวม โดยมีแนวทางในการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน

 

Green Forward >> เริ่มต้นที่ตัวเรา

โดยพลัสปลุกจิตสำนึกบุคลากรภายในองค์กร โดยเริ่มต้นที่ตัวเอง เป็นการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ในพลัสเอง โดยดำเนินกิจกรรมในโครงการ Green Forward เพื่อช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน ด้วยการจัดกิจกรรมและการรณรงค์เพื่อให้พนักงานเกิดความเข้าใจในปัญหาภาวะโลกร้อนและช่วยกันประหยัดพลังงานต่างๆ โดยเริ่มต้นจาก

ภายในองค์กรก่อน

Green Forward >> เริ่มต้นที่ครอบครัวของเรา

ส่งต่อความตั้งใจในการลดภาวะโลกร้อนไปยังครอบครัว อันได้แก่ ครอบครัว พนักงานพลัส ลูกบ้านพลัส ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจของพลัส เพื่อเป็นการส่งต่อความเข้าใจ และเริ่มต้นขยายขอบเขตออกไปให้ทุกคนเริ่มมีส่วนร่วมกันมากยิ่งขึ้น

Green Forward >> เริ่มต้นที่สังคมของเรา

ส่งต่อความห่วงใยนี้ไปยังสังคมภายนอกองค์กร ด้วยการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม และสิ่งแวดล้อมภายใต้โครงการ Green Forward เพื่อสร้างความเข้าใจ และสร้างความห่วงใยให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันช่วยโลกใบนี้ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

                สำหรับแผนงานของโครงการ Green Forward ในปี 2551 ประกอบด้วย

Green Forward Day เป็นการจัดกิจกรรมภายในองค์กร เพื่อสร้างจิตสำนึก และใช้ชีวิตประจำวันแบบสีเขียว 1 วัน ทุกวันพุธที่ 2 ของทุกเดือน เช่น การประหยัดน้ำมัน ปิดคอม ปิดไฟตอนพักเที่ยง หรือใช้ถุงผ้า เป็นต้น

Green Forward Camping เป็นการทำกิจกรรมแคมปิ้งร่วมกับทีมงานมูลนิธิโลกสีเขียว เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

Green Forward Bin เป็นการรณรงค์จัดตั้ง และให้ความรู้ในการแยกขยะลดโลกร้อน ด้วยการมอบถังขยะให้ลูกบ้านพลัส (Plus Society) ตลอดจนลูกบ้านในสำนักงานที่พลัสบริหารจัดการ ได้รับทราบถึงประโยชน์ของการแยกขยะ และสามารถนำขยะกลับมารีไซเคิลได้อีก

Green Forward Box รณรงค์ใช้กระดาษสองหน้าอย่างคุ้มค่า ด้วยการทำกล่อง Green Box นำมาจัดวางภายในองค์กร ซึ่งเริ่มกิจกรรมมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2551

 

30. PTT

ปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติ

 

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีกิจกรรมเพื่อสังคมที่น่าสนใจอยู่หลากหลายโครงการ โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของสิ่งแวดล้อม อาทิ โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ และโดยเฉพาะกับโครงการที่เกิดขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างโครงการปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติ

ในปี 2539 ปตท. ได้นำหญ้าแฝก มาใช้ป้องกันการพังทลายของดิน และฟื้นฟูสภาพพื้นที่ หลังการก่อสร้างโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติไทย-พม่า โดยใช้เทคนิควิธีด้านวิศวกรรมกับด้านพฤกษศาสตร์มาผสมผสานกัน หญ้าแฝกนอกจากช่วยป้องกันการพังทลายของดินตามธรรมชาติแล้ว ยังช่วยอนุรักษ์ดินและรักษาความชุ่มชื้นของดิน ทำให้ระบบนิเวศของท้องถิ่นเกิดการปรับสมดุล ป่าจึงค่อยๆ ฟื้นตัวและเริ่มกลับสู่สภาพธรรมชาติ

การนำหญ้าแฝกมาประยุกต์ใช้ในการฟื้นคืนสภาพพื้นที่บริเวณแนวท่อส่งก๊าซไทย -พม่า ประสพผลสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง ส่งผลให้ในปี 2542 ปตท.ได้รับรางวัลพระราชทานรางวัล King of Thailand Vetiver Awards ในสาขาส่งเสริมและพัฒนาดีเด่นของการใช้ประโยชน์หญ้าแฝก จากการสัมมนาหญ้าแฝกนานาชาติ ครั้งที่ 2 ที่ประเทศไทย และในปี 2546 ได้รับรางวัล The Vetiver Network Awards สาขา The Engineering/ Infrastructure Protection จากการสัมมนาหญ้าแฝกนานาชาติ ครั้งที่ 3 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกลในเรื่องประโยชน์ของหญ้าแฝก ในปี 2546 ปตท. ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินสนับสนุนการปลูกหญ้าแฝกของมูลนิธิโครงการหลวงปีละ 30 ล้านบาท ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี (2546-2549) รวมเป็นเงิน 90 ล้านบาท

                นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง หน่วยราชการต่างๆ อาทิ กรมพัฒนาที่ดิน กรมทางหลวง กรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำโครงการปลูกหญ้าแฝกขึ้น เพื่อปฏิบัติงานสนองแนวพระราชดำริ ในหลายพื้นที่ของ

ประเทศ รวมถึงการจัดทำ โครงการปลูกหญ้าแฝก เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีขึ้นเมื่อปี 2549 โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ เป็นโครง

การที่ปตท.ได้ทำมานานกว่า 9 ปีแล้ว เนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 ในปี 2537 โดยได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะปลูก และฟื้นฟูผืนป่าทั่วประเทศ เพื่อถวายเป็นราชสักการะ จำนวนทั้งสิ้น 1 ล้านไร่

วันนี้คนไทยทั้งประเทศได้ชื่นใจกับผืนป่า อันเป็นผลงานจากความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทั้งประเทศ พร้อมกับความสมบูรณ์ของระบบนิเวศของผืนป่าในหลายๆ พื้นที่

ที่น่าภาคภูมิใจมากไปกว่านั้น คือนอกเหนือจากจำนวนกล้าไม้กว่าหนึ่งร้อยห้าสิบล้านต้นที่เพิ่มมากขึ้น ในส่วนของประชาคม คนรักป่าก็ได้เพิ่มพูนขึ้นเป็นเงาตามตัวด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของผู้ล่าสัตว์สู่การเป็นคนดูแลป่า หรือการเพิ่มจำนวนของอาสาสมัครป้องกันไฟป่ายุวชน ปตท.รักษาป่าจากโครงการเสริมนับ 10 โครงการ

เหล่านี้ล้วนเป็นโครงการที่ปตท. จัดขึ้น เพื่อปลูกความรักของชุมชนรอบพื้นที่ และมุ่งส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเป็นประการสำคัญ

 

31. SANSIRI

แสนสิริ เพื่อเยาวชน

 

ปีที่ผ่านมา บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เริ่มโครงการเพื่อสังคมโดยมุ่งเน้นไปยังกลุ่มเยาวชน โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลจัดกิจกรรมพิเศษ ในโครงการแสนสิริ เพื่อเยาวชนโครงการสอนฟุตบอลให้กับเยาวชนอายุระหว่าง 6-16 ปี

เปิดการสอนทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00-10.30 . รับเยาวชนผู้สนใจไม่จำกัดจำนวน และไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

สำหรับวัตถุประสงค์หลักนั้นเพื่อพัฒนาทักษะการเล่นฟุตบอล และสอนเทคนิคการเล่นฟุตบอลที่ถูกวิธีให้แก่เยาวชน ซึ่งจะนำไปสู่การสนับสนุนกิจกรรมฟุตบอลไทยแบบยั่งยืนในอนาคต โดยมี โค้ชจุ่นจตุพร ประมลบาล ที่มีดีกรีระดับ A License

รวมถึงโค้ช B License และโค้ชที่ผ่านการอบรมอย่างถูกต้องเป็นทีมวิทยากรผู้ฝึกสอน

เสียงตอบรับจากเยาวชนที่มีเข้ามาอย่างล้นหลามหลังเปิดตัวโครงการนี้ไปได้ไม่นาน ล่าสุดได้มีการย้ายสนามการจัดกิจกรรมพิเศษในโครงการ แสนสิริ เพื่อเยาวชนไปสนามแห่งใหม่ในชื่อ Wit Soccer บริเวณพุทธมณฑล สาย 2 เพื่อรองรับจำนวนเยาวชนที่เพิ่มขึ้น

อีกทั้งสนามแห่งใหม่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะดวกสบายขึ้นจากเดิม นับเป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมเพื่อคืนประโยชน์สู่สังคม ที่บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) สร้างสรรค์ขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

32. SCG

SCG Do It Green

 

โครงการ CSR ที่ SCG ให้ความสนใจ และมุ่งเน้นมากเป็นพิเศษยังคงอยู่ที่เรื่องของสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรบุคคล ที่โดดเด่นชัดเจนก็คือ โครงการ SCG Do It Green เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด รักษ์น้ำ...เพื่ออนาคตได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546

โดยมีเป้าหมายใหญ่อยู่ที่เรื่องของการสร้างฝายชะลอน้ำจำนวน 10,000 ฝาย ภายในปี 2552 เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติกลับคืนสู่สมดุล

ด้วยเพราะสำนึกในน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปราชญ์แห่งน้ำของปวงชนชาวไทย SCG จึงได้จัดโครงการ รักษ์น้ำ...เพื่ออนาคต เพื่อร่วมอนุรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ แก้ไขปัญหาน้ำขาด น้ำเกิน น้ำเสีย บรรเทาภาวะโลกร้อน คืนสมดุลสู่ธรรมชาติ และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและชุมชนอย่างยั่งยืน

ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2550 SCG จึงได้จัดกิจกรรมพิเศษขึ้นในชื่อของ 1 วัน 1,000 ฝาย โดยได้รับความร่วมมือจากชุมชนชาวเชียงใหม่ ลำปาง หน่วยงานจังหวัด คณะกรรมการการอาชีวศึกษา และมณฑลทหารบกที่ 32 มาร่วมแรงร่วมใจสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อเทิดพระเกียรติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เพื่อให้โครงการรักษ์น้ำ...เพื่ออนาคต ได้รู้จัก และได้รับการสนับสนุนในวงกว้าง จึงได้จัดทำภาพยนตร์โฆษณาขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่แนวคิดเกี่ยวกับฝายชะลอน้ำที่จะช่วยสร้างสมดุลทางธรรมชาติ

โดยภาพยนตร์โฆษณาที่เราคุ้นตากันดี อาทิ โฆษณาในชุด คืนชีวิต” “สารคดีเล่าเรื่องน้ำคือชีวิต” “น้ำหยดแรกและล่าสุดกับชุด คนต้นน้ำ สู่คนปลายน้ำที่บอกเล่าความสำคัญของน้ำได้อย่างสวยงาม

Rescue Robot การพัฒนาทรัพยากรบุคคล ก็เป็นกิจกรรมสังคมอีกด้านที่เครือซิเมนต์ไทยให้ความสำคัญ โดยเฉพาะกับเยาวชนไทย ที่ SCG ให้การสนับสนุนทั้งในด้านกีฬา และการศึกษา ที่โดดเด่นและชัดเจนก็คือโครงการ Rescue Robot กับการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์หุ่นยนต์ที่ SCG ผลักดันความสามารถของเด็กไทยให้ไปไกลกันถึงระดับโลก

                ด้วยการสนับสนุนการแข่งขัน Thailand Rescue Robot Championship โครงการประกวดหุ่นยนต์กู้ภัย หนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมที่เครือซิเมนต์ไทย (SCG) ริเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศ ตั้งแต่ปี 2547 และส่งเข้าร่วมแข่งขันระดับโลกในรายการ World Robocup Rescue มาโดยตลอด โดยที่ผ่านมาทีมเยาวชนจากประเทศไทยสามารถคว้าแชมป์โลกหุ่นยนต์กู้ภัยมาได้ 2 สมัยซ้อน

ทั้งนี้ SCG มีเป้าหมายที่จะสนับสนุน ส่งเสริมให้เยาวชนไทย พัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงสร้างโอกาสให้เยาวชนได้แสดงออกถึงความสามารถด้านนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้เป็นทั้งคนเก่งและดี และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ ในด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล SCG ยังมีโครงการ Excellence Internship ที่เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา ได้มีโอกาสฝึกงานหน่วยงานต่างๆ ของเครือซิเมนต์ไทย

ขณะที่ด้าน Corporate Governance ก็มีหลายๆ โครงการมีรางวัลเป็นตัวการันตีถึงความตั้งใจจริง

ความจริงแล้ว เรื่องของการคืนกลับสู่สังคมของเครือซิเมนต์ไทยได้ทำมาในรูปแบบของ Project Social Responsibility มาอย่างต่อเนื่อง และยาวนาน หรือว่าตั้งแต่คำว่า CSR ยังไม่ถูกบัญญัติใช้ด้วยซ้ำไป

 

33. SHIN CORP

แคมป์สนุกคิดกับชินคอร์ป

 

โครงการแคมป์สนุกคิดกับชินคอร์ป กิจกรรมเพื่อสังคมที่มุ่งปลูกฝังให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสเรียนรู้และคิดอย่างสร้างสรรค์ ที่ทาง ชิน คอร์ปอเรชั่น ได้กระทำผ่านกิจกรรมที่หลากหลายมาอย่างต่อเนื่องกว่า 8 ปี

ในปีที่ผ่านมา ทาง ชินคอร์ป ได้สร้างสรรค์กิจกรรมภายใต้แนวคิด เยาวชนพอดี โรงเรียนพอเพียงโดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย โรงเรียน และคณะเยาวชน เพื่อนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการจัดทำตัวอย่างโรงเรียนพอเพียงใน 10 โรงเรียน วางเป้าหมายใน 4 ภูมิภาค เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ยั่งยืนของชุมชนต่อไป

แคมป์สนุกคิดกับชินคอร์ป ปีที่ 8 ตอน เยาวชนพอดี โรงเรียนพอเพียงได้น้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นหลักในการสร้างสรรค์กิจกรรมอันมีประโยชน์หลากหลายให้เกิดขึ้นใน 10 โรงเรียนเป้าหมาย อาทิ

โครงการ กังหันน้ำพอเพียง จากแนวคิด เรียนรู้...ด้วยเทคโนโลยีพอเพียงของโรงเรียนบ้านแม่ตะไคร้ จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการสร้างกังหันน้ำ จากวัสดุในชุมชนเพื่อเพิ่มออกซิเจนในบ่อปลาร่วมกับการ ปลูกพืชท้องถิ่นจากกิจกรรมทำให้ชุมชนและนักเรียน สามารถนำองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ได้จากการประยุกต์ใช้

สิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อพัฒนาอาชีพ

                รวมทั้งปลูกฝังการอนุรักษ์ธรรมชาติแบบพึ่งตนเอง โครงการ สหกรณ์น้ำ โรงเรียนบ้านสมานมิตร จากแนวคิดที่ว่า น้ำคือปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตโดยการสร้างระบบกรองน้ำอย่างง่ายเพื่อจำหน่ายน้ำดื่มที่สะอาดให้กับชุมชนก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของเยาวชน โรงเรียน และชุมชน

โครงการโรงเลี้ยงจิ้งหรีดครบวงจร โรงเรียนบ้านปอพานหนองโน เริ่มจากแนวคิดที่ว่า จิ้งหรีด..อาหารแห่งวิถีชีวิตชุมชน ที่ทำให้นักเรียนและชาวบ้านนำวิถีชีวิตชุมชน มาสร้างเป็นองค์ความรู้ผ่านเรื่องราวการเลี้ยงแมลงพื้นบ้านของชาวอีสาน

โครงการธนาคารพอเพียง โรงเรียนสาวะถีพิทยาสรรพ์ เกิดจากแนวคิด การออม...จากความพอเพียงสู่ชีวิตที่เพียงพอการออมอย่างเป็นระบบตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงคือ ออม 1 ส่วน ใช้ 3 ส่วน เป็นโครงการที่ต่อยอดมาจากโครงการออมวันละบาทของโรงเรียนสาวะถีพิทยาสรรพ์ เพื่อสร้างตระหนักรู้ถึงความสำคัญในการออมแก่เด็ก เยาวชน และชาวบ้าน สู่การเป็น ชุมชนแห่งการออม

โครงการ นางฟ้าโพธิ์ทอง โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง ด้วยแนวคิด เห็ดนางฟ้า....พืชมากคุณค่าของชุมชนโพธิ์ทองให้เกิดการเพาะเห็ดที่ครบวงจรเพื่อช่วยในการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้

โครงการ โรงเรียนสมุนไพรของโรงเรียนบ้านหนองไผ่แก้ว ที่เป็นแหล่งผลิต และจำหน่ายสมุนไพรครบวงจร โครงการ ขยะแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยจัดสร้างโรงคัดแยกขยะ การสร้างมูลค่าของขยะด้วยการนำไปขายและแปรรูป โครงการ เกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อมที่นำหลักการตามแนวพระราชดำริ เกษตรทฤษฎีใหมมาประยุกต์ใช้ และโครงการ เตาเผาถ่านอเนกประสงค์ที่พัฒนาเตาเผาถ่านให้มีความเหมาะสมกับการเผาพืชผัก ผลไม้ เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ถ่านดับกลิ่น เป็นต้น

นั่นก็คือ 10 โครงการ เพื่อพัฒนาเยาวชนที่ทางชินคอร์ปได้สร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นใน 10 โรงเรียนเมื่อปีที่ผ่านมา

 

34. Starbucks Coffee

ชุมชนชาวไร่กาแฟ

 

ตั้งแต่ปี 1998 สตาร์บัคส์ได้ร่วมมือกับ องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ (Conservation International – CI) ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่มุ่งหวังผลกำไร ดำเนินการสนับสนุนประเทศที่เป็นแหล่งเพาะปลูกกาแฟ ผ่านโครงการ Conservation CoffeeTM ด้วยการสนับสนุนการเพาะปลูกแบบดั้งเดิมที่ช่วยรักษาระบบนิเวศวิทยา และสนับสนุนสภาพเศรษฐกิจของชาวไร่กาแฟให้ดียิ่งขึ้น

                สิ่งที่ทำให้สตาร์บัคส์ยังคงสามารถให้บริการกาแฟคุณภาพเยี่ยมแก้วแล้วแก้วเล่าให้กับลูกค้าทั่วทุกมุมโลกได้จนทุกวันนี้มาจาก กาแฟคุณภาพและ สัมพันธภาพที่ยั่งยืนที่สตาร์บัคส์กับชาวไร่ผู้ปลูกกาแฟจากทั่วโลกได้ร่วมกันสร้างขึ้น

หลากหลายโครงการสนับสนุนสังคมที่สตาร์บัคส์ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม ที่ชัดเจนที่สุด คือการที่สตาร์บัคส์ได้เข้าไปให้การสนับสนุนโครงการด้านการพัฒนาสังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของชาวไร่กาแฟ และครอบครัว รวมไปถึงชุมชนของพวกเขา เพื่อที่พวกเขาจะสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน และมั่นคง

โดยสตาร์บัคส์เชื่อว่า กาแฟ คือ คำมั่นสัญญาของสตาร์บัคส์ในการช่วยเหลือ

ด้วยคำมั่นสัญญาต่อแหล่งเพาะปลูก สตาร์บัคส์สนับสนุนการผลิตกาแฟคุณภาพเยี่ยม และสนับสนุนชาวไร่กาแฟให้สามารถจำหน่ายผลผลิตสู่ตลาดโลกได้ในราคายุติธรรม เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของครอบครัวชาวไร่กาแฟ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

ความสัมพันธ์ระหว่างสตาร์บัคส์ และชุมชนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงมิได้พัฒนาไปเพียงแค่ความสัมพันธ์ในเรื่องของกาแฟเท่านั้น

สตาร์บัคส์และชาวไร่กาแฟ ยังได้ร่วมมือกันปรับปรุงระบบชลประทานในหมู่บ้าน สร้างโรงคั่วกาแฟ และโครงการอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับครอบครัวของชาวไร่และชุมชน

โครงการเหล่านี้จะได้รับการช่วยเหลือ 2 ทาง วิธีแรกคือ สตาร์บัคส์จะให้เงินเพิ่มเติมจากราคากาแฟที่สั่งซื้อในแต่ละไร่กาแฟ ซึ่งเงินทุนเหล่านี้จะนำไปใช้ในการพัฒนาโครงการต่างๆ โดยตรง อีกวิธีคือการร่วมมือระหว่างสตาร์บัคส์และไร่กาแฟในการจัดสรรเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสังคม

สำหรับความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างสตาร์บัคส์ กับชาวไร่กาแฟ ในประเทศไทย อยู่ภายใต้หลักยึดปฏิบัติอยู่หลายประการ เริ่มต้นจากการสั่งซื้อโดยตรงจากชาวไร่กาแฟในราคาที่ตกลงกันทั้งสองฝ่าย โดยมุ่งในการสั่งซื้อกาแฟในระยะยาว

ที่สำคัญ รายได้ 5% ที่ได้จากการจำหน่ายกาแฟม่วนใจ๋ เบลนด์ ในประเทศไทย และอีกหลายประเทศในเอเชีย นำไปใช้ในการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชาวไร่กาแฟทางภาคเหนือ ของไทย อาทิ ด้านระบบชลประทาน หรือการศึกษา

นอกจากสตาร์บัคส์จะสนับสนุนการเพาะปลูกกาแฟที่ไม่ทำลายสภาวะแวดล้อม สตาร์บัคส์ยังได้จัดตั้งโครงการ “Green Teams” เพื่อรณรงค์การใช้วัสดุรีไซเคิลภายในร้านสตาร์บัคส์ เพราะสตาร์บัคส์มั่นใจว่า การลดจำนวนขยะในขั้นตอนการผลิต การจำหน่ายกาแฟ และการรีไซเคิลจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมในโลกของเรา และช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้

โครงการร่วมมือระหว่างสตาร์บัคส์ และชาวไร่กาแฟนี้เป็นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการต่างๆจะช่วยให้ชาวไร่สามารถพึ่งพาตนเองได้

 

BrandAge
The Company
BrandAge Essential 2013
BrandAge Essential 2010-2012